น้ำทิพย์ที่รัก 2
เมื่อปีที่แล้วเคยเล่าไว้ในหน้าเพจตัวเอง เรื่องที่หยิบขวดน้ำผิดคิดว่าเป็นของตัว แล้วเจ้าของเค้าดันเห็นเข้าพอดี

จะด้วยแรงเหวี่ยงของชีวิต หรือเพราะวงการวิ่งบ้านเรามันแคบพอๆ กับใจคนบางคน (เอ๊ะ! เหน็บใครวะเนี่ย? ทนๆ อ่านกันหน่อยละกันเนาะ) ทำให้หนุ่มเจ้าของขวดน้ำใบนั้นเข้ามาเป็นสมาชิกคนหนึ่งในกลุ่มวิ่งของเราในอีกไม่กี่เดือนต่อมา นับถึงวันนี้ก็น่าจะครบปีแล้วมั้ง

เอาซี้! โลกมันมักหกคะเมนตีลังกาแบบนี้แหละ

วันแรกที่เห็นนางเดินเข้ามาร่วมกลุ่มพวกเราที่สวนลุม เนื่องเพราะนางรู้จักนักวิ่งอาวุโสในกลุ่มเรา ชาวาบ!!!ไปทั้งสันแข้ง และน่องทั้งสองข้าง ขนหัวลุกอย่างกับเห็นผี พระพุทธเจ้าทุกพระองค์ พระศาสดาของทุกศาสนา เทวดาอารักษ์สวนลุม ขอให้ผู้ชายคนนี้ความจำสั้น สั้นมากๆ

ปกติเวลามีคนร่วมวิ่งครั้งแรกเราจะแนะนำตัวกันพอให้รู้จักชื่อแส้กันบ้าง วันนั้นสะเก็ดดาวปักหลักอยู่กับที่ไม่ทักใครเลย แถมหันหลังออกนอกวงบอกเพื่อนสนิทอีก 2 คนข้างๆ ว่า
"แก ผู้ชายเสื้อแดงที่ 12 นาฬิกา คือผู้ชายในตำนานที่ชั้นหยิบขวดน้ำผิด"

ทั้งวงมีเสื้อแดงคนเดียว เพื่อนขำก๊าก พร้อมปลอบใจเค้าคงไม่ถือหรอก จริงเหรอ?

แต่ดูจากท่าทางนางก็ไม่ได้ใส่ใจผู้หญิงตัวเล็กๆ คล้ำๆ ในกลุ่มสักเท่าไหร่ เป็นจุดแข็งของความเป็นคนไม่เด่น ฮ่า 😂 และนางก็วิ่งช้ากว่า ยูเซน โบล นิดเดียวเอง หมายความว่า วิ่งไม่เห็นหลัง ค่อยอึดอัดน้อยลงหน่อย จะเดินเข้าไปขอโทษก็ไม่รู้จะเริ่มยัง

ผ่านไปหนึ่งปี นางกลายสมาชิกคนหนึ่งของเรา พอมีความสนิทสนมกันมากขึ้น เราก็คุยกันตามปกติ และไม่มีใครพูดถึงเรื่องน้ำผิดฝาผิดขวดอีก แต่หลังวิ่งเสร็จเย็นวันหนึ่งพวกเราก็จับกลุ่มคุยกันตามปกติ ลอร่านึกครึ้มอกครึ้มใจอะไรไม่รู้ เอ่ยขึ้นกับเจ้าของขวดน้ำว่า

"นี่ ยูรู้อะไรมั้ยมีเรื่องตลกระหว่างยูสองคน" พร้อมกับหัวเราะคิก

"เฮ้ยๆ ไม่เอา ไม่เอา ไม่บอก" ห้ามไปทั้งที่ก็รู้ว่าห้ามไม่ทันแล้ว

"บอกเถอะ นางควรรู้" คนหัวเราะคิกคงจินตนาการความตลกในอีกไม่กี่วินาทีข้างหน้านี้

ส่วนนางผู้ถูกกล่าวถึง มองคนนั้นทีคนนี้ที อยากรู้เต็มกลั้นว่าเรื่องอะไร

ลอร่าเริ่มประโยคด้วยรอยยิ้ม
"วันแรกที่ยูสองคนเจอกัน เก๋มากระซิบไอว่า เค้าคงไม่มาวิ่งกับพวกเราแล้ว เพราะไอไปดื่มน้ำเค้า"
ไม่ต้องอธิบายมากก็คงพอนึกออกว่าน้ำเสียงคนเล่าจะเจือรอยขำขนาดไหน

