ฉันโกรธ และ มันไม่ได้เรียกว่าเอ็นดูเว้ย
ฉันได้กลิ่นของคาราเมลหอมหวานในความฝัน ขณะที่หลงรักเธอ
หลังจากรสชาติของความเจ็บปวด รอยบาดที่ลิ้นแล้ว มันก็เหลืออยู่แค่รอยยิ้มจากความรู้สึกบางอย่างที่ฉันคาดเดาไม่ได้ 
อยากก่อบาป สร้างความผิดพลั้ง ฉันอาจจะแค่กำลังใจสลาย ทั้งหมดนั่นมันก็เกิดจากเธอทั้งนั้น หลายคนอาศัยน้ำเมา ส่วนฉันอาศัยน้ำตา 
แต่มันก็แห้งเหือดไปหมดแล้วหลังจากกุมอกทุบพื้นอยู่ได้ไม่นาน 
ฉันไม่ชอบจมปลักกับอะไรนานๆหรอก ถ้ามันไม่ใช่ความรัก หรือความกระหาย 
เธอทำลายมันสิ้นซากทั้งสองอย่างนั่น หลักฐานอยู่พร้อมใจดวงเก่าของฉันที่กระจายอยู่บนพื้น แหลกละเอียดจนหมดทางประกอบคืน 

"เฮ้อ" ฉันถอนหายใจ โยนเศษซากพวกนั้นทิ้งไป 

ไม่เป็นไร กะอีแค่หัวใจ ฉันยังมีสำรองอีกเยอะแยะ 

ฉันเสียหลายอย่างไปคราวนี้ บทเรียนที่สอนเรื่องความอดทนราคาแพง ว่าไม่ควรไปบอกรักใครก็ตามที่เอ่ยปากเรียกกันว่าเพื่อน หรืออย่างน้อยก็เคยเป็น 
ถ้าไม่มั่นใจจงเหยียบมันไว้ให้ติดดิน ถ้ายังไม่ได้กำหัวใจดวงนั้นไว้จงกดให้มิด ลึกสุดหุบเหวมืดมิดที่ไม่มีใครคิดจะตามหามันเจอ 

เธออยากได้ความรัก เขาต้องการมิตรภาพ 
เธอรู้สึกพิเศษ เขาจับต้องได้เพียงความธรรมดา 
เธอสะกดความสัมพันธ์นี้ว่ารัก ส่วนเขาสะกดมันว่าการฆ่าเวลา 
เธอต้องการแค่ได้ให้ เขาทำเพียงแค่รับมันไป 
เธอโอบกอดทะนุถนอม เขาก็แค่ยืนมือออกมา ไร้ความรู้สึกใด  

ฉันเรียนรู้แล้ว ความผิดพลั้งแสนยิ่งใหญ่ ตอนนี้บางอย่างในใจที่ไม่ใช่รักมันกำลังปะทุเดือดพล่าน บอกให้ฉันทำบางอย่างกับความสัมพันธ์คลุมเครือที่เหลืออยู่นี้ 
ฉันบอกรักเธอ อย่างน้อยก็ทำให้เธอหัวปั่นไปได้สักสามวัน
ฉันพยายามจะกอดเธอ มันก็จะทำให้เธอนึกถึงช่วงเวลานั้น
ไม่ว่าในใจเธอจะมองมันในแง่ดีหรือร้ายก็ตาม แต่ที่แน่ๆมันต้องเกี่ยวกับฉัน 
แค่หันมาเธอยังไม่กล้า เพราะเธอตระหนักว่ามีฉันอยู่ตรงนั้น 
แค่จะคุยกันเธอยังบอกเองว่าคิดแล้วคิดอีก 

ดูสิว่าตอนนี้ใครเป็นเจ้าของใครกันแน่ ตัวเธอที่มีแต่ฉันวิ่งพล่านอยู่ในหัว หรือตัวฉันซึ่งเคยมีแค่เธอเต็มหัวใจ ? ใครกันแน่ ใครกันที่อ่อนไหว ใครกันที่อ่อนแอ

ใครกันแน่ที่เขว ?

