ยังมีใครอีกมากมาย ที่อยากจะเป็นเหมือนกับเรา
ในตอนที่เราอยากจะเป็น
เหมือนกับใครสักคน

ตอนนั้นก็จะยังคง
มีใครอีกหลายๆ คน
ที่อยากจะเป็นเหมือนเรา

"ถ้ากูเป็นเหมือนมึงได้ก็คงจะดี"

"ทำไมวะ"

"ก็ใครๆ ก็ชอบมึง แถมมึงยังทำได้เกือบทุกอย่าง"

"แต่กูกลับอยากเป็นมึงนะ"

"เพราะอะไรวะ ทั้งที่ชีวิตมึงดีกว่ากูต่ังเยอะ"

"ไม่รู้สิ แต่อาจจะเป็นเพราะมึงมีในสิ่งที่กูต้องการ และไม่มีในหลายสิ่งที่กูไม่ต้องการ"

เป็นบทสนทนาจากหนังสือเล่มหนึ่ง
ที่มันทำให้ผมนึกถึง
วันที่ผมเคยคิดอยากจะเป็น
เหมือนกับใครหลายๆ คน

ผมมีน้องชายแท้ๆ คนหนึ่ง
น้องเป็นออทิสติกตั่งแต่เกิด
ผมต้องคอยดูแลตลอดเวลา
แม้แต่ตอนไปเรียนหนังสือ

ในตอนที่ผมเรียนอยู่ชั้นประถมศึกษา
ผมต้องย้ายโรงเรียนสองครั้ง
เพื่อตามไปดูแลน้อง
เพราะน้องชายจะติดผมมากเป็นพิเศษ
ทุกพักกลางวัน หรือระหว่างเรียนในบางวัน
ผมจะต้องไปหาน้องเพื่อไม่ให้งอแง

น้องชายผมดูแลตัวเองไม่ได้
บางครั้งระหว่างนั่งรถโรงเรียนกลับบ้าน
ก็จะร้องให้งอแงเป็นประจำ
หรือบางครั้งก็ควบคุมระบบต่างๆ ในร่างกายไม่ได้
ไม่ว่าจะเป็นการอุจจาระ หรือปัสสาวะ
และผมต้องคอยดูแลตลอด
ทั้งที่เราอายุห่างกันแค่สองปีกว่าๆ

ถ้าถามว่าผมรักน้องมั้ย
ก็คงบอกว่ารัก
แต่ถ้าถามว่าเบื่อ ว่ารำคาญมั้ย
ก็คงปฎิเสธไม่ได้เหมือนกัน

ผมอิจฉาเพื่อนหลายๆ คน
ที่ไม่ต้องมาคอยทำอย่างผม
อยากจะมีน้องเป็นเหมือนเด็กคนอื่นๆ
และไม่อยากที่จะโดนล้อเรื่องมีน้องไม่ปกติ
ไม่อยากโดนทำเหมือนกับเป็นตัวประหลาด
หรือต้องคอยมีเรื่องกับคนที่ว่าน้องตัวเอง

ในตอนนั้นผมเคยพูดกับใครหลายๆ คน
ผมไม่อยากจะเป็นผมในตอนนั้น
ผมอยากจะเป็นเหมือนเพื่อนหลายๆ คนมากกว่า

แต่ผมก็อยู่มาได้นะ
ในถานะของผมเนี่ยแหละ
และผมก็ไม่ได้มีปัญหาเรื่องการเรียนด้วย
ถึงแม้ผมจะมีเรื่องประจำ

ในตอนนั้นผมเป็นเด็กที่ค่อนข้างจะมีปัญหา
ใครที่ทำให้ไม่พอใจก็หาเรื่องแกล้งเค้าไปทั่ว
โดยเฉพาะพวกที่ว่าน้องชายของผม
ผมเคยถูกครูคนนึงบีบคอ
ผมเคยโดนผอ. โรงเรียนพูดกับผมว่า
"ระวังนะ จะไม่ได้ตายดีๆ แต่จะตายเพราะปาก"

แต่เชื่อมั้ย
ว่าทั้งๆ ที่ผมเป็นอย่างนั้น
ทั้งๆ ที่ผมอยากจะเป็นเหมือนคนอื่นๆ
แต่กลับมีเพื่อนหลายคนที่อยากจะเป็นผม
มีอาจารย์หลายท่านและผู้ใหญ่หลายคนที่ชอบผม
และอยากให้ลูกเค้าเป็นแบบผม

