คิดถึง....
👴: ไปหยิบกระเป๋าตังให้ต๊ะหน่อย มันซ่อนอยู่ใต้ที่นอนนะ เป็นกระเป๋าตังสีเขียว ในนั้นมีตังอยู่ พันเจ็ดนะ จะได้เตรียมตัวไปรพ.ด้วย
👧: เราจะไปรถเครื่องกันนะต๊ะ
👴: อ่าวเหรอ😯

👧: วันนี้วันอาทิตย์นะต๊ะ ไปวันนี้ก็ไม่ได้เจอหมออยู่ดี ไว้ต๊ะ ไปวันจันทร์-อังคารนะให้สุเด่นไปส่งนะ
👴: อ่ออ เอาแบบนั้นก็ได้
👧: งั้นเดวเปลี่ยนเสื้อผ้าให้นะ จะได้อุ่นๆ
👴: แป๋น..

บทสนทนาวันสุดท้ายที่เราเจอกันได้พูดคุยกัน หลังจากที่กลับบ้านไปในช่วงวันหยุดสิ้นปี ทุกครั้งที่กลับบ้านเราจะต้องมีของฝาก กับข้าว ยา อาหานเสริม และผลไม้ ไว้ให้ผู้ป่วยของเราเสมอๆ

แต่การกลับไปคราวนี้ เรากลับไปมือเปล่า แต่พ่วงอาการป่วยกลับบ้านไปด้วย ทำให้ความอ่อนเพลียเราเพิ่มขึ้นอีก 1 เท่าตัว บวกกับความขี้เกียจที่มีเลยทำให้ไม่มีเรี่ยวแรงที่จะขยับตัว

👴: ไปไหนกันมา ไม่สนใจต๊ะกันแล้วใช่ไหม หายไปกันทั้งวัน ทั้งคืน
👧: เมื่อคืนไปนอนบ้านล่างกับเยือะมานะต๊ะ
ไม่ได้หายไปไหน ต๊ะกินข้าวหรือยัง
👴: ยังเลย
👧: งั้นรอแปปนะ เดวจะตักข้าวให้กิน กินข้าวเสดจะได้กินยา
👴: แป๋น โร๊ะ..

ประโยคตัดพ้อจากคนป่วยที่เรามักจะได้ยินบ่อยๆเป็นหน้าที่ประจำของคนที่ไม่ได้อยู่บ้าน ในยามที่กลับบ้านไป เพราะคนที่ทำงานไกลบ้านจะไม่ค่อยได้ไปดูแล หน้าที่ดูแลนี้จึงตกไปยังน้องสาวและน้องชาย ที่ทำงานอยู่ใกล้บ้านและอยู่บ้านซะส่วนใหญ่

ส่วนเราอย่างเก่งหนึ่งเดือนกลับได้มากสุดก็แค่ 2 ครั้ง แต่ก็ไม่บ่อยที่จะได้กลับไป 2 ครั้ง เพราะต้องอยู่เวรที่อนามัย เลตของเราเลยตกไปอยู่ที่ 1 เดือน 1ครั้งซะมากกว่า ช่วงไหนที่ได้กลับบ้านเราจะฮอตกว่าคนอื่นๆหน่อย กลายเป็นหลานรักไปในชั่วค่ำคืน

หลายครั้งที่พอต๊ะรู้ว่า หลานๆจะกลับบ้านนางจะไม่ยอมกินข้าวทั้งวัน เพราะจะรอกินข้าวด้วย รอกินผลไม้ ขนม นมเนยที่เราติดมือกลับไปทุกครั้งที่กลับ

จนพ่อแซวติดตลกเวลากลับบ้านว่า "พี่เลี้ยงเด็กกลับมาแล้ว" เป็นอันรู้กันว่าหน้าที่ดูแลได้ถูกสับเปลี่ยนในทันที

กินเวลาไป 2 ปี ที่ต๊ะป่วยจนต้องเข้ารพ.เป็นว่าเล่นครอบครัวเราดูแลประคับประครอง ประคบประงมดูแลต๊ะกันตลอดมา จนใครๆหลายๆคนบอกว่าเราเอาใจต๊ะเกินไป จนทำให้คนป่วยเคยชิน เคยตัวไม่ยอมช่วยเหลือตัวเอง สร้างความลำบากให้คนดูแลที่บ้าน

แต่เราก็ไม่เคยแคร์ คำพูดเหล่านั้น เราแค่อยากดูแลกันในช่วงที่เขายังอยู่ให้ดูแล ไม่ได้อยู่แค่ในความฝันเหมือนในวันนี้ เพราะเรารู้ดีว่า วันเวลามันเริ่มสั้นลงเรื่อยๆ เราไม่รู้ว่าต๊ะ จะอยู่ให้เราดูแลไปอีกนานแค่ไหน

เรามักจะพูดคุยกันเสมอทุกครั้งที่กลับบ้าน ในแชทกลุ่มของครอบครัว เล่าเหตุการณ์ที่แต่ละคนพบเจอ
ว่ากลับมาคราวนี้ ต๊ะเป็นยังงัย ดื้อขนาดไหน
และเหวี่ยงจนบางทีก็รู้สึกว่าจะทนไม่ไหวก็มี

แต่เรื่องราวเหล่านั้น ได้สร้างเสียงหัวเราะ
และรอยยิ้มให้ครอบครัวเราได้เสมอทุกครั้งที่เราพูดถึง ถ้าใครไม่พบเจอคงไม่รู้หรอกว่าเราดูแลกันยังงัย

