ฉัันเกลียดความสัมพันธ์ที่สนิทอย่างนั้น
ฉันเกลียด ฉันไม่ต้องการความสัมพันธ์ของอะไรทั่งนั้น ฉันไม่อยากเข้าไปยุ่งเกี่ยว แต่ก็ต้องมีเหตุเข้าไปยุ่งเกี่ยวตลอด ฉันมีเพื่อนอยู่มากมายในตอนมอปลาย ทุกคนสนิทกับฉันเท่ากันหมด ฉันหัวเราะ ร้องไห้ไปกับพวกเขาทั่งหมด ฉันบอกกับทุกคนว่า ฉันไม่เข้าใจหรอกว่าเพื่อนสนิทเป็นยังไง แต่ทุกคนคือเพื่อนของฉัน และฉันก็ชอบที่มันเป็นอย่างนี้

 จนเมื่อในช่วงมหาวิทยาลัย ฉันไม่มีเพื่อนเลยแม้แต่น้อย ฉันรู้จักคนอื่นเยอะแยะไปหมด แต่รู้จักก็คือรู้จัก ไม่มีใครที่เป็นเพื่อนฉันได้ ฉันไม่ได้โกรธ ไม่ได้เสียใจ ถึงแม้นว่าบางครั่งฉันอาจเหงาไปหน่อย อาจจะเหมือนคนที่ไม่สนโลกอะไร กินข้าวคนเดียวได้ อ่านหนังสือคนเดียวได้ ไปเที่ยว เดินห้างดูหนังคนเดียวได้ แต่ฉันก็พอใจในสภาวะที่เป็นอยู่อย่างนันของฉัน ฉันพอใจมากจน

เมื่อวันหนึ่งที่ได้เจอกับเขา ทำไมล่ะ เขาเข้ามาทำไม ทำไมถึงต้องเข้ามาในชีวิตของฉัน ฉันไม่อยากเป็นเพื่อนกับเขาเลยจริง เขาใจดีเกินไป เขาฉลาดเกินไป เขาเฟรชลี่เกินไป ต่างจากฉัน ที่เป็นคนไม่สนโลก ต่างจากฉันที่ความฉลาดของฉันไม่ได้โดดเด่น ต่างจากฉันที่ฉันเป็นคนธรรมดาที่มองผ่านๆอาจไม่เป็นที่สนใจ ทุกอย่างของเรามันต่างกันเกินไป
ฉันเจอกับเขาในคราบเรียนวิชาหนึ่ง เป็นวิชาที่ไม่ถึงกับยาก แต่ก็ต้องใช้เวลาทำความเข้าใจมาก ฉันชอบนั่งคนเดียว แต่วันหนึ่งเขาก็มานั่งข้างๆพร้อมกับเพื่อนของเขา เราคุยกัน เริ่มสนิทกัน นับแต่นั้นมาพวกเราก็นั่งด้วยกัน คุยกัน เราเกรงใจในช่วงแรกฉันไม่เคยเล่าอะไรให้เขาฟัง และเขาก็ไม่เคยเล่าอะไรให้ฉันฟัง เราเป็นคนรู้จักกัน ทักทายเมื่อเจอ บอกลาเมื่อจากกันเพียงเท่านั้น

แต่ความสัมพันธ์ของเรามันก็เพิ่มมากขึ้น เมื่อเทอมถัดมาเราก็สนิทมากกว่าเดิม เขาพาฉันไปทานข้าวกับเพื่อนของเขา เขาหัวเราะ เราเริ่มสนิทกันแล้วล่ะ เขาช่วยสอนวิชาต่างๆที่ฉันไม่เข้าใจให้เข้าใจ ให้ฉันเข้าใจ เขาใจดีจริงๆ จนเมื่อเราได้มาเรียนสาขาเดียวกันในตอนปีสอง

