หรือบางทีเวลาอาจไม่ได้เปลี่ยนอะไรเลย
     ไม่รู้อย่างไรสิ ผมว่าผมคุ้นหน้าเด็กหนุ่มฅนนี้อย่างบอกไม่ถูก มีความเป็นไปได้ว่าบางทีเราอาจเคยเจอกันที่ไหนสักแห่ง หรือบางทีผมอาจจะแค่คลับคล้ายคลับคลาเขากับใครสักฅนเพียงแต่ยังนึกไม่ออกเท่านั้น…
ครับ ต้องการห้องครับ

     กลับเผลอตอบรับคำถามเขาเสียอย่างนั้น ทั้งที่มันไม่ใช่ความตั้งใจแรกอะไรเลย แต่เอาเถอะ จะว่าไปที่นี่ก็ดูเข้าทีอยู่เหมือนกัน บังกะโลเล็กๆ ตั้งอยู่โดดเดี่ยวริมชายหาดเงียบสงบแบบนี้ ดูมีความเป็นส่วนตัวทั้งยังคงความเป็นธรรมชาติต่างจากที่อื่นอยู่มาก เพียงแต่ความเป็นธรรมชาติที่ว่านั้นอาจหมายถึงความไม่สะดวกสบายต่างๆ ด้วยเช่นกัน หากถึงแม้จะมองออกว่าสถานที่แห่งนี้พยายามรักษาธรรมชาติเดิมๆ ไว้แค่ไหน ไม่ว่าอย่างไรมันก็ยังดูต่างจากเมื่อสักยี่สิบกว่าปีก่อนจนแทบจำไม่ได้อยู่ดี วันเวลานั้นเปลี่ยนแปลงทุกสิ่งได้จริงๆ

     ตอนนี้ผมคงอดใจหายกับสิ่งต่างๆ ตรงหน้าซึ่งเดินทางตามวันเวลาของมันไม่ได้ ผ่านไปยี่สิบกว่าปีแล้วสินะ หากผมยังคงจำได้ดีกับการเหยียบย่างลงเกาะฝั่งอ่าวไทยแห่งนี้ในครั้งแรก ตอนนั้นมันยังเปรียบได้กับสาวน้อยแรกรุ่น ซึ่งยังคงมีความบริสุทธิ์ไร้เดียงสาเป็นเสน่ห์เย้ายวนใจต่อบรรดานักท่องเที่ยว มีเพียงเรือรับส่งผู้โดยสารซึ่งดัดแปลงมาจากเรือประมงของชาวบ้านที่เรียกกันว่าเรือไม้ ทุกฅนต้องนั่งเบียดเสียดกันมาบนดาดฟ้าเรือซึ่งเต็มด้วยผู้ฅนและสิ่งของ ไม่ว่าจะบรรดาสัมภาระต่างๆ ของนักท่องเที่ยว รวมถึงสินค้าต่างๆ ที่วางกองรวมกันมา ความทรงจำของความรู้สึกแรกกับการเดินทางครั้งนั้นคืออาการหิวจนแสบท้อง เมื่อไรจะถึงสักที ผมย้ำคำถามในหัวมาตลอด ด้วยความรีบจึงไม่ได้กินข้าวเช้าก่อนเดินทาง และไม่มีขนมอะไรติดตัวมาแก้หิวเลย ไม่ได้คิดด้วยว่าจะต้องนั่งเรือยาวนานถึงเพียงนี้ สามชั่วโมงทีเดียวกว่าจะถึง…

     และเพราะชายหาดจุดที่เรามานั้นไม่มีท่าเทียบเรือทำให้เราต้องนั่งเรือเล็กขึ้นฝั่งกันอีกทอด นั่นถือเป็นความประทับใจแรกของผมต่อที่นี่เลยทีเดียว เมื่อเรือหางยาวพาเราลอยไปบนผิวน้ำซึ่งพื้นทรายและโขดหินด้านล่างต่างพากันอวดโฉมกับพวกเราอย่างแจ่มชัด ด้วยระดับน้ำไม่ลึกมากนัก มีฝูงปลาเล็กๆ บ้างสีสันสวยงามมารอรับเราเป็นกลุ่มๆ ด้วย นั่นแหละที่ทำให้อดประทับใจไม่ได้แม้ว่าจะไม่ได้มาในฐานะนักท่องเที่ยวผู้รักธรรมชาติก็ตาม เราไม่ได้มาที่นี่เพื่อซึมซับความงามจากการท่องเที่ยวเหมือนฅนอื่นเขานั่นแหละ อาชีพช่างทาสีต่างหากที่พาเรามาถึงนี่กันได้...

     ตรงกันข้ามกับธรรมชาติกว้างใหญ่ของที่นี่ก็คือสังคมที่แคบแบบสังคมชนบททั่วไป ทุกฅนบนเกาะต่างรู้จักกันแทบทั้งหมด ไม่เว้นแม้แต่พวกผมซึ่งที่จริงต้องบอกว่าเป็นฅนต่างถิ่นบนเกาะแห่งนี้มากกว่า แต่ถึงจะเพิ่งมาอยู่ได้ไม่นาน พวกเราก็รู้จักชาวบ้านร้านตลาดตั้งแต่หัวหาดยันท้ายหาดทุกร้านทุกบังกะโลกันเลยทีเดียว…
ไอ้แตนมันท่าจะบ้า อยู่ดีๆ ก็มาบอกกูว่าคืนนี้หนังฉายเรื่องอะไร กูเคยไปดูรึไง
     ภรรยาของผู้รับเหมาทาสี หรือเมียของลูกพี่ผมกำลังพูดเสียงดังกับพวกเราหลังกลับมาจากข้างนอก คงไม่ใช่ความคิดเข้าข้างตัวเองจนเกินไปหรอกนะ หากคำพูดบอกเล่าแกมโวยวายนั้นจะทำให้ผมแอบยิ้มในใจได้เช่นกัน...

     ยี่สิบกว่าปีก่อนนั้นเกาะแห่งนี้ยังคงมีชายหาดว่างเปล่าให้เราเดินเที่ยวยิงนกตกปลากันได้ บังกะโลและรีสอร์ตต่างๆ ซึ่งยังมีอยู่ไม่เท่าไรนั้นล้วนสร้างกันอย่างง่ายดายเสียมากกว่า ส่วนใหญ่ก็จะเป็นกระท่อมหลังเล็กๆ มุงหญ้าคากั้นด้วยเสื่อ ที่จริงมันคือไม้ไผ่อะไรสักอย่างที่จักเป็นตอกบางๆ สานแบบเสื่อนั่นแหละ ถนนยังคงมีเป็นบางช่วง ไม่มีไฟฟ้าประปาหรือสิ่งอำนวยความสะดวกอื่นใด แม้แต่ห้องน้ำยังเป็นห้องน้ำรวม ทุกรีสอร์ตจะต้องมีเครื่องปั่นไฟไว้อำนวยความสะดวกให้ลูกค้า สถานบันเทิงนอกจากบาร์เบียร์ซึ่งดูจะเต็มใจต้อนรับฝรั่งมากกว่าฅนไทยแล้วก็จะมีแต่การเปิดเพลงเต้นรำกันตามรีสอร์ตต่างๆ นอกจากนั้นก็จะมีการเปิดวิดีโอภาพยนตร์ ซึ่งส่วนใหญ่ก็จะเป็นหนังซาวนด์แทรกต่างประเทศเพื่อเรียกลูกค้าฝรั่งสำหรับรีสอร์ตบางแห่ง...

     หนังฝรั่งกับสังคมชนบทในยุคนั้นจะเป็นอะไรที่ยังเดินสวนทางกันอยู่ โดยเฉพาะกับภาพยนตร์ที่เป็นซาวนด์แทรกแบบนี้ด้วยยิ่งแล้ว สำหรับผมนั้นที่จริงก็ฟังซาวนด์แทรกไม่รู้เรื่องเหมือนใครเขาเช่นกันนั่นแหละ แต่อาศัยว่าชอบดูหนัง และชอบอ่านหนังสือเกี่ยวกับภาพยนตร์ต่างประเทศอย่าง ENTERTAIN, STARPICS อะไรพวกนั้น ก็เลยพอรู้เรื่องบ้าง จึงพอดูแบบเดาไปด้วยได้ และอย่างที่บอกว่านอกจากกินเหล้าเต้นรำแล้วที่นี่ก็ดูจะไม่มีกิจกรรมอะไรยามค่ำคืนมากนัก นั่นทำให้หากไม่ได้ไปนั่งกินเหล้ากับพวกเพื่อนๆ ผมก็จะปลีกไปนั่งดูหนังยังร้านที่มีบริการแบบนี้แต่ลำพังของผมนั่นแหละ

     เธอชื่อแตน หญิงสาวผู้มีรูปร่างสมชื่อ ผิวคล้ำแบบฅนเกาะทั่วไป บ้านเธออยู่อีกฝั่งเขา ที่นั่นไม่ค่อยมีชายหาดจึงยังไม่เป็นที่นิยมของนักท่องเที่ยว เธอจึงมาช่วยน้าผู้เป็นเจ้าของรีสอร์ตซึ่งมีบริการเปิดวิดีโอที่ผมไปนั่งดูเป็นประจำนั่นแหละ ยามว่างเธอจะนั่งเงียบๆ ที่โต๊ะตัวหนึ่ง กับลูกแมวตัวเล็กๆ บนตัก ผมเห็นเธอทุกคืนหากเราไม่เคยได้ทักทายอะไรกัน นอกจากตอนสั่งอาหารหรืออะไรที่เป็นเรื่องปกติ… อดยิ้มในใจอีกไม่ได้เมื่อนึกถึงคำพูดเมื่อสักครู่ ผมว่าผมไม่ได้ไปนั่งดูหนังที่นั่นมาสองสามคืนเห็นจะได้แล้วสินะ…
พี่อย่าทำตัวเป็นโจรนะ

     ในบ้านร้างที่มีเราเพียงสองฅน เธอเอ่ยออกมาเบาๆ ขณะเสียงคลื่นซัดหาดทรายยังคงดังแทรกมาในความสงบ บ้านหลังนี้เคยเป็นที่อยู่อาศัยของชาวประมงฅนหนึ่ง เมื่อเริ่มมีนักท่องเที่ยวเข้ามาหลายสิ่งก็เปลี่ยนไป ที่นี่เป็นจุดอับยากจะมีใครผ่านมา ซึ่งเมื่อก่อนบ้านแต่ละหลังบนเกาะด้านนี้จะอยู่ห่างกันอยู่แล้ว จึงเป็นเรื่องปกติกับการอยู่ที่นี่ได้โดยอาศัยเรือในการเดินทางเข้าออก แต่เมื่อเริ่มมีความเจริญเข้ามาที่นี่ก็ดูกลับกลายเป็นห่างไกลชุมชน และเมื่อเริ่มมีฅนมากขึ้นก็ย่อมมีทั้งฅนดีและไม่ดี หลังจากโดนปล้นเจ้าของบ้านหลังนี้จึงย้ายออกไปโดยยังคงทิ้งบ้านไว้ในสภาพเดิม… ผมหันมองเธออย่างแปลกใจกับคำพูดนั้น
โจรมันปล้นทุกอย่างแล้วก็ไป… พี่จะกลับมาไหม

     ผมอดหัวเราะออกมากับคำออดอ้อนของเธอไม่ได้ และย้ำสัญญาว่าผมจะกลับมา แต่ผมก็ผิดสัญญา

     หลังจากทิ้งสัญญาไว้กับเธอครั้งนั้นผมปล่อยให้เวลาผ่านไปปีกว่าจึงได้ลงมาที่นี่อีกครั้ง เพราะต้องเปลี่ยนงานใหม่แบบไม่ทันตั้งตัวนั่นแหละทำให้ผมเหมือนผิดสัญญา เกาะแห่งนี้ดูมีความเปลี่ยนแปลงมากทีเดียวในเวลาแค่ปีกว่าๆ มีถนนตัดรอบเกาะแล้ว มีไฟฟ้า มีโรงแรมหรูๆ เกิดขึ้นมากมาย ทุกสิ่งดูเปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว รวมถึงเธอด้วยเช่นกัน ผมกลับมาอีกครั้งพร้อมรู้ข่าวว่าเธอแต่งงานมีลูกแล้ว เรื่องต่างๆ ระหว่างเราจึงเหลือเพียงความทรงจำ

     กระทั่งในที่สุดผมก็ได้มาเยือนเกาะแห่งนี้ในฐานะนักท่องเที่ยวจริงๆ เสียที หากแต่สิ่งต่างๆ ในสัมผัสคราวนี้ดูจะเทียบไม่ได้กับความประทับใจแรกในครั้งนั้นเลย แม้วันนี้จะมีเฟอร์รีข้ามฟากทำให้เราไม่ต้องนั่งเรือกันถึงสามชั่วโมงแล้วก็ตาม หากยอมรับว่าอดใจหายไม่ได้กับความเปลี่ยนแปลงเมื่อมองย้อนกลับไป ทุกแห่งซึ่งเคยคุ้นตาล้วนไม่เหลือเค้าเดิมแล้ว รวมถึงจุดที่เคยมีบ้านร้างแห่งความทรงจำซึ่งแม้จะเป็นจุดอับนี้ก็มีบังกะโลเปิดบริการแล้วเช่นกัน เป็นบังกะโลขนาดเล็กตามสภาพพื้นที่ของมัน ซึ่งแม้ว่ามันจะเปลี่ยนไปแค่ไหนผมคงอดที่จะมาเดินดูไม่ได้นั่นแหละ...
แม่ มีแขกมาดูห้อง

     เด็กหนุ่มฅนนั้นหันไปตะโกนบอกหญิงร่างท้วมซึ่งดูแล้วคงจะเป็นเจ้าของรีสอร์ต ก่อนที่ตัวเองจะหันไปสนใจเทอาหารให้แมวสามสี่ตัวซึ่งนัวเนียไม่ห่างนั้น 
ค่า สวัสดีค่า เอ้อ...
     หญิงร่างท้วมฅนนั้นกระวีกระวาดออกมาต้อนรับก่อนหยุดชะงัก ผมเหมือนยืนนิ่งอยู่กับที่เช่นกัน อดไม่ได้ที่จะหันมองเด็กหนุ่มฅนนั้นอีกครั้ง ผมคงไม่ได้เข้าข้างตัวเองจนเกินไปนักหรอกนะ...
ไม่ได้เจอกันนานเลย

     ผมเอ่ยแก้เก้อออกไป ส่งยิ้มพลางสำรวจเธอผู้อยู่ตรงหน้า ดูเหมือนว่าทุกสิ่งจะเปลี่ยนไปตามการผันแปรของเวลาจริงๆ เธอยิ้มรับและยังคงจ้องมอง ด้วยสายตาซึ่งบ่งบอกได้ว่า บางทีเวลาอาจไม่ได้เปลี่ยนอะไรไปเสียทุกสิ่งหรอก.
SHARE
Written in this book
เรื่องสั้นจิปาถะ
รวมเรื่องสั้น งานฝึกหัด /ยินดีรับฟัง และขอบคุณทุกความคิดเห็นนะครับ/
Writer
Lava
ผู้เฒ่าธรรมดา
เจ้าปัญหา จอมโวยวาย

Comments