We're all in sickness (เราต่างเป็นคนป่วยด้วยกันทั้งนั้น)
'อยากไปพบจิตแพทย์ เครียดว่ะ'

นั่นเป็นข้อความสั้นๆ ที่น้องสาวของฉันไลน์มาหาเมื่อไม่กี่ชั่วโมงที่แล้ว มันอาจเป็นเรื่องปกติสำหรับใครบางคน หรือในสังคมปัจจุบันที่เราต่างยอมรับว่าการไปหาจิตแพทย์เพื่อรักษาสภาพจิตใจและอารมณ์ไม่ใช่เรื่องแปลก หรือแปลว่าใครคนนั้นจะเป็นบ้าอีกต่อไป แต่ถึงอย่างนั้น มันกลับเป็นเรื่องแปลกสำหรับฉัน 

มันไม่ใช่เพราะการที่น้องสาวของฉันอยากไปหาจิตแพทย์เป็นเรื่องแปลกหรอก แต่เป็นเพราะเธอคือน้องสาวของฉัน คนที่ฉันไม่เคยคิดว่าเธอต้องการพบจิตแพทย์ คนที่ไม่น่าคิดมากหรือกังวลใจอะไร คนที่สามารถใช้ชีวิตหลายด้านได้ดีกว่าฉัน ตรงกันข้าม มันควรเป็นฉันต่างหากที่ต้องพบจิตแพทย์จากการคิดมากของตนและผลของการเจอเหตุการณ์เลวร้ายซำแล้วซ้ำเล่า 

เธอพูดว่าเธออยากหายไป เธอเครียดทั้งเรื่องงานและครอบครัวของเรา เธอสงสัยว่าตนเองจะเป็นโรคซึมเศร้ารึเปล่า ฉันตอบกลับไปด้วยการแนะนำให้เธอลองคุยกับเพจเกี่ยวกับนักจิตวิทยาเพื่ออาจช่วยคลายเครียดให้เธอได้บ้างและแนะนำในส่วนที่ตนเคยทำ
เราทุกคนต่างเจ็บป่วยด้วยกันทั้งนั้น
ฉันเชื่อเสมอว่าไม่มีใครในโลกสมบูรณ์แบบ หากคุณไม่ได้เจ็บป่วยทางกายภาพ คุณจะเจ็บป่วยทางอารมณ์และจิตใจ ไม่ว่าจะเป็น โรคซึมเศร้า (Depression) , โรคย้ำคิดย้ำทำ (OCD : Obsessive Compulsive Disorder) , โรควิตกกังวล (Panic) , โรคสมาธิสั้น (Attention Deficit Hyperactivity Disorder: ADHD) และอีกมากมายที่คุณไม่อาจนึกถึง แม้กระทั่งการเสพติดความโศกเศร้า ความอิจฉาริษยา การนับถือตนเองต่ำ ความละโมบ ความหลงใหล สิ่งเหล่านี้ล้วนเป็นความเจ็บป่วยที่เราต่างมองไม่เห็น เราไม่เคยรู้ตัวจนกระทังยามหันหลังกลับไป เรากลับพบว่ามันครอบงำชีวิตของเราเสียแล้ว 

การรู้เท่าทันความรู้สึกของตนนั่นเป็นเรื่องดี มันช่วยให้เราได้พูดคุยกับตนเองว่ากำลังรู้สึกและนึกคิดสิ่งใดและจะหยุดยั้งความรู้สึกเหล่านั้นได้อย่างไร... หากแต่การต่อสู้กับตนเองเป็นสิ่งที่ยากเย็นเหลือเกิน 

เมื่อคุณเจ็บป่วยทางร่างกาย คุณยังสามารถไปหาหมอเพื่อรักษาได้ หมอให้ยามา หากคุณกินยาครบกำหนดและไปหาหมอทุกครั้งตามใบสั่ง ร่างกายของคุณจะฟื้นคืนสู่ปกติภายในเวลาไม่นาน 