ผมไม่รู้หรอกว่าทำไม
แต่มันอาจจะมีปัจจัยอะไรอีกหลายอย่าง
อาจจะเป็นเพราะผมทำคะแนนได้ดี
อาจจะเป็นเพราะผมสอบติด
อาจจะเป็นเพราะการกระทำบางอย่าง
หรืออาจจะเป็นเพราะนิสัยบางด้าน
ที่ผมแสดงออก
หรืออะไรที่พวกเค้ามองเห็น
เค้าถึงได้อยากจะเป็นเหมือนผม

จนในวันนึงที่ผมโตขึ้นมาจากวันนั้น
ได้เจอเรื่องราวต่างๆ มากมาย
ทั้งมีความสุข
และทุกข์ที่ปะปนกัน
ผมมีเรื่องเครียดหลายเรื่อง
ทั้งปัญหาทางบ้าน
ปัญหากับเพื่อน
ปัญหาด้านการเรียน
ปัญหาต่างๆ ที่มากขึ้น

ในตอนนั้นที่ผมได้มองน้องชายตัวเอง
น้องชายผมก็ยังคงไม่รู้เรื่องอะไร
อาจจะช่วยเหลือตัวเองได้มากขึ้นก็จริง
แต่ก็ยังคงไม่รู้เรื่องอะไรอยู่ดี

ในตอนนั้นผมอยากจะเป็นเหมือนกับน้องชายผม
แค่อยากทำอะไรก็ทำ
ใครจะว่าจะพูดยังไงก็ไม่ต้องสนใจ
เพราะไม่รู้เรื่องอะไรทั้งนั้น
ผมจะได้ไม่ต้องรับรู้เรื่องราวใดๆ
ที่คอยมากวนจิตใจ
ให้เป็นทุกข์อยู่เสมอ

ทั้งๆ ที่ตัวผมดีกว่าน้องชายตั่งเยอะ
ทั้งๆ ที่ผมเก่งกว่าน้องชายตั่งหลายอย่าง
ทั้งๆ ที่ผมสามารถทำสิ่งต่างๆ ได้มากมาย
ทั้งๆ ที่ถ้าเทียบแล้วผมว่ามีคนที่ชอบผม
มากกว่าชอบน้องชายของผม
และมีคนที่ต้องการผม
มากกว่าต้องการน้องชายของผม
แต่ผมกลับอยากที่จะเป็นเหมือนกับน้องชาย

มันทำให้ผมได้รู้ว่า
สิ่งที่คนเราต้องการจริงๆ น่ะ
มันไม่ใช่สิ่งเราเห็นใครหลายคนมี
มันไม่ใช่สิ่งที่ใครต่อใครยอมรับหรอก

แต่มันคือสิ่งที่เราขาดไปต่างหาก
แม้ในบางทีเราอาจจะมีสิ่งดีๆ มากมาย
เราอาจจะมีสิ่งที่ใครๆ ต่างก็ต้องการ
แต่แค่เพราะมันอยู่กับเรา
เราเลยมองไม่เห็นคุณค่าของมันมากพอ

แต่กับคนอื่นๆ
เรามองเห็นสิ่งเหล่านั้นได้ชัดเจน
และเรารู้ได้ทันทีว่าเราไม่มีในสิ่งนั้น
เราจึงต้องการมัน
และอยากมีในสิ่งเหล่านั้น
ถึงแม้บางทีมันอาจจะแย่กว่าที่เราเป็น
ก็ตาม



ในวันนี้ที่เราต้องการ
และอยากจะเป็นให้เหมือนกับใครสักคน
รอบตัวเราที่มีผู้คนมากมาย
ก็ยังคงมีหลายๆ คน
ที่ต้องการ และอยากจะเป็นแบบเรา

เพราะว่าความจริงแล้ว
เราไม่ได้ขาดอะไรเลยในชีวิต
แต่แค่เราต้องการมันมากเกินไปต่างหาก
มันเลยทำให้ชีวิตเราเหมือนไม่สมบูรณ์

ทั้งที่จริงๆ แล้ว
ชีวิตเราสมบูรณ์ที่สุดแล้ว
เราไม่จำเป็นที่จะต้องเหมือนใครเลย



SHARE
Written in this book
บันทึกความทรงจำ
เรื่องตอนนั้นมันผ่านมาแล้วนะ แต่เรายังจำได้ดี ถึงบางตอนมันจะขาด บางตอนมันจะหายไปบ้าง แต่ถ้าเราลองเอามันกลับมาบันทึกใหม่ เรื่องราวมันจะเป็นยังไงนะ
Writer
konimon
reader @ writer
IG : konimon Facebook : มุมมองของเงา

Comments