เรามักจะช่วงชิงตำแหน่ง Top 3 ในการดูแล
โดยการให้คะแนนจากต๊ะ ว่าคนไหนดูแลดี เอาใจเก่ง ใช้งานคล่อง คนที่อยู่บ้านนานๆ หรือกลับบ่อยๆอันดับก็มักจะร่วงลงมาเรื่อยๆ เผลอๆทำให้ไม่พอใจครั้งเดียวอาจจะหลุดTop5 ก็เป็นได้

ส่วนคนที่ไม่ค่อยอยู่บ้านอันดับก็จะติด Top3 เสมอๆ และเราก็มักจะเป็นหนึ่งในนั้นเสมอเมื่อกลับบ้าน เกณฑ์การประเมินนั้น เอาหลักเกณฑ์ที่ว่า เอาใจเก่งใช้งานคล่อง อยู่ด้วยแล้วต้องมอง(ดูแล)ตลอดเวลา

เราผัดกันเฝ้าไข้ยามไปรพ. เปลี่ยนเวรกันเป็นว่าเล่น
ต้องยกความดีนี้ให้ลุงทอง เพราะแกมีลูกหลายคนทำให้สับเปลี่ยนกันคนละวันสองวันหากคนไหนเหนื่อย คนอยู่ใกล้บ้านก็จะเจอบ่อยหน่อย คนอยู่ไกลๆก็เดือนละครั้งสองครั้งถึงจะได้กลับไปหา

กลับมาถึงเราจะมีบทบาทหน้าที่ของตัวเอง
กลับมาทีก็ต้องพัดหวีกันให้สะอาดหน่อย
จับอาบน้ำ จับตัดผม จับโกนหนวด และตัดเล็บ
เอาให้สั้นและสะอาดที่สุดประหนึ่งว่า เอาเสื้อผ้าเข้าเครื่องซักผ้ายังงัย ยังงั้นเลย

และทุกๆครั้งที่เราจะทำสิ่งเหล่านี้เราจะได้รับ
ความวีนเหวี่ยงจากต๊ะ อยู่เสมอเพราะนางไม่ชอบอาบน้ำเอามากๆๆ แต่นั้นไม่ใช่เหตุผลที่จะทำให้เราล้มเลิกโครงการได้ง่ายๆ เรายังคงเดินหน้าต่อ จนคนบ่นเลิกบ่นไปเองในที่สุด

👦: ต๊ะเสียแล้วนะ😭😭
👧: จริงเหรอ แค่หลับไปเฉยๆหรือเปล่า ดูดีๆสิ
👦: เสียแล้วจริงๆ
👧........

ประโยคที่เราไม่อยากได้ยิน และคิดว่าน่าจะไม่ได้ยังไม่ได้ยินในตอนนี้ มันกลายเป็นประโยคที่บีบคั้นหัวใจที่สุด รู้สึกเหมือนร่างกายหยุดการทำงานไปชั่วขณะ แต่หัวใจยังคงรู้สึกเจ็บปวดทั้งๆที่ไม่ได้มีบาดแผลใดๆ น้ำตาที่มาจากไหนไม่รู้เริ่มเอ่อล้นในตาและไหลลงมาไม่ขาดสาย

เราไม่ได้ไม่เคยพบเจอกับความสูญเสีย เราเคยชินกับความเจ็บปวดดี และเราก็เข้าใจดีว่ามันเป็นยังงัย แต่เราไม่เคยคาดคิดว่า เรื่องนี้จะเกิดขึ้นกับครอบครัวเรา นับว่าเป็นความสูญเสียที่ทำให้หัวใจเราอ่อนแอได้มากที่สุดครั้งหนึ่งในชีวิต

👩‍💼: เราทำดีที่สุดละ เราดูแลต๊ะได้ดีที่สุดเท่าที่หลานจะทำได้ละ ต๊ะไปสบายละ จะได้ต้องเจ็บปวดอีกแล้ว
👦: ไม่ต้องร้องให้ เดี่ยวต๊ะจะห่วงเอา ยิ่งนึกถึงมันจะเป็นการผูกมัดเขาไม่ให้ไปในที่เขาอยากไป ฟังบทธรรมในยูทูปสิ ช่วยได้จริงๆนะ

ประโยคปลอบโยนที่อ่อนโยนต่อจิตใจจากน้องสาวและน้องชาย ที่ทำให้เรารู้สึกว่าไม่ควรร้องให้อีกไม่มีใครเล้าโลมจิตใจเราได้ดีไปกว่าคนในครอบครัวที่ดูแลต๊ะมานาน ไม่ใช่เพราะเขาไม่เสียใจ ไม่ใช่เพราะเขาไม่ร้องให้ แต่เป๋นเพราะหัวใจเขาบอบช้ำ เจ็บปวด และร้องให้จนไม่มีน้ำตาให้ไหลแล้วต่างหาก เลยพอที่จะทำใจได้บ้าง

👩🏼: ต๊ะเคยบอกให้เยือะว่า ถ้าต๊ะเสียอย่าให้หลานต๊ะร้องให้นะ ให้เขากราบศพต๊ะแค่นั้นก็พอแล้ว ไม่ต้องให้ร้องให้นะ
👧: 😯

จากวันนั้นจนถึงวันนี้เราได้แต่หวังและอธิษฐานขอให้ต๊ะ ไปสู่เส้นทางที่ดี อยู่ในอ้อมอกของพ่อแม่และครอบครัวในอีกฝั่งของท้องฟ้า....

" ยังจำภาพสุดท้ายของวันที่เธอจากกัน เป็นวันที่เป็นที่สุดของความเสียใจ ในค่ำคืนที่ไร้ดาวบนท้องฟ้า ฉันยังคงมองหาว่า เธออยู่ที่ไหน...."

คิดถึง..
#1เดือนของการจากไปของหัวใจอีกดวง💙
16 02 61
SHARE
Writer
archiiraya
คนเล่าเรื่อง..
หลงไหลในความธรรมดา :)

Comments