เรื่องของคำพูด


ช่วงนี้คนออกมาพูดเรื่อง Words hurt campaign กันเยอะ ว่าแล้วเราก็เลยอยากมาแชร์ประสบการณ์สักหน่อย


เราเป็นคนหนึ่งที่เผชิญเรื่อง ผลจากคำพูด มาตั้งแต่เด็ก


คำพูด... ที่หลุดออกมาจากคนคนหนึ่ง อาจจะตั้งใจหรือไม่ตั้งใจแต่มันก็ค่อย ๆ ทำลายความมั่นใจของเราลงช้า ๆ


เรารู้สึกเหมือน ตัวตน ของเราถูกกัดกินเรื่อย ๆ และ เรื่อย ๆ
จนเราบอกได้เลยว่า ตอนนี้เราแทบจะไม่มีความมั่นใจในตัวเองเลย


บางคนอาจจะเถียงว่า เอ๊ะ เราก็ยังดูร่าเริงเป็นปกติดีนี่นา แล้วจะไม่มีความมั่นใจได้ยังไง


คุณรู้ไหมว่าภายนอกที่เห็น อาจไม่ได้เป็นอย่างที่คิด


เราต้องคอยบอกตัวเอง ปลอบใจตัวเอง ฮึดสู้ขนาดไหนเพื่อที่จะพยายามทำให้ทุกคนเห็นว่าเราเป็นปกติ


ทั้งที่ในใจเรารู้ดีว่าเราไม่ปกติ


...
..


ตอนเรายังเด็ก เราจำได้ว่าเราเป็นคนมีความมั่นใจมาก ไม่ว่าจะทำอะไรก็มีแต่เสียงชมเชย มีพ่อแม่สนับสนุน

ชอบร้องเพลงเหรอ อะไปประกวด
ชอบวาดรูป อะลองแข่งดู
ชอบเต้น อะมีงาน ไปโชว์
ชอบพูด อะลองเป็นพิธีกรรายการโรงเรียนนะ

ทุกอย่างดูโรยไปด้วยกลีบกุหลาบ




อืม ถ้ามันสวยงามแบบนั้นก็คงดี




"อยากเด่นหรอ"
"กระแดะ"
"ไม่เห็นเพราะเลย"
"หนวกหู"
"น่ารำคาญ"
"เรียกร้องความสนใจ"
"ดันทุรัง"
"ไม่มีพรสวรรค์"
"ไปลอกงานใครมา"
"ประจบครูแหง ๆ"
"อุบาทว์"
"เฟค"
"กะxรี่"
"ทำไมไม่ตายไปซะ"



บางคำพูด ก็ถูกพูดมาลอย ๆ
และบางคำพูด ก็ตบท้ายว่า "แซวเล่น" "คิดมากทำไม" "พูดขำ ๆ" ให้เรารู้สึกแย่ไม่ได้
เพราะถ้าเรารู้สึกแย่ คำว่า "จริงจังไปได้" "เล่นนิดเล่นหน่อยไม่ได้หรอ" "หยิ่งมาจากไหน" ก็จะพรั่งพรูออกมา


จนวันหนึ่ง มีคนบอกเราว่า
"เราว่าแกมั่นใจมากเกินไป ลด ๆ ลงหน่อยก็ดีนะ"



วันนั้นเป็นวันที่เราตัดสินใจจะหยุดทุกอย่างทันที



เรากลายเป็นคนแคร์คำพูดคนอื่นมาก ๆ
ไม่ว่าใครพูดอะไร ก็จะเก็บมาคิด และตำหนิตัวเองเสมอ ๆ
เวลาจะทำอะไร จะคิดแล้วคิดอีกว่าเป็นการทำตัวเด่นรึเปล่า ถ้ามันดูเด่นก็จะไม่ทำ
จนเราดูเป็นคนขาดความมั่นใจอย่างร้ายแรง


ทางบ้าน เขาเคยเห็นเรามีรอยยิ้มที่สดใส ให้ทำอะไรก็ทำ แต่พอเราหยุด เขาก็ถามเราด้วยความเป็นห่วง


"หนูคนเดิมหายไปไหน หนูเคยมั่นใจมากกว่านี้ เอามันกลับมาซะ แบบนี้เสียบุคลิกหมด"



