Try'na Clear My Head (FINALE)
 


5



9 สิงหาคม 2560
@ห้อง 203 , หอพักห้า



ฉันนอนกลิ้งเกลือกบนเตียงสองชั้นขณะรอเพื่อนอาบน้ำโดยโทรศัพท์อยู่ในมือ
เมื่อคืนฉันฝันประหลาดอย่างไม่น่าให้อภัย มันเหมือนจริงมากจนฉันกลัว ฉันไม่กล้าเล่าให้ใครฟังเพราะมันไม่ใช่เรื่องน่าเล่าแถมยังทำให้ฉันแรดมากขึ้นอีกต่างหาก ฉันรู้ว่าสำหรับนักเขียนทุกความฝันเป็นแรงบันดาลใจในการเขียนงานแต่ฉันไม่อยากจำ


คุณคิดว่าฉันจะลืมมันได้มั๊ย? 


"จี! มึงจะอาบน้ำป่ะ?" พายถามฉันหลังจากออกมาจากห้องน้ำในสภาพถูกห่อด้วยผ้าเช็ดตัวผืนใหญ่ "ไม่ต้องรีบนะ ยังมีเวลาอีกครึ่งชั่วโมง"

"อาบดิ โคตรเหนียวตัวเลย"
ฉันปีนลงบันไดเหล็กปลายเตียง ด้วยน้ำหนักตัว 51 กิโลกรัมทำให้เตียงสั่นโอนเอนและส่งเสียงน่ารำคาญ เมื่อเปลือยเท้าเปล่าเหยียบพื้นกระเบื้องเย็นเฉียบ ฉันก็รีบหยิบชุดพละและชุดชั้นในสีดำพร้อมผ้าเช็ดตัวสีเขียวเข้าไปในห้องน้ำ

สิบนาทีก็เกินพอสำหรับการอาบน้ำ สบู่ของเพื่อนเป็นสิ่งที่หอมที่สุดในโลก... กลิ่นกระตุ้นให้ฉันนึกถึงตัวเองในความฝันแต่มันไม่ใช่แค่กลิ่นสบู่อาบน้ำหรอกที่ทำให้จีฮุนเข้าใกล้ฉัน น้ำหอมเป็นอีกอย่างที่ฉันมักพรมลงบนเสื้อทุกเช้า
ฉันใช้เวลาอีกสามนาทีในการแปรงฟันและแต่งหน้าลุค No Makeup อีกห้านาที

"จี เมื่อคืนแกขึ้นไปนอนตอนกี่โมงอะ?" มิ้งถามขณะที่ฉันกำลังเกลี่ยคอนซีลเลอร์เพื่อปิดรอยคล้ำใต้ตาอย่างตั้งใจอยู่หน้ากระจก รูมเมทคนอื่นบ้างก็เติมแป้งเติมปาก บ้างก็เช็ดผมเปียกของตัวเอง มีแต่มิ้งที่นอนเล่นบนเตียงในชุดพละ.. ยัยนี่เป็นคนแรกที่ตื่นไปอาบน้ำไงล่ะ
"น่าจะตีหนึ่งเกือบๆตีสอง"
"คือเตียงมันสั่นอะตอนที่แกปีนขึ้นไปนอน"
"ทีแรกว่าจะนอนบนเก้าอี้แต่ว่าปวดหลังชิบหายก็เลยเปลี่ยนใจไปนอนบนเตียง"

พวกเราคุยกันนิดหน่อยก่อนจะออกจากห้องพักเพื่อรวมตัวกับเพื่อนคนอื่นในสาขา LCI ที่อ๊อกตะ
วันนี้คือวันเปิดโลกกิจกรรมเป็นวันที่นิสิตปีหนึ่งได้เลือกชมรมจากสี่หมวดสาระ 

ขอแค่มีหมากล้อมหรือไม่ก็วรรณศิลป์ให้เลือกก็พอแล้ว 

หมากล้อมเป็นกีฬาและเกมกระดานอย่างหนึ่งซึ่งฉันฝากผลงานเอาไว้ประดับตัวมากพอสมควรตั้งแต่มัธยมปลาย ส่วนเหตุผลที่เลือกวรรณศิลป์...พวกคุณน่าจะรู้อยู่ว่าฉันมีชีวิตอยู่เพื่อเขียนและจินตนาการแต่การเลือกชมรมอยู่ในกิจกรรมช่วงเย็นนู่น!


