เพราะทุกคนไม่ได้ยินดีที่เกิดมา
          เพิ่งได้ดูหนังเรื่อง "Good will hunting" หรือชื่อไทยคือ "ตามหาศรัทธาแห่งรัก" ....... คือทีแรกหงิดกับชื่อไทยมาก แต่พอดูจบมันก็ใช้ชื่อนี้ได้จริง ๆ หนังว่าด้วยเรื่องของวิลล์ (Will) เด็กหนุ่มที่เกิดมาพร้อมกับพรสวรรค์ทางคณิตศาสตร์บวกกับสมองที่ทำงานด้วยการจำเป็นภาพ ทำให้เขาจำแทบจะทุกสิ่งที่เขาเห็นและสามารถสังเคราะห์ออกมาได้อย่างง่ายดาย โดยไม่จำเป็นต้องไปนั่งเรียนในสถานศึกษาใด ๆ ชนิดที่เรียกว่ารามานุจันกลับชาติมาเกิดกันเลยทีเดียว (รามานุจัน = นักคณิตศาสตร์ขั้นเทพที่เป็นมีความสามารถแบบพระเอกในเรื่อง)

ถึงตรงนี้ใครอยากไปดูหนังก่อนก็ไป จะสปอยล์
 
          วิลล์ (Will) ใช้ชีวิตอยู่กับเพื่อนที่ออกแนววัยรุ่นหาไรทำไปวัน ๆ ไม่ได้มีงาน ไม่มีเป้าหมายชีวิตอะไรเป็นหลักเป็นแหล่ง ซึ่งพี่แกก็ทำตัวแบบเดียวกันนั่นแหละ ประวัติตีกับชาวบ้านเป็นว่าเล่น เข้าออกคุกอย่างกับบ้าน มีงานรับจ็อบเป็นภารโรงในมหาวิทยาลัยแห่งหนึ่ง จนวันนึงมี อ. คนนึงท้าทายนักเรียนด้วยการตั้งโจทย์คณิตศาสตร์ที่แม้แต่ อ. ด้วยกันเองก็ปวดหัว แล้วแปะไว้หน้าห้องเรียน ใครทำได้ก็ลองดู แน่นอนไม่มีใครทำได้หรอกนอกจากวิลล์ภารโรงตัวเทพ แล้วพี่แกก็ไม่ลงชื่อไว้หรอก ปล่อยให้ อ. และนักเรียนที่นั่นงงตาแหกกันไป จน อ. ลองอีกซักครั้ง คราวนี้เจอตัวพี่แกจนได้ พอจะเข้าไปคุยก็ได้รับคำตอบอันมาจากศรัทธารักตามชื่อเรื่องว่า ....

Go Fuck Yourself....
 
          ถึงตรงนี้ถ้าเป็นหลาย ๆ คนคงเลิกยุ่งกับพี่แกไปแล้ว แต่ อ. ท่านนั้นไม่ยอม จะตามให้เจอให้ได้ว่าวิลล์เป็นใคร เพราะ อ. เห็นความเป็น ไอสไตน์ รามานุจัน ในตัวเด็ก คงเสียดายถ้าโลกสร้างคนแบบนี้มาอีกคนแล้วปล่อยให้ไปตีกับชาวบ้านไปเรื่อย อืม...อีกหลายคนก็คงคิดงี้แน่ ๆ และสุดท้ายก็ตามเจอจนได้ หาที่อยู่เจอ? หึ ไปเจอเพราะวิลล์แม่งขึ้นศาลข้อหาตีชาวบ้าน....... แน่นอนว่า อ. รีบประกันตัวให้โดยไม่สนสิ่งที่วิลล์ก่อไว้ใด ๆ พร้อมกับข้อแม้ว่าวิลล์ต้องอยู่ในการคุ้มครองของ อ. (เออ อ. คนนี้ชื่อแลมโบ ลืมบอก เล่ามาตั้งนาน) และต้องเข้ารับการบำบัดจากจิตแพทย์อาทิตย์ละครั้ง ถึงตรงนี้หลายคนอาจงงว่าทำไมต้องบำบัด คือคดีตบตีชาวบ้านเข้าคุกเป็นว่าเล่นเนี่ย สังคมไม่ถือว่าคนทำงี้ปกติหรอก มันต้องมีสภาพจิตใจที่พินาศพอสมควรถึงจะทำได้ ยิ่งถ้าผ่านกระบวนการศาลแล้วล่ะก็ เรียกได้ว่าปล่อยออกมาได้ก็แทบกราบแล้ว และสุดท้ายก็วิลล์ก็ได้มาเจอกับฌอน (Sean Maguire) จิตแพทย์ที่แลมโบเชื่อว่าเป็นคนเดียวที่จะคุยกับวิลล์ได้เพราะมีอะไรบางอย่างคล้ายกัน

วันนึงนายจะรู้ว่านายเสียเงินให้ระบบการศึกษาไป 150 เหรียญเพื่อสิ่งที่สามารถได้จากค่าปรับห้องสมุดแค่ 1.50 เหรียญ
 
          เป็นประโยคที่วิลล์จิกนักเรียน ป.โท สายท่องจำทำห่าไรไม่เป็นแถมขี้อวดคนหนึ่ง ผมไมได้บอกว่าระบบการศึกษามันห่วยไปทั้งหมดหรอกนะ คือใช่มันห่วย (อ้าว..) แต่ทุกสิ่งมันมีอะไรดี ๆ เลว ๆ ในตัวเสมอนั่นแหละ ถ้าเราเห็นแต่สิ่งเลว มันก็ห่วย ถ้าเราเห็นสิ่งดี มันก็ดี อย่างตาวิลล์เนี่ย ฉลาดยังกับไอสไตน์แต่ก็มานั่งกัดจิกไอโง่คนนึงเล่น ๆ เพื่อเอาใจสาว แถมยังตีกับชาวบ้านไปทั่วอีก เห็นมั้ย จริง ๆ ตอนนี้วิลล์ก็ไม่ได้ดีไปกว่าไอเด็กท่องจำไม่ทำห่าคนนั้นเท่าไรหรอก
จงภูมิใจในสิ่งที่ตนมี... มันแทบไม่มีใครทำได้หรอกนะ          ตั้งแต่แลมโบช่วยวิลล์ออกมา แลมโบก็สอนคณิตศาสตร์วิลล์อย่างจริงจัง ซึ่งมันเป็นเหมือนการจัดประกอบสิ่งที่อยู่ในหัววิลล์ให้มันเข้าที่มากกว่า เขาทำได้แม้แต่สร้างสูตร สร้างทฤษฎีใหม่ ที่หลาย ๆ อาจารย์ทำไม่ได้ทั้ง ๆ ที่ศึกษามาชั่วชีวิต ทำเอาหลาย ๆ คนท้อแท้ไปเลยเมื่อมาเจอกับวิลล์ มีหลายหน่วยงานอยากได้วิลล์ไปทำงานด้วย เรียกได้ว่าจากเด็กที่ใช้ชีวิตเรื่อยเปื่อยไปวัน ๆ จะเข้าที่เป็นเรื่องเป็นราวก็คราวนี้ แต่เปล่าเลย วิลล์ไม่ได้คิดแบบแลมโบ แลมโบเรียกสิ่งที่วิลล์มีว่า "พรสวรรค์" เขาเรียกมันว่า "คำสาป" เขาไม่เคยร้องขอความสามารถนี้ เขาไม่ได้ต้องการใช้มันเพื่อใคร เขาไม่ได้มีความสุขกับสิ่งที่เขาเป็น เขาไม่ได้ต้องการให้ใครมาเห็นคุณค่าของสิ่งที่เขาทำได้ ...หรือกล่าวได้ว่า เขาไม่เคยเห็นคุณค่าของตัวเองเลยแม้แต่น้อย ซึ่งตรงนี้แหละคืองานของณอณ...
ผมอยากเป็นเด็กเลี้ยงแกะ          นั่นคือคำตอบของวิลล์สำหรับคำถามที่ว่า "นายอยากเป็นอะไรกันแน่" ถึงตรงนี้ดูเหมือนว่าฌอณจะทำงานของเขาสำเร็จ เขารู้จนได้ว่าวิลล์เป็นเด็กกำพร้า โดนพ่อแม่ทำร้าย ไม่เคยได้รับความรักจากคนที่ควรให้มากที่สุด เขาปิดกั้นทุกคนยกเว้นกลุ่มเพื่อนที่ไร้เป้าหมายชีวิต ไม่มีการศึกษา เพราะพวกเขาไม่เคยคาดหวังอะไรจากวิลล์เพียงแค่ความเป็นเพื่อนเท่านั้น