แกว่าเรื่องของเรามันจะนานมั้ยวะ?
261017

‘เราขอไลน์ได้ปะ’ เขาถามหลังจากคุยกับฉันได้ประมาณชั่วโมงกว่าๆ ผ่านแอพหาคู่ที่เพื่อนๆฉันไม่เคยแนะนำให้เล่นมันเลย อย่างทินเดอร์

และใช่ ฉันพิมพ์ไอดีไลน์ตัวเองส่งไป


อย่าเพิ่งเข้าใจผิด ปกติฉันไม่ได้ให้ไลน์ใครง่ายๆหรอกนะ แต่กับคนนี้ทำไมถึงให้ง่ายๆเลยก็ไม่รู้ ไม่ใช่ว่าเขาดูดีกว่าคนอื่นๆ หรือคุยเก่งกว่าคนอื่นๆ แต่เฮ้ย เขามีอะไรสักอย่างที่ไม่เหมือนคนอื่นจริงๆ





‘แล้วนี่มีคนจีบเยอะมั้ย’

‘ยังไงถึงเรียกจีบ’ ฉันตอบไปอย่างไม่เข้าใจนิยามของคำว่าจีบที่เขาถาม

‘อาจจะแบบ คุยแบบอยากเป็นแฟนด้วยอะไรงั้นอ่ะ’



เขาไม่ใช่คนแรกที่ฉันคุยหรอก และไม่ใช่คนแรกที่ถามคำถามนี้ ทินเดอร์คงน่ากลัวสำหรับใครบางคน สิ่งที่ฉันอยากจะบอกก็คือ มันน่ากลัวจริงๆนั่นแหละ ถ้าคุณคิดจะเข้ามาเล่นเพื่อหาใครสักคนเพื่อเป็นคู่ชีวิต ก็คนไม่จริงจังน่ะมีเยอะจะตายไป ขณะที่คุณคุยกับเขาแค่คนเดียว เขาอาจจะสับรางตอบแชทคุณพร้อมกับคนอื่นๆอยู่ก็ได้








แล้วทำไมฉันถึงยังเลือกที่จะเล่นน่ะหรอ?












 เพราะฉันเองก็อาจจะเป็นคนประเภทนั้นเหมือนกันน่ะสิ













‘อ๋อ ถ้าเจอแบบนั้นเราไม่ค่อยอยากคุยด้วยเท่าไหร่’ ฉันตอบ

‘อ่าว ทำไม?’

‘บางคนก็ไม่ได้ชอบเขา 5555’

‘อ่อ...’

‘แต่ถ้าเป็นคนที่ชอบก็คงกลัวมั้ง คิดว่าคุยไปเรื่อยๆมันไม่ต้องเลิกกันมากกว่า’
กลัวคบแล้วจะเลิกกัน
‘อ๋ออออ เข้าใจละ’

ฉันไม่แน่ใจว่าเขาเข้าใจจริงๆมั้ย แต่ใช่ ฉันเป็นแบบที่บอกนั่นแหละ ฉันไม่อยากมีแฟน และไม่เคยอยากมี ต่อให้เป็นคนที่ฉันชอบขนาดไหน ฉันก็ไม่อยากได้เขามาเป็นแฟน ฉันเคยเล่าความรู้สึกนี้ให้เพื่อนฟัง เพื่อนก็ยังแย้งว่าเป็นไปไม่ได้ ใครจะไม่อยากเป็นแฟนกับคนที่ชอบ บ้ารึเปล่า?