ฉันเคียดแค้นทุกช่วงชีวิตของเธอที่ไม่มีฉันอยู่ 
ทุกข์ทรมานที่ฉันไม่ได้เป็นเจ้าของสิ่งใดก็ตามในครอบครองของเธอ 

แต่สักวันทั้งหมดนั่นมันจะเกี่ยวกับฉันเองนั่นแหละ
ไม่ว่าจะเร็วหรือช้า

หมดหัวใจฉันให้เธอ เท่าไรก็เท่านั้น แต่เธอก็ยังทิ้งขว้างมัน โยนทิ้งเหมือนสิ่งไร้ค่า ตอนนี้ฉันตาสว่างแล้ว ว่ามันไม่คุ้มค่าเลย 

ฉันไม่เคยเห็นใครร้องไห้ให้คนที่ไม่ได้รัก ไม่เคยได้ยินคำว่าเขวแล้วรู้สึกดีจากคนที่ไม่ได้คิดอะไรกับฉันเลยนะ เธอเป็นคนแรก ความจริงฉันก็ทำอะไรไม่ถูกเหมือนกัน 
แตก็ยังยิ้มกริ่มที่มุมปาก หวังว่ามันจะเป็นแบบที่คิดนะ...

เพราะความจริงรอยยิ้มของเธอก็ยังสวยจับใจ และคำพูดอรุณสวัสดิ์นั้นก็ยังมีค่ากับฉันจนทนแทบไม่ไหว แต่สิ่งที่เธอทำมันเจ็บปวดเกินกว่าจะให้อภัย
สักวันก็ยังอยากได้มันมา 

เธอบอกว่าไม่ชอบตัวเองที่ฉันเป็นตัวแปรในการเปลี่ยนแปลงนั่น 
เธอไม่ชอบความนิ่มนวลที่เข้ามาแทนที่ความเกรี้ยวกราด ไม่ชอบความเสนาะหูที่เข้ามาแทนที่เสียงส่อเสียด เธอเกลียดมัน เธอบอกฉัน 
เธอขี้ร้อนและเกลียดการถูกเนื้อต้องตัว แต่ก็ยังยอมกอดฉัน 
เธอใจร้าย แต่เธอก็ยังทำดีกับฉัน ช่วยเหลือฉัน 
เธอไม่ชอบการยิ้มให้กล้อง แต่เธอก็ทำมันทุกครั้งที่ฉันชูโทรศัพท์พร้อมกล้องหน้าขึ้น 
เราคุยกันจนตีหนึ่งทั้งๆที่พ่อกำชับว่าต้องนอนก่อนหกทุ่ม 
เราไปเที่ยวด้วยกันทั้งๆที่เธอยังมีงานอีกมาก และหนังสือต้องอ่านก่อนสอบ 

ทั้งหมดนี่เรียกว่าอะไร
อะไร ?
ใครกันแน่ ใครกันแน่ ที่ไม่ยอมเป็นเพื่อนกันตั้งแต่แรก
ใครกัน
แล้วเธอจะมาโทษฉันที่ยกใจให้เพราะสิ่งที่เธอทำมันพิเศษอย่างนั้นเหรอ ?

"ไม่ มันเป็นเรื่องธรรมดา มันปกติ"
"จริงเหรอ แล้วมึงทำกับใครบ้าง"
"..."
"ก็มึง"  

แล้วยังไงต่อ 
นี่ไม่ใช่ความรัก เธอไม่ได้ชอบผู้หญิง 
แล้วมันเรียกว่าอะไร ฉันจำกัดความไม่ถูกหรอกนะ

อย่าอ้างคำว่าเอ็นดูเถอะให้ตาย มันเกินกว่านั้น ใครก็ดูออก
โดยเฉพาะคนขี้มโนอย่างฉันนี่ 

ฉันบอกว่าฉันสนิทใจแล้วที่จะเป็นเพื่อนเธอ ความรู้สึกก้าวก่ายนั่นมันหมดไปแล้ว 
แต่เธอก็บอกว่าเธอยังไม่พร้อม เป็นเธอเองนี่ยังไม่สนิทใจ
มันแปลว่าอะไรวะ 

โอเค ฉันโกหกในตอนต้นๆว่าความรู้สึกพิเศษพวกนั้นมันหมดไป แต่ก็ยังเทียบไม่ได้กับความวกวนอลหม่านของจิตใจและการกระทำของเธออยู่ดี

บอกฉันนะ
อธิบายมันสักวันหนึ่ง

แล้วถึงวันนั้น
ฉันหวังว่าเธอจะเข้าใจตัวเองนะ
แม่คนหัวแข็ง

SHARE
Writer
letmeStayLATE
Writer,Reader,Artist
อดีต , ความสัมพันธ์ , ความรัก ,วิปริต แปรปรวนและบิดเบี้ยว

Comments