เขาทิ้งทุกคนที่เข้ามาในชีวิตของเขาก่อนที่เขาจะโดนทิ้ง นั่นคือวิธีที่วิลล์ป้องกันตัวเองจากการถูกคาดหวังจากคนอื่น คำตอบที่ว่า "ผมอยากเป็นเด็กเลี้ยงแกะ" ของวิลล์จึงเป็นสิ่งที่สะท้อนทุกสิ่งที่เขาเป็น เขาอยากหลุดพ้นจากการคาดหวังจากเขาและแค่รักเขาเท่านั้นเอง และนี่คงเป็นที่มาของชื่อเรื่องไทยที่กว่านี่จะรับได้ว่า เออๆๆ มันใช้ชื่อนี้ก็โอเค 55555555.
มันไม่ใช่ความผิดของนาย...          ฌอนพูดกับวิลล์เมื่อเขาสรุปและบอกกับวิลล์ว่าเขามีอาการทางจิตที่ชื่อว่า "ภาวะผูกพันผิดปกติ" (Attachment Disorder) ก่อให้เกิดความกลัวการถูกทิ้ง (Fear of Abandonment) อันเป็นสาเหตุหลักที่ทำให้เขาเป็นอย่างที่เล่ามาทั้งหมด ... มันเป็นคำพูดที่เรียบง่าย ที่ฌอณพูดย้ำกับวิลล์หลายครั้งมาก จนวิลล์ถึงกับร้องไห้ออกมา ฉากนี้ทำเอาผมนั่งซึมไปด้วย ไม่รู้ทำไม มันไม่เห็นจะมีอะไรเลย มาคิดได้ทีหลังว่า บางทีคนเรามันก็ต้องการแค่นี้แหละ แค่มีคนมาบอกว่า "ไม่เป็นไรนะ" แค่นั้นแหละ ทุกสิ่งที่อัดอั้นอยู่มันก็พร้อมจะคลายออกจากอกได้ทั้งหมด
ไม่มีใครยินดีที่ได้เกิดมา          เราเกิดมาทำไม เราต้องทำอะไร อะไรกำหนดสิ่งที่เราเป็น ทำไมสิ่งนั้นต้องเกิดขึ้นกับเรา ทำไมคนนั้นถึงเป็นแบบนั้น.... และอีกหลาย ๆ คำถามที่เราชอบถามขึ้นมาทั้งที่ไม่ได้อยากรู้คำตอบมันจริง ๆ หรอก แค่หาที่ลง หาสิ่งที่โทษได้ หาที่โยนขี้ใส่ได้ ทุกสิ่งมันมีคำตอบของมันถ้าจะหา ไม่มีความจำเป็นที่ต้องยินดีที่เกิดมาเป็นคน แต่จงใช้ความเป็นคนที่มีทำสิ่งที่มีค่าและจงยินดีกับสิ่งนั้น ไม่ต้องทำให้ใครทั้งนั้นถ้าไม่เคยทำให้ตัวเอง ถ้าไม่เห็นค่าของตัวเองก็อย่าหวังจะให้ใครมาเห็นหัว ไม่ต้องกลัวถูกทิ้งเพราะคุณจะถูกทิ้งแน่ ๆ ต่อให้รักกันชิบหายตายห่าก็ต้องทิ้งกัน แต่ห้ามทิ้งตัวคุณเองเด็ดขาด เห็นแก่ตัวบ้าง ตราบที่มันไม่เดือดร้อนใครและคุณมีความสุขได้ ถ้าไม่เริ่มให้ตัวเองก่อน ก็อย่าหวังว่าใครจะมาให้เลย  
SHARE
Writer
ToongMaew
นักโม้
คุงคูที่ขี้เกียจสอน ชอบปล่อยให้เด็กตรัสรู้เอง มีแมวไว้จิ้มและดูมันนอน

Comments