โตขึ้นก็จะรู้ว่าอยากมีคู่รักหรืออยากได้คู่คิด.
     เวลาเจอเรื่องราวที่มันอิมแพคกับตัวเรา จนแทบเป็นsequenceหนึ่งในช่วงชีวิตวัยรุ่นตอนต้น ทั้งเรื่องดีมีความสุข หรือบาดเจ็บสาหัสทางความรู้สึกมากแค่ไหน ตลกดีที่เราจัดลำดับคนที่จะระบายเรื่องราวทุกสถานการณ์ของตนเองไว้ตามนี้ 

     แรกสุดมักบอกเพื่อน แม้เพื่อนๆจะไม่อยากรู้ก็ตาม ด้วยความที่เราอยู่รุ่นราวคราวเดียวกัน จึงเกิดความไว้เนื้อเชื่อใจกันง่าย คุยภาษาเดียวกันแต่ความเสี่ยงเก็บความลับไม่อยู่มีสูงเช่นกัน เรามักหลุดปากเล่าเรื่องของตนเองได้อย่างรวดเร็วและง่ายดาย

     เมื่อก่อนมีแฟนจะบอกแฟนก่อนบอกเพื่อน ถัดจากเพื่อนเลือกที่จะเล่าให้อาจารย์ฟัง เพราะสนิทกันในระดับนึง ที่นอกเหนือจากวิชาความรู้ก็คือวิชาใช้ชีวิตที่สอนกันได้ คุยกันได้ แม้เทียบกับเพื่อนแล้ว เราเปิดปากเล่าแค่เพียงยิบย่อย แต่อาจารย์ช่วยได้เยอะ

     ลำดับท้ายสุดแต่ไม่สุดท้าย ไม่แปลกที่หัวคิดวัยรุ่นจะเลือกปรึกษาเพื่อนก่อนครอบครัว หรือครอบครัวมากกว่าเพื่อนก่อนก็ได้ สลับกันไปมาดูเป็นปกติ ซึ่งส่วนใหญ่น่าจะใช่แบบนี้...
เราก็เล่าให้แค่พ่อฟัง ไม่ต้องการผลลัพท์อะไรแต่รู้สึกสบายใจได้เปราะนึง เป็นประเภทเราหลุดปากพูดออกมาให้ฟังอย่างเช่นเคย พ่อก็ดูนิ่งมากแต่เฉียบขาดทุกความคิดเห็น น่าจะหัวอกเดียวกันไม่ก็เข้าใจและคุยกันได้ง่ายในระดับหนึ่ง

      บาดแผลทางใจที่เราเคยหลุดปากเล่าออกมาให้พ่อฟัง เริ่มต้นระหว่างทางในซอย กินเวลาจนเดินไปถึงป้ายรถเมล์ จนเมื่อขึ้นไปนั่งบนรถเมล์สายหนึ่ง หลังจากฟังเราเล่าอยู่นาน พ่อกล่าวขึ้นมา(ประมาณว่า)

โตขึ้นก็จะรู้ว่าอยากมีคู่รักหรืออยากได้คู่คิด

...
....
/นั่งนิ่งบนเบาะรถเมล์
/ฉุดคิด

     อึ้งไปเลย ไม่เคยเจอพ่อในโหมด commentator ผสม copywriter เช่นนี้มากก่อน หลังจากนั้นก็เหมือนถึงตาพ่อเล่าบ้าง พ่อบอกแม่คือคู่คิด คู่คิดจะช่วยกันคิด จะคบกันได้นานกว่า
     หลังจากนั้นเราก็ได้ฟังพ่อถ่ายทอดเรื่องราวของตัวเขาเองบ้าง ยาวไปตลอดเส้นทางเดินรถ ของรถเมล์สายนั้นไปจนจอดเทียบป้าย เราทั้งเพลินทั้งสนุกดีที่ได้ฟัง แต่เริ่มจูงใจให้ความคิดเปลี่ยน คือมองความรักอย่างตั้งใจขึ้น รักตัวเองก่อนรักใคร เช็คความพร้อมของตัวเอง มีสติ เติบโตและนิ่งขึ้น(แม้จะยังรู้ตัวว่ายังหวั่นไหวกับการพบเจอครั้งใหม่ง่าย).

     สาธยายชีวิตตัวเองอีกครั้งให้พ่อฟัง ด้วยเรื่องของงาน ที่ร้านไก่ทอดKFC รอบนี้เหมือนเป็นการ sharing และขอ how to กันซะมากกว่า มีการยิงคำถามที่เราอยากรู้และต้องการเก็บไว้เป็นแนวทางโดยพึ่งพาประสบการณ์และคำบอกเล่าจากพ่อ เป็นเรื่องที่ในขณะนั้นเราตั้งใจฟังโดยไม่รู้สาเหตุ เราคงต้องการวิธีเอาตัวรอดและยืนอยู่ได้ในสังคมการทำงานอย่างเข้มแข็ง โดย base on การลองผิดลองถูก เป็นความรู้สึกดีที่ได้หลุดปากพูดให้พ่อฟังว่าเรามีเป้าหมาย อยากทำงานและธุรกิจเสริมนู่นนี่นั่น คุยกันครั้งนั้นปลุกความมุ่งมั่น ถึงขั้นเราเงยหน้าขึ้นมาเห็นโจทก์เก่าที่เคยสร้างบาดแผลในใจกำลังเดินเข้าห้าง แต่เลือกสนอกสนใจกินไก่ทอดKFCและฟังพ่อเล่าต่อ เพราะเกิดประโยชน์มากกว่า

อย่างน้อยไก่ทอดอร่อย กินแล้วแข็งแรง.

SHARE
Written in this book
แปรปรวน
ตามหา ความหมาย ใช้ชีวิต
Writer
TONGGON
poke'mon
โดยพื้นฐานแล้ว เป็นคนขี้เกียจ.

Comments