ใครเป็นคนที่หัดจักรยานให้คุณ ?
มันคงตอบได้ไม่ยากถ้ามีคนทำมันให้คุณ คำถามง่ายๆ แต่มันเป็นคำถามที่ตกค้างในใจของผมมาตลอด ความรู้สึกนี้มันเด่นชัดขึ้นในใจ เมื่อผมต้อง หัดขับรถยนต์ เวลาที่ถามเพื่อนหรือใครต่อใคร คำตอบที่ผมได้มักจะเป็น พ่อ แม่คนในครอบครัวหัดให้หรือไม่ก็ที่บ้านมีรถอยู่แล้วซึ่งมันต่างจากผม
.
พ่อกับแม่ผมไม่ได้หัดจักรยานให้ ผมไม่ได้ปั่นจักรยานเป็นเพราะท่าน ผมจึงไม่เคยรู้เลยว่าความรู้สึกที่มีใครประคองในวันที่อ่อนแอเป็นอย่างไร
.
.
ผมเคยบอกเพื่อนครูด้วยกันว่า " ถ้านักเรียนมาเล่าเรื่องสำคัญให้ฟัง อย่าเพิ่งดีใจว่าครูสำคัญสำหรับเขา เพราะการที่เขาทำอย่างนั้นมันหมายความว่าไม่มีใครในชีวิตเลยที่จะฟังเขา" ในตอนนี้ผมรู้สึกเช่นเดียวกับคำพูดนั้น ผมรู้จะมองไปทางไหน
.
ผมไม่ได้มีพื้นฐานทางบ้านที่ดี ที่จะมีพ่อแม่ที่สอนขับรถให้หรืออย่างน้อยๆก็มีรถให้คุณหัด ผมจึงไม่เข้าใจความรู้สึกทีมีใครคอยประคองมันเป็นอย่างไร ทางเลือกของผมจึงต้องพึ่งโรงเรียนสอนขับรถที่แสนแพง วูบหนึ่งได้แต่คิดในใจว่า อยากมีเหมือนอย่างเขา แต่ก็ทำได้แค่สะกดกลั้นมันไว้แล้วเดินต่อชีวิต
.
ถ้าจะให้เพื่อนสอนก็เกรงใจ รถเขา เขาผ่อนเขาส่งก็ต้องรักต้องหวงเป็นธรรมดา จะจ่ายค่าเรียนก็แสนแพง มันเป็นภาวะที่กลืนไม่เข้าคายไม่ออก ผมก็ยังไม่รู้ว่าจะผ่านจุดนี้ไปได้ยังไง
.
.
บางเรื่องในชีวิตที่คุณมีมันอยู่เกินพอ คุณจะไม่มีวันรู้เลยว่าช่วงเวลาที่ขาดหายเป็นอย่างไร ผมดีใจและรู้สึกอิจฉาชีวิตที่มีคนในครอบครัวมารับส่งตรงปลายทาง มีคนคอยซอพพอร์ตเรื่องต่างๆ ซึ่งต่างจากผม ไม่ว่าจะเช้าหรือดึกดื่นแค่ไหน ปลายทางที่ผมไปจะมีแต่ความว่างเปล่าไม่เคยมีใครรออยู่ตรงนั้น
ถ้าไปถึงในขณะที่พระอาทิตย์ขึ้น จะต้องรถเข้าไปเอง
ถ้ามืดก็ต้องนอนอยู่ตรงนั้นจนกว่าจะเช้า
.
.
ผมยังจำภาพแรกที่ผมจบการศึกษาได้ดี เพื่อนของผมที่อยู่หอเดียวกันมีรถกระบะของพ่อแม่มารอรับ มาช่วยขนของ ผมได้แต่มองภาพนั้นผ่านผ้าม่าน ในขณะที่ผมต้องสอนพิเศษเก็บเงินก้อนสุดท้าเพื่อเหมารถไปในจังหวัดที่ไม่เคยไป และใช้เงินที่เหลืออยู่ในดินแดนที่ไม่เคยอยู่ กว่าที่เงินเดือนจะออก
อีกครั้งที่ไม่มีใครมาส่งผมตรงจุดหมายปลายทาง ในวันที่สอบติดก็ไม่รู้จะโทรไปดีใจกับใคร ในวันที่เสียใจก็ไม่มีใครปลอบโยน
.
.
วันแต่ละวันต้องเดินหาเบอร์รถขนของตามเสาไฟ
ต้องนั่งรถขนของที่ไม่รู้จัก ไปยังปลายทางข้างหน้าที่ไม่รู้ว่าเป็นอย่างไร มันเป็นความรู้สึกเคว้งคว้างว่างเปล่าที่ไม่รู้จะบอกหรือเล่าให้ใครฟัง
เมื่อใครถามก็ได้แต่บอกว่ามันไม่เป็นไร ทั้งที่ผมผ่านมันมาอย่างโดดเดี่ยวและยากลำบาก
.
เมื่อถึงที่หมาย ต้องคิดว่าจะเอายังไงต่อ
ในโรงเรียนที่ไม่เคยรู้จัก ต้องขนของลงทั้งๆที่ไม่รู้ว่าคืนนี้จะนอนที่ไหน ไม่มีใครอยู่ข้างหลัง ไม่มีใครเคียงข้างในขณะที่กลางคืนใกล้เข้ามา คนขับรถนั้นก็ไม่ใช้ญาติเรา จึงไม่มีความหมายอะไรที่เขาจะต้องอยู่ต่อ
.
.
ภาพที่เห็นเพื่อนรุ่นราวคราวเดียวกัน กลับบ้านไปผูกเเขนหรือบายศรีสู่ขวัญยิ่งตอกย้ำให้ผมรุ้สึกว่างเปล่ากับตัวเอง
ใครกันบ้างละที่จะรู้สึกยินดีกับผม
.
บางครั้งในการเดินทางที่เท่ากัน เราก็ไม่รู้หรอกว่าอีกฝ่ายโดดเดี่ยวแค่ไหนกว่าที่จะเห็นเขาเป็นคนๆหนึ่งอยู่ตรงหน้าเรา
ผมต่อสู้ดิ้นรนมาจนเกินพอ จนบางครั้งใครต่อใครก็ไม่เข้าใจว่าทำไมผมหยาบกระด้างได้ถึงเพียงนี้
.
และเมื่อถูกถามว่ารู้สึกอย่างไร มันยากมากที่จะอธิบายให้เขารับรู้ในทุกสิ่งทุกอย่างที่ผ่านมาว่ามันมากมายเพียงใด กว่าที่จะเป็นผมในวันนี้ เพราะเขาไม่มีวันเข้าใจ หากไม่มายืนในจุดเดียวกัน
มันจึงง่ายกว่าที่จะตอบว่า
.

"ไม่เป็นไร"
SHARE
Writer
Devaknov
Mutant
ใครบางคนอาจเดินทางมาแสนไกล เพียงเพื่อพบว่าปลายทางไม่มีใครเหลืออยู่

Comments

21November
1 year ago
ชีวิตของเราก็คล้ายๆกันเลยค่ะ มีแต่คนสงสัยว่าทำไมเราถึงหยาบกระด้างได้ขนาดนี้ 5555 ก็ผ่านมาเยอะ สู้ต่อไปนะคะ 🤗🤗
Reply