Another good bye.
เราทรมาน
แต่ลึกๆแล้วเรามีความสุขที่ได้คิดถึง

และบางทีการมีคนคนนั้นวนเวียนอยู่ในหัว
มันดีกว่าการที่ไม่มีภาพเค้าอยู่เลย

มันคงเหมือนกับการที่เรากลัวผี
แต่ก็ยังคะยั้นคะยอจะดูหนังผีให้ได้
เพราะเหนือความกลัว..มันมากับความตื่นเต้น

เหมือนคนกินเผ็ดไม่เก่ง
แต่พอตักอาหารเผ็ดเข้าปากแล้วหยุดไม่ได้
เพราะนอกจากความเผ็ด
มันมีทั้ง เปรี้ยว หวาน ขม ในจานนั้น

คล้ายกับแบบนั้น
ในรสชาติของความรู้สึกนี้
มันก็มีอย่างอื่นแซมเข้ามาด้วยเช่นกัน



ทุกครั้งที่ตัดสินใจจะหยุดความสัมพันธ์
สิ่งที่ฉันทำเสมอคือ
มองออกไปนอกหน้าต่างห้องนอน
นึกถึงหน้าคนคนนั้นให้ชัดที่สุด
และพูดออกเสียงเบาๆว่า ‘บ๊ายบายนะ’
ก่อนที่จะจดลงโน้ตในโทรศัพท์ 
ใน ‘Good Bye lists’


แต่ก่อนจะไปถึงขั้นตอนนั้น
ทุกครั้งที่ฉันเริ่มเจ็บปวด 
กระวนกระวายถึงใครสักคน
ฉันมักจะเสพติดอารมณ์ดำดิ่งของความเจ็บปวด คิดถึง โหยหา และรอคอยอยู่เสมอ
รู้ทั้งรู้ว่าเป็นห้วงอารมณ์ที่ทำลายสุขภาพจิต
แต่ฉันยังทนอยู่กับมัน

สองวัน
สองอาทิตย์
หรือบางครั้งก็สองเดือน

ฉันเคยสงสัยเหมือนกันนะ
ทั้งที่รู้ว่ามีทางออก 
แต่ทำไมฉันถึงไม่ก้าวขาออกไปสักที
สุดท้ายก็ได้คำตอบว่า 
ก็ตัวฉันเอง ฉันเอง ที่รักจะอยู่กับมัน




ฉันคอยบอกตัวเองเสมอ
ว่า ‘อดีต’ คือสิ่งที่ไม่มีจริง จับต้องไม่ได้
มันเป็นแค่จินตนาการจากความทรงจำที่เราคอยบังคับให้มันคงอยู่เท่านั้น
แต่มันไม่จริง

ดังนั้นภาพที่คนคนหนึ่งเคยทำให้เรามีความสุขทั้งหลายนั้น ในเมื่อไม่มีอยู่อีกแล้วในปัจจุบัน มันก็ไม่ใช่เรื่องจริงแล้วเช่นกัน

แต่ร่างกายเราน่ะสิ
ดันเป็นอัตโนมัติ
อยากสั่ง delete มันไปบ้างก็ไม่ได้

ถ้าเลือกได้ 
ฉันคงไม่ขอ delete ความทรงจำ
แต่อยากขอ delete ความรู้สึกนั้นออกไปแทน

อย่างน้อยๆในเวลาที่เห็นภาพเค้าคนนั้น
เราจะได้แค่ ‘จำได้’ แต่ไม่กระทบอารมณ์อีกต่อไป


ถึงคุณ

นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่ฉันเป็นแบบนี้

ฉันทึกทักสรุปเอาเองไปแล้วว่า
ฉันไม่ได้เสพติดคุณหรอกนะ
ฉันเสพติดห้วงอารมณ์ที่คิดถึงคุณ

คุณจะกลายเป็นแค่อีกเรื่องราวที่วันนึงฉันจะกลับมาจินตนาการถึง แต่ในห้วงอกของฉันคงไม่หลงเหลือความรู้สึกใดใดแล้วในวันนั้น

เช่นเดียวกันกับหลายครั้งที่ผ่านมา

แม้ในตอนนี้ฉันทรมาน เจ็บปวด
แต่ฉันยังจะทำอยู่อย่างนั้น
จะยังคิดถึงต่อไปอีก
จะยังรอคอย และจะไม่หยุดโหยหา

จะหาหนังที่ดูแล้วทำให้เห็นภาพเรา
จะฟังเพลงที่ทำให้เห็นภาพคุณ
จะดูรูปและวีดีโอเพื่อย้ำตัวเองให้เห็นใบหน้าและรอยยิ้มนั้นชัดที่สุด

ก่อนที่วันหนึ่งฉันจะเบื่อ..
เบื่อที่จะทำมันอีก

ก่อนจะเห็นหน้าคุณผ่านหน้าต่าง
ก่อนจะสามารถบอกลา
และก่อนที่คุณจะกลายเป็นแค่อีกชื่อนึงในลิสท์เหล่านั้น

เพราะเราไม่ได้โบกมือลากัน
เพราะคุณแค่จางหายไป
เพราะฉะนั้นการบอกลาผ่านหน้าต่างของฉัน
คือการประพฤติอย่างเป็นทางการเพื่อบอกต่อตัวเอง ว่า ‘คุณจะไม่สำคัญขนาดนั้นกับใจฉันอีกต่อไปแล้ว’

คุณจะเป็นเพียงอีกหนึ่งการล่ำลาในชีวิต
และฉันจะไม่เป็นไร 
เพราะการจมปลักกับความทรงจำที่มีคุณ จะไม่ใช่ความเจ็บปวดที่ทำให้ฉันมีความสุขอีกต่อไป



.























SHARE
Written in this book
Nothing Real
Writer
panpanct
self lover
- 24 years old - books, old hollywood movies, BTS, swing jazz and latin dance.

Comments