อืม ไม่แน่ฉันอาจจะเป็นบ้าไปแล้วก็ได้นะ








คุยกันแรกๆเขาดูจะชอบฉันเอามากๆ มากจนฉันอดขำไม่ได้ แถมยังไม่ทำให้ฉันอึดอัด แต่กลับรู้สึกดีมากขึ้นไปอีก เขาบอกว่าดีใจมากๆที่ได้คุยกับฉัน ชมฉันสารพัดอย่าง ตอนนี้รู้สึกเหมือนกำลังคุยกับเอฟซีตัวเองเลยล่ะ ตลกสุดๆ เขาดูเป็นเด็กน้อยไร้เดียงสามากๆในสายตาของฉัน




เขาไม่เหมือนคนอื่นที่ฉันเคยเจอจริงๆด้วย


เราผลัดกันเล่าเรื่องของตัวเองให้อีกฝ่ายฟังอย่างสนิทใจ สารภาพบาปเรื่องความรักที่เลวร้ายครั้งก่อนของเราทั้งคู่ให้กันฟัง เราเคยเป็นทั้งผู้กระทำและผู้ถูกกระทำ พร้อมปิดท้ายด้วยการให้กำลังใจว่ามันผ่านมาแล้ว ไม่เป็นไรหรอกนะ



ฉันมักจะทำอะไรคนเดียวอยู่บ่อยๆเพราะไม่ชอบความวุ่นวาย ไม่ว่าจะกินข้าว ดูหนัง หรือไปเที่ยวในบางสถานที่ ไม่ใช่ว่าฉันไม่มีเพื่อนนะ มีอยู่แหละหน่า แต่หลายๆครั้งแค่อยากไปคนเดียวเท่านั้นเอง และแน่นอนฉันบอกเรื่องนี้ให้เขารู้ด้วย

‘ว่าจะลองไปจตุจักรคนเดียวอยู่’ ฉันบอกแพลนที่อยากทำ

‘ไปคนเดียวอีกละ’

‘งั้นไปด้วยกันมั้ยล่ะ’


















นี่ฉันกำลังชวนผู้ชายเที่ยวอยู่ใช่มั้ย?




181117

การเจอกันครั้งแรกของเรา และเป็นการนัดเจอคนแปลกหน้าครั้งแรกของเขา แค่เขาคนเดียวเพราะฉันเคยนัดเจอเพื่อนในอินเทอร์เน็ตมาบ้างแล้ว






แต่นั่นไม่ได้ทำให้ฉันตื่นเต้นน้อยลงหรอกนะ ไม่เลย







เรานัดดูหนังกันที่ห้างก่อน เขาบอกว่าเขาใส่เสื้อสีเหลือง แค่รู้สีเสื้อก็ชอบมากขึ้นไปอีกขั้นแล้ว ฉันชอบสีเหลือง เขาเองก็ชอบเหมือนกัน แต่ฉันไม่รู้ว่าเขาจะใส่สีนี้นี่ วันนี้ฉันใส่เสื้อสีเทามา น่าเสียดายชะมัด


เขามาถึงก่อน ฉันแกล้งไม่ตอบไลน์ที่เขาถามว่าถึงไหนแล้ว หวังจะให้เขาตื่นเต้นมากกว่าฉัน เพราะฉันตื่นเต้นมากจริงๆ

ฉันเดินเข้าไปในห้างพร้อมกวาดสายตาจนทั่ว ก่อนจะเห็นผู้ชายคนเดียวที่ใส่เสื้อสีเหลือง แต่กำลังยืนหันหลังอยู่


เห็นแบบนั้นฉันจึงรีบสาวเท้าเดินเข้าไปหาทันที ตั้งใจจะเข้าไปเซอร์ไพรส์ให้เขาหันมาเห็นแล้วตกใจ แต่เดินไปยังไม่ทันจะถึงตัว เหลืออีกเพียง 4 - 5 ก้าวเล็กๆเท่านั้น จู่ๆผู้ชายตรงหน้าก็หันหลังกลับมา เขาทำหน้าตกใจเล็กน้อยก่อนจะส่งยิ้มให้


เป็นฉันเองที่ตกใจมากจนทำอะไรไม่ถูก ฉันหมุนตัวรีบเดินหนีออกมาจากตรงนั้น ก่อนจะเดินตรงดิ่งไปยังบันไดเลื่อน ได้ยินเสียงเท้าของเขาที่กำลังกึ่งเดินกึ่งวิ่งตามฉันมา เขาถามด้วยเสียงหัวเราะว่าหนีทำไม นั่นสิ ฉันจะหนีทำไม บ้าเอ๊ย ทำอะไรลงไปเนี่ยย