"แต่เก๋คิดว่าน้ำขวดนั้นเป็นของเธอ เลยหยิบผิด" ถึงตรงนี้ฮาแตกเลยค่ะ

แต่เจ้าของขวดน้ำหันมาหน้าตาขึงขัง
"นี่ยูเองเหรอ"

สะเก็ดดาวเลยได้โอกาสอย่างเป็นทางการหลังจากอึดอัดมา 1 ปี ยกมือไหว้ขอขมา "ไอม์ โซ ซอร์รี่" แถม ณ เพลานั้นนางยังถือขวด "น้ำทิพย์" ในมือ เลยถือโอกาสสาธิตให้ดูว่าความผิดพลาดมันเกิดขึ้นได้ยังไง

"ไอคิดว่ายูเห็นนะ" นี่แหละที่พ้อยส์สำคัญ

นางก็หัวเราะแบบไม่ถือโกรธหรือเป็นสาระ แค่แกล้งตีหน้าขึงจังเรียกเสียงฮา เแถมบอกว่าจำไม่ได้ และก็ไม่เห็น

"ยูดื่มไปไม่เยอะเหรอ ทำไมไอถึงไม่รู้สึกว่ามันพร่อง"

อ่าว!! ไหนบอกจำไม่ได้และไม่เห็น!!

นางอาจจะเป็นสุภาพบุรุษพอที่จะไม่ถือสาความเลินเล่อของเราหรืออาจจะเพราะความจำสั้นจากคำอ้อนวอนสิ่งศักดิ์สิทธิ์ทั้งหลายก็ไม่รู้

แต่ไม่ว่าจะเพราะอะไร ก็คลายปมเล็กปมน้อยที่ติดค้างกับนางซะที

อาจจะมีการดัดแปลงเนื้อหาให้พาสนุก แต่อิงเรื่องจริงเห็นๆ

จบแบบสมบูรณ์ ด้วยประการฉะนี้

สะเก็ดดาว


SHARE
Written in this book
มาราธอนที่รัก
ร่วมการเดินทางสายมาราธอน พร้อมเสียงปรบมือ เสียงหัวเราะ เสียงสะอื้น หยาดเหงื่อและหยดน้ำตาไปพร้อมๆ กันค่ะ หวังว่าจะสร้างความรื่นรมย์ให้ใครก็ตามที่แวะเวียนเข้ามาเยี่ยมเยียนที่นี่นะคะ
Writer
Kae_Sketdaow
Writerrunner
You are what you read

Comments

Thamada
3 years ago
จำเรื่องที่เขียนปีก่อนเหมือนกัน, ฮาดีครับ
ปล. วิ่งมา2~3ดีแล้ว แต่วิ่งไม่เกิน3โลก็หยุด มีเคล็ดลับไรแนะนำด้วยนะครับ ^^
Reply
Kae_Sketdaow
3 years ago
ลองเริ่มกิโลที่ 4 และ 5 ดูสักครั้งค่ะ แล้วจะรู้ว่าจริงๆ อยู่ที่ใจ ดีไม่ไม่ดี อีก 3 เดือนข้างหน้า 5 กิโลอาจจะรู้สึกว่ายังไม่รู้เลยว่าได้วิ่งแล้ว 555
Thamada
3 years ago
Ah!, ok ครับ เดี๋ยวลอง

KCstory
3 years ago
ชะรอยจะเป็นเนื้อคู่แล้วมั้ง อิอิ ^^
Reply
Kae_Sketdaow
3 years ago
No no no เราต่างมีคู่ของตัวเองแล้ว เป็นแค่เพื่อนค่ะ