กระโปรงรถ, แมว, และสติที่กำลังจะแตก

เคยมีคนทวิตไว้ว่าหน้าหนาว แมวจะชอบเข้าไปอยู่ในกระโปรงรถ

ตอนได้ยินครั้งแรกมันก็ “อือ กระโปรงรถมันคงอุ่นแหละมั้ง” จำได้ว่าตอนนั้นทวิตไว้ด้วยนะ ว่าถ้าอากาศเริ่มหนาวเมื่อไร จะคอยเช็คกระโปรงรถก่อนขับทุกครั้ง  


แล้ววันนี้มันหนาวหรอวะ


นี่ว่าไม่นะ ร้อนออกด้วยซ้ำ แต่ทำไมมันถึงมีเสียงแมวดังมาจากกระโปรงหน้ารถแบบนี้ได้เนี่ย–




181206 Thursday, 7:53 PM (เวลาโดยประมาณ)


มันเริ่มจากเพื่อนคอลมาตอนเดินไปลานจอดรถ นังเพิ่งขับรถชนมาเมื่อเช้า สติไม่ครบถ้วนดี เลยโทรมาบ่นตอนขับรถกลับบ้าน


ที่จริงนางโทรมาตั้งแต่หกโมงเย็นโน่นละ แต่นี่ยังอยู่ในห้องมีตติ้ง กว่าจะได้ออกมาก็ทุ่มกว่าแล้ว 


นางก็บ่นตามประสา และนี่ก็ฟังบ้าง ให้ความเห็นบ้าง และเตือนสตินางบ้าง ก็คุยอย่างนั้นจนถึงลานจอดรถ กดกุญแจปลดล็อก ขึ้นรถ ล็อกรถ สตาร์ทรถ จำได้ว่ายังนั่งโอ้เอ้คุยกับเพื่อนอยู่เกือบห้านาที เพราะป๊าเคยบอกให้วอร์มรถก่อนขับ ก็เลยทำอย่างงั้นจนเป็นปกติไปแล้ว


ก็นั่นแหละ ขนาดวอร์มเครื่องแล้วนะ


ก็นั่งจนสักแปปนึง ถึงได้ขับออกมา จ่ายค่าจอดรถก็แล้ว ขับมาสักพักจนถึงทางแยก นี่ก็เปิดไฟเลี้ยวปกติ เพื่อนก็ยังบ่นของมันต่อไป จำไม่ได้แล้วว่าตอนนั้นนางบ่นถึงอะไรอยู่ แต่นี่ก็พูดสวนกลับไป


“เห้ยเจ๊ เค้าว่าเค้าได้ยินเสียงแมวอะ”


“แกจะได้ยินเสียงแมวได้ยังไง เปิดวิทยุอยู่ปะเนี่ย”


“เสียงมันใกล้มากเลยอะเจ๊ เห้ย มันอยู่ในกระโปรงรถปะเนี่ย”


และนั่น คือจุดเริ่มต้นความความสติแตก


จำได้ว่าบ่นไม่หยุดเลย สติแตกมาก พูดอะไรไม่รู้เยอะแยะไปหมด อาทิเช่น


เจ๊มันเข้าไปอยู่ได้ไงเนี่ย, ไม่สิ มันเข้าไปอยู่ทำไมก๊อน, มันจะตายมั้ย, มันร้องอีกแล้วอะเจ๊, มันร้องเสียงดังมากเลย, เจ๊มันจะร่วงลงไปมั้ย, อย่าเพิ่งตายนะเจ้าเหมียว, แง๊ อย่าเป็นอะไรนะ


ถามว่าทำไมไม่จอดลงไปดูหรอ


คือมันเป็นถนนสองเลน เลนนึงเราขับ อีกเลนคือรถสวนมา –อือ มันเป็นถนนขับเลนเดียว



และข้างหลังก็มีรถมายังไงหล่ะ



โคตรซวย





นึกสภาพคนนึงที่เพิ่งขับรถชนมาเมื่อเช้า และอีกคนที่กำลังขับรถ –ที่มีแมวอยู่ในกระโปรงหน้า กำลังแข่งกันพูดใส่โทรศัพท์ ที่เปิดสปีกเกอร์อยู่



