เกลียดง่ายกว่ารัก

(1)



เอกขับรถอยู่ในเลนซ้ายสุดของถนน ทันใดนั้นเอง มีรถเก๋งสีแดงขับปาดหน้าอย่างกระทันหันจากเลนขวาสุดเพื่อเลี้ยวเข้าซอยที่อยู่ทางซ้าย เอกตกใจและเหยียบเบรกเกือบไม่ทัน



(2)



หัวหน้างานคนหนึ่งเรียกสมชายเข้าไปพบในห้องส่วนตัว เขาต่อว่าที่สมชายทำงานผิดพลาดอย่างรุนแรง มีคำหยาบคายมากมายที่หลุดออกมาจากปากของเขา สุดท้ายสมชายรู้สึกทนไม่ไหวจึงตัดสินใจลาออกจากงานในวันนั้นเลย



(3)



ป้าเจนเป็นแม่ค้าขายข้าวราดแกงอยู่ที่โรงอาหาร ป้าเจนเป็นคนมีอารมณ์ขัน พูดคุยสนุกสนานกับเหล่าลูกค้าอยู่เสมอ ยกเว้นลูกค้าคนหนึ่ง คนหัวเถิกๆ ทุกวันชายคนดังกล่าวมักจะมากินข้าวที่ร้านของป้าเสมอ เมนูโปรดของเขาคือ กระเพราหมู แกงเขียวหวาน ไข่ดาว ปกติกับข้าวสามอย่าง ป้าเจนจะคิดในราคาสี่สิบห้าบาท แต่ชายคนนี้บ่นกับป้าเจนว่าป้าเจนขายแพง เขามักจะหยิบแค่แบงค์ยี่สิบสองใบยื่นให้ป้า แล้วบอกว่า “เอาไปแค่นี้ก็พอนะป้า อย่าขายแพงไป เดี๋ยวลูกค้าไม่มาอุดหนุนนะ” ป้าเจนไม่พอใจแต่ก็ไม่อยากทะเลาะกับเขา จึงยอมเขาอยู่ทุกครั้ง



(4)



ธนูเป็นเด็กกำพร้า เขาอาศัยอยู่ในหมู่บ้านของโครงการมูลนิธิแห่งหนึ่ง เขากำลังรอคอยทุนการศึกษาจากผู้ใจบุญ เพื่อที่จะได้เรียนต่อในระดับมหาวิทยาลัย และแล้วเหมือนโชคชะตาจะเป็นใจ เมื่อทางโครงการติดต่อมาบอกว่า “ธนู ฉันยินดีกับเธอด้วยนะ มีผู้ใจบุญบริจาคทุนการศึกษามาให้เธอ เธอจะได้เรียนต่อมหาวิทยาลัยแล้ว” พอได้ยินดังนั้นเขากระโดดดีใจอย่างเก็บอาการไม่อยู่



(5)



ปิติรถเสียอยู่บนทางด่วน เขาพยายามโบกมือให้รถที่ผ่านไปผ่านมาหลายคันจอดเพื่อขอความช่วยเหลือ แต่ก็ไม่มีใครหยุดรถเพื่อช่วยเขาเลย เวลาผ่านไปเกือบชั่วโมงจนปิติเริ่มท้อแท้ ในที่สุดก็มีรถคันหนึ่งจอดแล้วลงมาช่วยเขา น้ำใจบนท้องถนนถึงแม้จะหายากแต่ยังมีอยู่จริง



(6)



หมิวมาเที่ยวญี่ปุ่นคนเดียว แต่ชีวิตในญี่ปุ่นมันไม่ได้ง่ายอย่างที่เธอคิด เพราะคนญี่ปุ่นพูดภาษาอังกฤษไม่ค่อยได้ทำให้เธอค่อนข้างมีปัญหาในการสื่อสารพอสมควร แล้วถนนหนทางในญี่ปุ่นก็ซับซ้อน เธอหลงทางอยู่หลายครั้ง โดยเฉพาะตอนที่จะเดินทางกลับไทย เธอหาทางไปสนามบินไม่เจอ ไม่ว่าจะพยายามไปคุยกับนายสถานีญี่ปุ่นเพื่อขึ้นรถไฟไปสนามบินแค่ไหน ก็สื่อสารกันไม่รู้เรื่อง เธอเริ่มเครียดและกังวล กลัวว่าจะตกเครื่อง ในตอนนั้นเอง มีชายคนหนึ่งเดินเข้ามาหาเธอแล้วพูดว่า

“ขอโทษนะครับ เป็นคนไทยเหรอ จะไปสนามบินนาริตะรึเปล่า? ให้ผมช่วยไหมครับ”



(7)



เป็นไงครับ จากเรื่องที่ผมเล่าให้ฟังทั้งหกเรื่อง จะเห็นว่า คนที่ปรากฏตัวในเรื่องมีทั้งคนดีและคนไม่ดี ถ้าสามัญสำนึกของเราไม่ผิดเพี้ยนไปเราคงสรุปได้ว่า



ในเรื่องที่(1) คนที่ขับถสีแดงปาดหน้าเอกนั้นเป็นคนไม่มีมารยาท



(2)หัวหน้างานที่ดุด่าสมชายที่เป็นลูกน้องด้วยคำพูดรุนแรงนั้นเป็นคนที่ชอบดูถูกคนอื่น



และในเรื่องที่ (3) ลูกค้าหัวเถิกที่โกงค่าอาหารของป้าเจนทุกครั้งที่ไปกินนั้นเป็นคนเห็นแก่ได้หรือเลวเลยด้วยซ้ำ



ถ้าหากเรามีโอกาสได้พบเจอคนเหล่านี้ในชีวิตจริงเราคงต้องมีเรื่องทะเลาะกับพวกเขาแน่ๆ



ในทางกลับกัน เราคงรู้สึกอยากขอบคุณผู้ใจบุญที่ช่วยบริจาคทุนการศึกษาให้ธนูในเรื่องที่ (4)



และขอบคุณชายคนที่จอดรถหยุดช่วยปิติที่รถเสียอยู่ระหว่างทางในเรื่องที่ (5)



รวมถึงแอบลุ้นให้ชายคนที่ช่วยบอกทางหมิวในเรื่อง(6) เป็นชายหนุ่มหน้าตาดีและเป็นเนื้อคู่ของเธอเหมือนกับในละครหลังข่าว...



เอาล่ะครับ ก่อนที่จะถลำลึกไปมากกว่านี้ ผมมีบางอย่างที่ต้องเฉลยให้ฟังก่อน นั่นคือ....



ชายคนที่ขับรถปาดหน้าเอก เป็นหัวหน้างานที่ดุด่าสมชาย และเป็นลูกค้าหัวเถิกที่โกงป้าเจน



เท่านั้นยังไม่พอครับ



เขายังเป็นคนที่บริจาคทุนการศึกษาให้ธนู เป็นคนที่จอดรถหยุดช่วยปิติ และเป็นชายที่ช่วยบอกทางหมิวไปสนามบิน



คนที่อยู่ในเรื่องทั้งหก เป็นคนคนเดียวกัน



สลัดความคิดฝังหัวที่ว่าคนดีจะไม่ทำเลว และคนเลวจะไม่ทำดีออกไปจากหัวก่อนนะครับ



เมื่อรู้อย่างนี้แล้วคุณจะเกลียดหรือชอบเขาดีครับ...



ผมไม่ใช่หมอดู แต่ผมว่าผมน่าจะเดาได้แม่นไม่แพ้หมอดูชื่อดังของไทยเรา



ผมว่าทุกคนน่าจะชอบเขาแค่บางมุม แต่ก็ยังเกลียดเค้าอยู่ในบางเรื่อง



แต่....ความผิดที่เขาทำเอาไว้อาจจะดูยิ่งใหญ่มากกว่าความชอบที่เขาทำเอาไว้ใช่ไหมล่ะครับ



บางคนอาจจะมีคำถามว่าคนแบบนี้มันมีอยู่บนโลกด้วยเหรอ?



เอาจริงๆ เรื่องทั้งหมดผมแต่งขึ้นครับ มันอาจจะดูโอเวอร์เกินจริงไปบ้าง



แต่เราคงต้องเชื่อว่าในโลกของเรามีคนแบบนี้อยู่จริงๆ



อย่างน้อยๆ ผมอยากให้คุณลองลุกขึ้นแล้วไปยืนที่หน้ากระจก ลองถามตัวเองดูสิครับว่า เราเองก็เคยเป็นแบบนี้หรือเปล่า?



เราเป็นคนดีในบางเรื่อง และในขณะเดียวกันเราก็เป็นคนไม่ดีในบางเรื่องเช่นกัน



เราตัดสินคนว่าคนนั้นเป็นคนดี หรือคนไม่ดี โดยดูจากบางเรื่อง ไม่ได้ดูทั้งหมดทุกเรื่อง



ถ้าเขาทำดีกับเรา เราก็คงรักคงชอบเขา



แต่ถ้าเขาทำไม่ดีกับเรา เราก็คงเกลียดและไม่ชอบเขา



แต่ถ้าคนที่ทำดีและทำไม่ดีกับเราเป็นคนเดียวกัน ความดีหรือความไม่ดีนั้น สิ่งไหนมีอิมแพคกับเรามากกว่ากันล่ะครับ?



“เกลียดง่ายกว่ารัก”



คุณเห็นด้วยกับผมไหมครับ?



ถ้าคุณเห็นด้วยผมเองก็คงจะเศร้าใจเบาๆ



แต่ถ้าคุณไม่เห็นด้วย ก็อย่าลืมหัดรักคนอื่นให้ง่ายกว่าเกลียดคนอื่นนะครับ
SHARE
Writer
pratpreecha
Writer
ชอบเขียนครับ อยากจ้างเขียนอะไร ลองติดต่อมาได้นะครับ^^ ฝากติดตามFacebook <<Better Me Free Happiness:ดีกว่าเดิม สุขกว่าเดิม>>ด้วยนะครับ https://www.facebook.com/bettermefreehappiness/

Comments