อืม



ก็เข้าใจว่าเป็นห่วง
แต่บางคำพูดก็ไม่ช่วยให้มั่นใจขึ้นเท่าไรนะคะ



ทุกสิ่งทุกอย่างมันสะสม
จนกระทั่งวันหนึ่ง


หัวใจเรามันชัตดาวน์




ที่ว่าชัตดาวน์ คือ ไม่รู้สึกอะไรอีกเลย
ไม่ยินดียินร้าย
ไม่สนุก
ไม่ยิ้ม
ไม่สามารถหัวเราะได้อย่างที่เคย


มันรู้สึกแค่
ชา ๆ
หม่น ๆ
มืดมน
แล้วก็ไม่อยากรับรู้อะไรอีก





แต่คนเราอ่ะเนอะ มันคงไม่รู้สึกตลอดไปไม่ได้
วันหนึ่ง ร่างกายเราก็ต้องปรับตัวให้อยู่รอดจนได้


เรากลายเป็นพวกนิ่งเฉย (ignorance)
รู้สึกดีใจ แต่ก็ดีใจไม่สุด
รู้สึกเสียใจ แต่ก็คิดว่าไม่เสียใจจริง
ปฏิสัมพันธ์น้อยลง
คิดว่าอะไรปล่อยได้ก็ปล่อยไป


ช่วงนั้นเราคิดว่าเราดีขึ้นมาหน่อย


จนกระทั่งเราเริ่มกลับไปพูดคุยและแสดงความชอบตัวเองอีกครั้ง


แต่ก็นั่นล่ะ 'คำพูด' มันก็มีอยู่ทุกที่


มันทำให้เรารู้ว่า ที่เราคิดว่าดีขึ้นนั้น มันไม่จริงเลย



"ไม่รู้จักโต"
"ขี้แย"
"รสนิยมประหลาด"
"น่าขยะแขยง"
"เพี้ยน"



เพราะพอเราได้ฟังคำพูดพวกนั้น อาการหัวใจเราก็ทรุดหนักลงอีก

เป็นประมาณว่า ถ้าใครมาสะกิดต่อมนิดหน่อย บ่อน้ำตาก็จะแตกทันที

เราไม่สามารถควบคุมอารมณ์ตัวเองได้เหมือนก่อน
มันเซนซิทีฟขึ้น
อ่อนไหวง่าย
ร้องไห้บ่อย

ถ้าใครมีแนวโน้มจะพูดหรือบังคับอะไรก็ตามที่มีประเด็นสะกิดเรา หัวใจเราจะต่อต้านทันที



ซึ่งจนถึงตอนนี้เราก็ไม่รู้ว่าจะแก้ไขมันยังไง


ที่ทำได้มากที่สุด

ก็แค่ปกป้องตัวเองด้วยการสร้างเกราะ "ไม่เป็นไร เราไม่ซีเรียส" ขึ้นมา
ตบท้ายด้วยยิ้มสยามให้คนฟังสบายใจว่าเราไม่เป็นไรจริง ๆ


อื้อ ก็มันทำได้แค่นี้แหละเนอะ



เราไม่รู้ว่าอีกนานเท่าไร หัวใจเราจะกลับไปเป็นปกติ เพราะเอาจริงเราก็คิดถึงความสดใสวัยเด็กเราอยู่เหมือนกัน

แต่ตราบใดที่มันยังมี "ดาบคำพูด" คอยทิ่มแทงเราอยู่เรื่อย ๆ แบบนี้ จะให้หัวใจกลับไปดีแบบเดิมก็คงยาก

เราก็คงทำได้แค่โพรเทคตัวเองแบบนี้ไปเรื่อย ๆ
และหวังว่าสักวันหนึ่ง

มนุษย์เรา จะคิดก่อนพูด กันมากขึ้น


ก็เท่านั้นล่ะนะ





#wordshurtcampaignth
SHARE
Written in this book
เรื่องของเขา
เรื่องของเขา เรื่องของเรา เรื่องของใคร
Writer
LittleMatchGirl
นักอยากเขียน
• Little chubby girl and her little big dreams

Comments