อือ โคตรสติแตกเลย



นังยังดีหน่อยที่มีสติกว่า และบอกให้รีบหาที่จอดไปเช็คกระโปรงหน้า นี่ก็เลยหาที่จอด หลังจากที่พ้นถนนเลนเดียวมาแล้วน่ะนะ แล้วก็ตระหนักได้ถึงปัญหาอีกอย่างนึง ชั้นเปิดกระโปรงรถคันนี้ไม่เป็นนี่หว่า แต่ก็ยังโชคดี ที่นางพออธิบายได้ว่าควรจะเปิดกระโปรงหน้ารถยังไง 


แล้วนึกสภาพรถที่ขับมาสักพักนึงนะ กระโปรงหน้ารถคือร้อนมาก


“หาผ้ามาสิ”


อะ ผ้าก็ผ้า และผ้าที่ว่านั่นก็คือเสื้อหนาวชั้นนี่แหละ จังหวะนั้นมันจะหาผ้าที่ไหนมาได้ล่ะ


“ล้วงไปตรงช่องที่มันเปิดขึ้นมา แล้วมันจะมีแผ่นให้กดลงไป กดมัน แล้วดึงฝากระโปรงขึ้น แค่นั้นเอง”



อะ กดก็กด แล้วนึกถึงฝากระโปรงฟอร์จูนเนอร์ ที่หนักบัดซบ กับสภาพผู้หญิงที่สูงร้อยหกสิบ ผู้ซึ่งกำลังสติแตกดูนะ


แต่มันก็ต้องทำให้ได้อะจังหวะนั้น เจ้าเหมียวจะเป็นตายร้ายดียังไงก็ไม่รู้ เพราะเสียงมันเงียบไปสักพักนึงแล้ว ถ้าโชคดี มันก็โดดลงไปได้อย่างปลอดภัย และถ้าโชคร้าย –ซึ่งนี่พึมพำตลอดเวลาว่าอย่าให้เกิดขึ้น ก็ตายอยู่ในกระโปรงรถชั้นนี่แหละ


อะ เปิดก็เปิด



โชคยังดี ที่ไม่มีอะไรอยู่ในนั้น


แต่ตอนเปิดก็คือเปิดด้วยสองมือ และยัยคนสติแตกคนนั้นก็หนีบมือถือที่เปิดแฟลชไลท์ค้างไว้ที่ไหล่


สภาพทุเรศทุรังสิ้นดี


คือก็ยังเช็คไม่ดีแหละ เพราะไม่มีมือให้ดึงที่ค้ำมาค้ำแล้วและฝากระโปรงก็หนักซะจนแขนสั่นเลย ก็เลยตัดสินใจปิดฝากระโปรง ละก็ขับรถกลับมาถึงบ้านอย่างปลอดภัยด้วยสติอันน้อยนิด


ป๊าลงมาหาอย่างเคย เลยบอกให้ป๊าช่วยดูให้อีกที กลัวว่ามันจะตายอยู่ข้างในนั้น


นังก็ไปเอาไฟฉายมา เปิดกระโปรงอย่างคล่องแคล่ว –กว่านี่สิบเท่าตัวได้ และสักพักก็บอกว่าไม่มีแล้ว มันคงโดดลงไปตอนรถชะลอตัวแล้วแหละ


ก็หวังว่าจะเป็นแบบนั้น



ป๊ายังบอกเลยว่าอย่าคิดมาก แมวมันมีเก้าชีวิต ยังไงมันก็เอาตัวรอดได้อยู่แล้ว นี่ก็บ่นกับป๊าตามประสาคนยังสติแตกอยู่


“แล้วทำไมมันต้องมานอนในนี้ด้วยเนี่ย วันนี้อากาศร้อนจะตายชัก”


มันคงร้อนแหละ เลยมานอนหลบแดดในนั้น

ได้หรอวะ


อะ ได้ก็ได้แหละ แต่คราวหลังไม่เอาแล้วนะเจ้าเหมียว พี่หัวใจจะวาย และพี่สติแตก –มาก







เห้อ.




SHARE
Writer
NNC1994
Actioner
I write what I want to read.

Comments