เราเรียนคณะเดียวกัน แต่ตอนปีหนึ่งยังไม่สังกัดสาขาและจะแยกสาขาจากคะแนนที่ทำได้ในตอนปีหนึ่ง ในตอนนั้นฉันเคยถามว่าเขาจะเข้าสาขาอะไร เขาก็บอกฉันมา ฉันเองก็มีความสนใจในสาขานี้อยู่เหมือนกัน ตอนนั้นฉันเลยตัดสินใจที่จะเรียนสาขาเดียวกับเขา กลายเป็นว่าในตอนปีสองฉันและเขาได้สาขาเดียวกันจริงๆ โชคดีมากๆเลยล่ะ 
ความโชคดีในครั่งนั้นทำให้เราสองคนสนิทกันมากกว่าเดิม ปกติเขาเป็นคนที่มีเพื่อนมากอยู่แล้ว แต่กลายเป็นว่าเราสนิทกันเพิ่มมากขึ้น มากขึ้นจนเราไปกินข้าวกัน มากขึ้นจนเราเรียนด้วยกัน เราสองคนจัดตารางให้เหมือนกันเพราะจะได้เรียนด้วยกัน ถึงแม้ว่าบางวิชาเราสองคนจะไม่ได้เรียนด้วยกัน แต่เราก็ได้เจอกันบ่อยๆ เป็นความรู้สึกที่ดีมากๆเลยละ
เป็นความรู้สึกดีที่ฉันเกลียด ฉันอยากจะหนีออกห่างจากเขา ฉันไม่อยากได้ ฉันอยากที่จะกินข้าวคนเดียว เดินคนเดียว ขึ้นรถเมล์คนเดียว ไปไหนมาไหนคนเดียวอีกครั่ง ฉันอยากทำอะไรคนเดียว เพราะอะไรอย่างนั้นเหรอ นั้นมันเพราะเขา

เพราะเขาคือคนที่ใจดี เพราะเขาคือคนที่ฉันไว้ใจ ฉันเกลียดการไว้ใจ ฉันเกลียดทุกอย่างที่เขาทำ เราทะเลาะกันทุกครั่งที่เจอหน้า ความคิดของเราไม่เคยตรงกันเลยสักครั่ง ฉันเคยบอกกับเขาว่า "สักวันเถอะ นายและเราต้องได้ทะเลาะกันจริงๆ"แต่ถึงจะพูดอย่างนั้นเราก็ไม่เคยทะเลาะกันจริงๆสักที แต่ฉันเกลียดที่จะมาปั่นป่วน กระวนกระวายใจ เพราะการกระทำของเขา

ไม่กี่วันก่อน ฉันได้ทำบางอย่างไป มันเป็นเรื่องเล็กน้อย และมันก็เกิดเป็นประจำ แต่กลับกลายเป็นว่า แชทช่องสีเขียวๆที่ทุกวันที่เราเคยคุยกันเล็กๆน้อยๆ กับกลายเป็นว่างเปล่า เขางอนฉันไปเป็นที่เรียบร้อย ฉันไม่ทัก เขาไม่ตอบ เขาไม่ทัก ฉันไม่ตอบ กลับกลายเป็นว่า ฉันและเขาไม่ได้คุยกัน และฉันเกลียดความรู้สึกนี้ชะมัดเลย

เกลียดจนฉันอยากจะกลับไปเป็นแบบเดิม ฉันไม่ต้องการความสัมพันธ์แบบนี้ ฉันเกลียดจริงๆนะ ฉันอยากจะกลับไปอยู่คนเดียวจริงๆ ฉันอยากจะหยุดความสัมพันธ์ทุกอย่างและกลับไปเป็นอย่างเก่า ฉันเกลียดกับการกระวนกระวายใจแบบนี้ ฉันกลัวความไม่แน่นอน ฉันกลัวว่าบางครั่งความสัมพันธ์เพื่อนสนิทแบบนี้ของฉันและเขาจะหมดไปสักวันหนึ่ง
ฉันไม่ชอบเลยจริงๆ ขอฉันกลับไปเป็นอย่างเดิมได้ไหม กลับไปก่อนวันที่เราสองคนจะได้รู้จักกัน วันที่ฉันยังเดินคนเดียว และใช้ชีวิตแบบคนเหงาๆของฉันแบบนั้นได้ไหม ฉันไม่ต้องการให้เขามาทำให้เส้นทางสายตรงของฉันมันถูกขวางด้วยความกระวนกระวายใจ และความไม่แน่ใจ ฉันกลัวจนฉันเกลียดมันไปแล้วละ
SHARE
Writer
My_Secrets12
Read
Everything

Comments