แต่การเจ็บป่วยทางจิตใจนั่นแตกต่างโดยสิ้นเชิง ความพยายามในการเยียวยาตนเอง การก้มลงเก็บชิ้นส่วนอันแตกสลายของตนนั่นเป็นสิ่งที่ยากยิ่ง สิ่งที่คุณต้องยอมรับข้อแรกคือการยอมรับว่าคุณมีความรู้สึกเหล่านี้ในตัวของคุณ ยอมรับว่าในตัวของคุณมีปีศาจที่กำลังคลืนคลานเข้ามาหาในทุกเมื่อเชื่อวัน การต่อสู้กับตนเองจึงเป็นเรื่องที่ใช้ความพยายามอย่างแสนสาหัส

บางคนเอาชนะปีศาจของตนมาได้ แต่หลายคนกลับศิโรราบให้กับมัน 
ฉันจะไม่ตัดสินว่าสิ่งใดถูกหรือผิด เพราะฉันเองก็ไม่ใช่ผู้เชี่ยวชาญในด้านจิตวิทยา หรือแม้แต่นักปรัชญาทางด้านจิตวิญญาณหรือผู้นำศาสนาใด ฉันแค่คนตัวเล็ก ๆ เมื่อเทียบกับโลกอันกว้างใหญ่ในพื้นที่ๆ มีผู้คนต้องดิ้นรนต่อสู้กับปีศาจของตนเองทุกเมื่อเชื่อวัน 

ไม่่ว่าผลสุดท้ายเป็นอย่างไร ขอให้คุณได้ตระหนักว่าการคุณมีความเจ็บป่วยและความรู้สึกเหล่านี้ มันไม่ได้แปลว่าคุณแปลกประหลาดจากคนอื่น หรือแปลว่าคุณเป็นบ้าแต่อย่างใด แท้จริงมันหมายถึงคุณคือมนุษย์คนนึง คนที่มีความรู้สึกเจ็บปวด ทรมาน หยิ่งยโส อิจฉาริษยา เศร้าโศก ความสุขสม และสิ่งเหล่านั้นเรียกว่า 'ชีวิต' 

SHARE
Writer
Janiva
No one
A girl who loves writing, emotional, sold my soul to devil, love sadness, disappointed daughter.

Comments

Wow
3 years ago
ฝรั่งเค้าก็ถือกันว่าเป็นเรื่องปกตินะ
Reply
Janiva
3 years ago
ใช่ เราก็คิดถึงแบบนั้นอะ ก็เลยเขียนมา สำหรับที่โน่น มันมีโรคทางจิตที่แยกเยอะมากจนบางโรคก็ไม่น่าเชื่อว่ามีอยู่อะ
Wow
3 years ago
บ้านเรายังไม่ค่อยมีเคส เลยยังไม่กล้ายอมรับและเปิดเผยกัน ขอบคุณบทความนี้นะคะ มีคนกดไลค์เยอะพอสควร แสดงให้เห็นอะไรบางอย่างว่าสังคมเริ่มเปิดกว้างขึ้น
Viczorr
3 years ago
เหมือนเธอเองเข้าใจเราที่สุดล่ะจากสิ่งที่เขียน 555 เราก็ไม่ต่างจากน้องสาวเธอเลย ยังไงก็เป็นกำลังใจนะ เราชอบทุกบทความของเธอ ((:
Reply
Janiva
3 years ago
ขอบคุณมากนะที่ติดตามมาตลอด :) เราเองก็ยังไม่ได้เคียจิตแพทย์สักที
Viczorr
3 years ago
ยินดีมากเลย ช่วงนี้เราเหมือนจะบ้าไผอีกคน แม่มาป่วยด้วยโรคซึมเศร้า เรานี่ต้องรับทุกอย่างอ่ะ จนคิดลึกๆว่าเราต้องเป็นประสาทแน่ๆ 555555. ขอบคุณมากนะ เธอเป็นส่วนที่ทำให้เรารู้สึกดีนะ ((: