หยุดเดินสักนิด...แล้วเหลียวมองชีวิต
ผมเคยได้ยินเรื่องเล่าจากในอินเตอร์เน็ตและหนังสือหลายๆ เล่ม ที่เล่าว่า มีชายคนหนึ่งกำลังตัดต้นไม้อยู่ เขาออกแรงเลื่อยอย่างมุ่งมั่น เหงื่อท่วมตัว แต่ต้นไม้ก็ยังไม่ยอมล้ม พอสังเกตดีๆ จะพบว่า ใบเลื่อยของเขาทื่อไปมากแล้ว ดังนั้นไม่ว่าจะพยายามเลื่อยแค่ไหน ลำต้นของต้นไม้ก็ไม่ยอมขาด จึงมีคนบอกเขาว่าให้พักบ้าง แล้วลับใบเลื่อยให้คมเสียก่อน จะตัดได้ง่ายขึ้น

คำตอบของชายคนนั้นคงเดาได้ง่ายๆ คือ เขาตอบกลับว่าไม่อยากเสียเวลา ต้องตัดให้เสร็จในวันนี้ ไม่มีเวลาหยุดพัก แล้วก็ก้มหน้าก้มตาเลื่อยต่อไป

เรื่องเล่านี้ประยุกต์มาจากคำคมของอดีตประธานาธิบดีสหรัฐฯ อับราฮัม ลินคอล์น ว่า “ถ้าคุณใช้เวลาแปดชั่วโมงในการตัดต้นไม้ เวลาหกชั่วโมงจะหมดไปกับการลับขวาน”
 
ถ้าสังเกตให้ดี มีคนรอบข้างตัวเรามากมายที่กำลังดำเนินชีวิตเหมือนคนตัดต้นไม้คนนั้น เพราะไม่เคยสังเกตว่าเลื่อยของตัวเองทื่อแล้ว จึงไม่รู้ว่าทำไมตัดต้นไม้ไม่ขาดออกจากกันเสียที คนส่วนใหญ่จึงมักตำหนิตัวเองว่าไม่มีความพยายาม ไม่ตั้งใจ แล้วก็ลงมือเลื่อยต้นไม้ต่อไป

ดังนั้นก่อนที่เราจะเริ่มทำงานใดๆ ไม่ใช่เอาแต่ ขยันทำงานโดยไม่สนใจสิ่งใด แต่ต้องมีเป้าหมายที่แน่ชัดว่า ทำงานนี้ไปทำไม ที่สำคัญต้องทำการบ่มเพาะพลังที่ใช้ทำงานให้ตลอดลอดฝั่งขึ้นมาเสียก่อน หลังจากนั้นให้ใช้เวลาค้นหาแนวทางการทำงานที่เหมาะกับตัวเอง ถ้าหากแนวทางนั้นดำเนินไปผิดวิธี ก็ไม่ต่างจากใช้ผ้าสกปรกถูบ้าน ที่ยิ่งถูก็ยิ่งเลอะ

สิ่งที่คนวัยทำงานขาดหายไป ไม่ใช่เรื่องของความสามารถ ใบประกาศนียบัตร แต่เป็นการทบทวนตัวเอง
 
มีผู้คนมากมายที่ไม่รู้ว่าตัวเองต้องการอะไร แล้วจะเพิ่มคุณสมบัติต่างๆ ให้ตัวเองทำไม เอาแต่บ่นว่ายุ่ง ไม่มีเวลา ทั้งที่ยังไม่ได้แม้แต่จะลองหาวิธีที่เหมาะสมกับตัวเองจริงๆ พอเห็นคนอื่นทำแล้วก็อยากทำตาม พ่อแม่สั่งให้ทำก็คิดว่าควรทำ

ถ้าไม่มีเป้าหมายและวิธีเรียนรู้ที่เหมาะสมกับตัวเอง ก็เท่ากับว่าสูญเสียเวลาและความพยายามไปเปล่าๆ คนส่วนใหญ่เอาแต่มุ่งมั่นกับการปฏิบัติ จนลืมเป้าหมายและวิธีการ เหมือนคนตัดไม้ที่ลืมสังเกตว่าใบเลื่อยที่ใช้นั้นทื่อ

แล้วเราจะทบทวนตัวเองอย่างไร 

การทบทวนมีความหมายใกล้เคียงกับความคิด คนส่วนใหญ่จึงเข้าใจว่า แค่คิดให้รอบคอบก็เพียงพอแล้ว แต่อย่าลืมว่าความคิดและความกังวลใจไม่ใช่สิ่งที่จะทำให้ประสบผลสำเร็จ สิ่งที่สำคัญ คือประสบการณ์

ไม่มีสิ่งใดทำให้มนุษย์เติบโตได้ดีเทียบเท่าประสบการณ์ ประสบการณ์ที่สะสมไว้ในช่วงวัยรุ่นและหนุ่มสาวเป็นสิ่งที่ละเอียดอ่อน หากลองสังเกตตัวเองอย่างเงียบๆ จะพบว่า ไม่มีสิ่งใดมาเทียบเคียงกับเรื่องราวที่สอนสั่งเราผ่านกาลเวลา จงพยายามสะสมประสบการณ์หลากหลายที่พอจะสามารถทำได้ ไม่มีอะไรที่เสียเวลาเสียแรงเปล่า

การมีเป้าหมาย ค้นพบวิธีทำ และลงมือปฏิบัติ ความสำเร็จเกิดได้จากสามสิ่งนี้ ถ้ามีความฝัน ย่อมต้องมีความมุ่งมั่น เพื่อให้ชีวิตบรรลุเป้าหมาย 
 
ถ้าไม่มีเป้าหมายก็ไม่มีความหมายอะไร วิธีไม่ถูกต้องทำไปก็ไร้ค่า และถ้าไม่ลงมือปฏิบัติจริงก็ไม่มีทางสำเร็จได้ ดังนั้นเพื่อให้ชีวิตได้บรรลุในสิ่งที่ต้องการ ต้องหมั่นย้อนมองตัวเองบ่อยๆ ทบทวนสิ่งต่างๆ เพื่อสร้างความสมดุลระหว่างสามสิ่งนี้

หยุดเดินบ้าง แล้วย้อนมองตัวเองด้วยความซื่อสัตย์ การเผชิญหน้ากับความคิดของตัวเอง อาจค้นพบสาเหตุที่ทำให้ชีวิตล้มเหลวครั้งแล้วครั้งเล่า เป็นไปได้ว่าสาเหตุนั้นอาจมาจากที่ตัวเราเหมือนใบเลื่อยที่ทื่อเกินไป



SHARE
Writer
TAKUYA1091
Writer and Designer
...Welcome to Introspection Area...

Comments