กระจกสุญญากาศ
ฉันเชื่อว่าด้านหลังกระจกต้องมีใครสักคนที่เฝ้ามองฉันอยู่

ในห้องนอนของฉันจะมีกระจกบานหนึ่งที่มีขนาดเท่ากับความสูงของฉันพอดี ไม่สิอาจสูงกว่าฉันนิดหน่อย

ทุกๆวันฉันจะยืนจ้องกระจกบานนั้นอยู่นานอย่างใช้ความคิด
เงาสะท้อนอีกคนที่เหมือนกับฉันทุกประการไม่ว่าจะหมุนซ้ายหรือหมุนขวา ใครอีกคนในกระจกก็จะทำตามได้หมด

มันน่าสงสัย...?

ฉันยืนจ้องกระจกเหมือนกับทุกๆวันที่ทำมา ลองลุกขึ้นยืนแล้วนั่งยองๆ ไม่ก็ทำหน้าตาตลก

แต่เงาสะท้อนก็ไม่หัวเราะออกมา...

มือเรียวลองทาบลงไปในแผ่นเปราะบาง ภาพในกระจกก็ทำตามเช่นกัน ฉันลองมองเงาสะท้อนใกล้ๆ สำรวจใบหน้าและจ้องลึกไปในดวงตาของมัน

'หรือบางทีฉันอาจแค่เหงา?'

เสียงกระซิบดังแผ่วเบา บางทีความคิดที่ว่ามีใครสักคนเฝ้ามองฉันอยู่อาจเป็นเพราะความต้องการส่วนลึกที่อยากมีใครสักคนคอยดูแล

ฉันปล่อยมือออกจากระจก สูดหายใจให้ลึกเข้าเต็มปอด ก่อนที่จะออกนอกห้องไป

ตั้งแต่วันนั้นฉันก็ไม่เคยจ้องมองภาพสะท้อนแบบแต่ก่อนอีกเลย...



'ฮึก...'

เป็นรอบที่ล้านที่ฉันร้องไห้อยู่ภายในห้องนี้คนเดียว

ฉันนั่งลงบนเก้าอี้ตัวโปรด หยิบของมีคมและกรีดมันบนชั้นเนื้อแขน ปลายแหลมของคัตเตอร์สั่นระริกตามเสียงหััััวใจที่ดังตุบๆเหมือนกับกลอง

แขนเสื้อถูกยกขึ้นเผยให้เห็นรอยแผลเป็นจากของคม บางแผลก็พึ่งสดใหม่และถูกกรีดซ้ำ

ปลายแหลมสัมผัสกับต้นแขนเปิดทางเนื้อชั้นนอกออก น้ำสีแดงไหลรินออกจากปากแผลไหลเป็นทางยาวและเปรอะเปื้อนโต๊ะไม้สีดำ

มันเป็นความรู้สึกที่ดี

ฉันปล่อยใบมีดลงหลังจากที่รู้สึกว่าความเจ็บปวดมันได้หายไปหมดแล้ว

ระหว่างที่ฉันกำลังสูดลมหายใจเข้า-ออกก็นึกทบทวนเรื่องราวมากมายที่โจมตีฉันอยู่ทุกวัน

มันยากเกินจะรับไหวสุดท้ายฉันก็เลือกที่จะทำร้ายตัวเองเพื่อบรรเทาความเศร้าและหม่นหมอง

                  ความเจ็บทำให้ฉันรู้ว่า                     ร่างกายอันน่าสมเพชยังมีชีวิตอยู่
ฉันนั่งเหม่อสักพัก ทบทวนถึงเรื่องราวที่ผ่านมา คิดถึงกระจกบานนั้นที่ไม่ได้จ้องมันมานานแล้ว

ขาทั้งสองก้าวไปยังพื้นที่เย็นเฉียบ ความรู้สึกจุกๆแล่นเข้าสู่ลำคอเมื่อฉันได้มองเห็นเงาสะท้อนตัวเอง

ภาพของผู้หญิงคนเดิมปราฎต่อหน้า
หน้าตาและรูปร่างที่ไม่เปลี่ยนแปลงแม้แต่ทรงผม
ชุดเสื้อผ้าที่เป็นแนวเดิมๆเหมือนกับเมื่อก่อน

...ขาดแต่แววตาที่เปลี่ยนไป

ความร่าเริงถูกกลืนกินหายไปตามกาลเวลา ภาพสาวน้อยไร้เดียงสาที่มองกระจกด้วยความสนอกสนใจได้หายไป

...ใครสักคนในกระจก

ฝ่ามือนุ่มทาบลงบนกระจกอีกครั้ง เธอมองระยะมือของภาพสะท้อนอยู่นานจนน้ำใสไหลรินอีกครา

กาลเวลาทำให้เธอรู้สึกเหมือนยืนอยู่บนจักรวาลที่ไม่มีดวงดาว หินประหลาด หรือแม้แต่หลุมดำ

มันช่างเหงาซะเหลือเกิน

เธออยากกอดภาพตรงหน้าให้รู้สึกอบอุ่น แต่ติดที่ว่าเธอทำไม่ได้

เธอไม่สามารถกอดตัวเองได้
เพียงแค่ทำตามหัวใจของตัวเองยังทำไม่ได้เลย

ร่างกายทรุดลงหน้ากระจก พยายามกลั้นสะอื้นไว้ในจักรวาลที่ไร้เสียงตอบกลับมา คำพูดจุกอกที่ไม่สามารถสื่อถึงใครได้ในที่ที่สุญญากาศ

อยากให้เศษหินสักก้อนตกกระทบ ให้รับรู้ถึงความเจ็บปวดสักนิดยังเรียกร้องไม่ได้เลย

มันชาหมดแล้ว...ความเจ็บปวดที่แสนเย็นชา

จักรวาลที่ไร้แสงสว่าง ฉันขออะไรอย่างหนึ่งได้ไหม...?

ในจักรวาลที่ไร้สุญญากาศแห่งนี้ ฉันขอกระจกสักบานไว้เคียงข้างได้ไหม


อย่างน้อยฉันก็รู้ว่าตัวเองยังคงมีตัวตน
SHARE
Written in this book
Story from WHITEBEAR
ถ้าหากหมีขาวหยุดเล่นกับเจ้าก้อนสีขาวที่แฝงด้วยความหนาวเย็นและลองแต่งเติมตัวอักษรให้กับมันแทน :)
Writer
Tofuu_Bear
หมีขาว กับ เต้าหู้
เมื่อขนปุยกับนุ่มนิ้มมาเจอกัน..

Comments