น่าอาย น่าอายที่สุด






แต่ทุกอย่างก็ผ่านไปได้ด้วยดี เราดู Justice League ด้วยกัน ทั้งที่ไม่มีใครชอบดูหนังฮีโร่ ตลกมั้ยล่ะ เหมือนแค่หาเรื่องมาดูด้วยกันเฉยๆ
ระหว่างดูหนังไม่รู้ว่าฉันคิดไปเองหรือเปล่า แต่รู้สึกเหมือนเขาหันมามองฉันบ่อยๆ เห็นจากหางตาน่ะ ไม่แน่ว่าฉันอาจจะตาฝาดไปเองก็ได้



หลังจากดูจบก็แวะซื้อขนมนิดหน่อย จะได้กินระหว่างทางไปจุดหมายต่อไปของพวกเรา จตุจักร!

เราเลือกนั่งรถตู้ไปเพื่อจะได้รักษาเวลา เพราะตอนนี้ก็เริ่มเย็นแล้ว ทริปนี้มีเวลาจำกัดแค่ถึงสองทุ่มเท่านั้น




‘ปกติคาดเข็มขัดมั้ย’ ฉันถาม

‘ปกติไม่ค่อยได้นั่งรถตู้เท่าไหร่ แล้วคาดมั้ย?’

‘ไม่เลย แต่อาจารย์เราเคยบอกว่าถ้าเกิดอุบัติเหตุ แล้วเอ่อ... ตายขึ้นมาอะ ถ้าไม่ได้คาดเข็มขัด จะไม่ได้เงินประกันเลย’

‘งั้นเราควรคาดกันเนอะ’ เขาพูด ก่อนที่เราสองคนจะหัวเราะออกมาพร้อมกัน


ขึ้นรถตู้อย่าลืมคาดเข็มขัดกันด้วยนะคะทุกคน





เอาล่ะ ถึงแล้ว วันนี้ท้องฟ้าน่ารักมากๆ ฉันคิดในใจหลังจากแหงนหน้าขึ้นไปมอง เห็นแบบนั้นก็เลยขอเขาหยุดถ่ายรูปคุณท้องฟ้าไว้ซักหน่อย









แค่อยากเก็บท้องฟ้าวันที่เราเจอกันเอาไว้น่ะ





ถ่ายเสร็จก็หันไปมองหน้าเขาเป็นสัญญาณให้รู้ว่าเรียบร้อยแล้ว เขาที่กำลังยิ้มให้ฉันอยู่ ทำให้รู้ว่าไม่ใช่แค่ท้องฟ้าแล้วล่ะที่น่ารัก








เราเดินคุยกันอย่างไม่รีบร้อน เธอเดินข้างฉันในวันที่ฟ้าอ่อน 

ท่อนนี้จากเพลง สำคัญ - stoondio ดังขึ้นมาในหัวเลย เราเดินแวะร้านนู้นออกร้านนี้กันอย่างสนุกสนาน อีกสาเหตุที่ทำให้เราสนิทกันได้ไวคือเสียงเพลง เราทั้งคู่ชอบฟังเพลงมาก ทำให้การเดินเจเจกรีนที่เต็มไปด้วยเสียงเพลงจากร้านต่างๆกลายเป็นหัวข้อสนทนาของเราได้ไม่ยากนัก บอกตรงๆว่าฉันมีความสุขมากจริงๆ








ขากลับก็ยังคงนั่งรถตู้เจ้าเดิม แต่คราวนี้แย่หน่อยเพราะได้ที่นั่งหลังสุด แต่ได้นั่งด้วยกันก็ไม่เป็นไรแหละเนอะ


‘แย่ละ เรามีแบงค์ห้าร้อย’ ฉันลืมดูในกระเป๋าตังได้ยังไงเนี่ย ใช้แต่แบงค์ย่อยจนไม่เหลือเลย

‘ยืมเราก่อนก็ได้ ครั้งหน้าค่อยคืน’ ฉันฟังที่เขาพูดพร้อมกับทวนประโยคนั้นในใจ หมายความว่ายังไงที่ว่าครั้งหน้า? แต่ก็ตอบตกลงไป คิดไว้ว่าถ้าถึงห้างจะไปหาซื้ออะไรเพื่อแตกแบงค์แล้วค่อยคืนเขา









‘พิงเราได้นะ’ เขาบอกหลังจากรถออกได้สักพัก

‘เอ้ย ไม่เป็นไร’ ฉันรีบตอบสวนกลับไปทันทีด้วยความตกใจ จะบ้าหรอ ใครจะไปกล้าพิงเล่า! พูดจบก็หันหน้าเข้าหน้าต่างรถทันที ฮือ ทำไมรู้สึกเขินขนาดนี้ก็ไม่รู้

หลังจากนั้นเราก็คุยกันเรื่องสัพเพเหระมาตลอดทาง ก่อนจะถึงห้างที่เรานัดกันตอนขามา ฉันขอเข้าไปซื้อของเพื่อจะได้เอาเงินทอนมาคืนเขาค่ารถตู้ เขาปฏิเสธบอกว่าจะเลี้ยง แต่ฉันไม่ยอม และแน่นอนสุดท้ายเขาแพ้ ฉันคืนค่ารถสำเร็จ ฮึ!





‘แยกกันตรงนี้ก็ได้’ ฉันพูดเมื่อเราเดินมาถึงระหว่างทางแยกของเราทั้งคู่แล้ว

‘ไม่เป็นไร เดี๋ยวเราไปส่งขึ้นรถ’ ฉันอมยิ้มหลังจากได้ฟังประโยคนั้น

‘ก็ได้’


‘กลับดีๆนะ ถึงแล้วบอกด้วย’ เขาบอกหลังจากเดินมาส่งฉันที่ท่ารถตู้

‘โอเค’ ฉันพยักหน้าพร้อมกับยิ้มให้











‘วันนี้ขอบคุณนะที่มาเที่ยวกับเรา สนุกสุดๆ’ ฉันอ่านแจ้งเตือนไลน์จากคนที่เพิ่งแยกกันเมื่อไม่กี่นาทีก่อน



ขอบคุณเหมือนกันนะ






นี่ก็ผ่านมาหลายเดือนแล้วเนอะที่เรารู้จักกัน ปรับความเข้าใจกันมาก็หลายครั้ง เกือบเลิกคุยกันไปก็หลายรอบ ไม่รู้เหมือนกันว่าปลายทางของเราสองคนจะเป็นยังไง จะมีช่วงเวลาดีๆด้วยกันแบบนี้อีกนานแค่ไหน เลยขอมาบันทึกความทรงจำดีๆเก็บไว้ก่อน


อยากให้คุณรู้ไว้นะ ว่านานมากๆแล้วที่ฉันไม่ได้คุยกับใครจนใช้หน่วยเป็นเดือน ฉันคุยกับคนอื่นแบบนี้ได้ไม่นานเท่าไหร่ แปปๆก็หายกันหมดแล้ว อาจจะเป็นเพราะคนพวกนั้นชอบก้าวก่ายฉันมากเกินไป ไม่ก็ชอบยัดเยียดตัวเองเข้ามาในโลกของฉัน ทำให้ฉันต้องถอยตัวเองออกมาทุกที แต่คุณไม่ใช่แบบนั้น คุณให้เกียรติฉันเสมอ ถ้าเป็นไปได้ก็อยากให้คุณอยู่ด้วยกันตรงนี้ไปนานๆ







อยู่คุยกันแบบนี้ไปนานๆนะ






ยินดีที่รู้จัก, ผู้ชายสีเหลือง :-)


SHARE

Comments

nananatte
3 months ago
"ไม่ใช่แค่ท้องฟ้าแล้วล่ะที่น่ารัก"
แหม.... จ้า...
อ่านแล้วเขินแทนคร่า :D
Reply
eyezuto
3 months ago
งุ้ย โดนแซวเข้าให้แล้ว >_<
nananatte
3 months ago
น่ารักค่า ^___^
eyezuto
3 months ago
ดีใจที่ชอบนะคะ 💛