ช่วงเช้ามีวิทยากรมาบรรยายเรื่องอะไรสักอย่างเกี่ยวกับวัยรุ่น
นั่นคือพี่อ้อย ดีเจชื่อดังจากคลื่นวิทยุ 106.5 กรีนเอฟเอ็ม , หนึ่งในโปรดิวเซอร์ซีรี่ส์โรแมนติก-ดราม่าติดตลาดอย่าง Club Friday แถมยังเป็นพิธีกรรายการ Club Friday Show อีกด้วย ฉันไม่สนว่าพี่แกอายุเท่าไหร่เพราะไม่อยากรู้

แม้ว่าฉันจะเกลียดเรื่องดราม่าเข้ากระดูกดำแต่ฉันเป็นคนใจกว้างที่พร้อมฟังทุกอย่างที่ทุกคนอยากพูดก่อนจะโยนเรื่องราวเหล่านั้นลงในถังขยะความทรงจำ ฉันอยากโยนทิ้งแม้กระทั่งเรื่องดราม่าภายในครอบครัวตัวเอง
แน่นอนว่าพี่อ้อยมาทั้งทีก็ต้องพูดเรื่องความรักวัยเรียนอยู่แล้วเพราะปัญหาที่เกิดบ่อยที่สุดสำหรับวัยรุ่นคือความรัก ฉันจะบอกว่าพี่อ้อยมาพูดเรื่องไร้สาระก็ไม่ได้เพราะตัวเองก็เป็นหนึ่งในหลายพันคนที่มีความรัก

ช่วงท้ายของการถ่ายทอดสดพี่อ้อยทอล์กคือการส่งคำถามผ่านทวิตเตอร์เพื่อรับคำปรึกษาจากพี่อ้อย คำถามมากมายหลั่งไหลขึ้นจอโปรเจคเตอร์ บ้างก็อาการซึมเศร้า บ้างก็ปัญหาครอบครัว แต่มีชายคนหนึ่งส่งคำถามเด็ดโดนใจที่สุดสำหรับฉัน 


เนื้อความว่า... 
ผมมีแฟนอยู่แล้วแต่แอบชอบคนใกล้ตัว ผมควรทำยังไงดีครับ 


แม่งโคตรใช่เลย! ไม่ว่าคุณคนนั้นจะเป็นใครแต่ว่าพวกเรามีปัญหาอย่างเดียวกัน
"ถอยออกมาก่อนจะหวั่นไหวมากกว่านี้" 
นั่นสิ!

แต่ฉันไม่รู้ว่าพระเจ้าเกลียดฉันหรือฟ้าดินต้องการเล่นตลกกันแน่? หลังจากกิจกรรมช่วงเช้าจบลง ฉันเจอหน้าจีฮุนโคตรบ่อยแม้ว่าจะนั่งห่างกันสุดขอบโลก พี่อ้อยคะ... หนูพยายามห่างจากเขาแล้วนะแต่ว่าทำไมเป็นงี้ล่ะ?



6



ช่วงบ่ายคือกิจกรรมจิตอาสา นั่นคือการทำดอกไม้จันทน์
ฉันไม่ชอบงานหัตถกรรมที่สุดในโลก ดังนั้นช่างมันเถอะ...

ช่วงเย็นคืองานเปิดโลกกิจกรรมซึ่งนิสิตจะได้เลือกชมรมตามใจชอบโดยซุ้มแต่ละชมรมถูกตั้งบริเวณหอพักเก้าและสิบ ฉันมองหาชมรมหมากกระดานเพราะกีฬาที่ต้องใช้ร่างกายปะทะและขยับตัวเยอะๆไม่ใช่สิ่งที่ฉันถนัดสักเท่าไหร่ ขณะที่ผัก เพื่อนคนบาปของฉันชวนให้เข้าชมรมมวยไทย



"ฉันอึดอัด หายใจไม่ออก... รู้สึกเหมือนกำลังจะตายเพราะถูกเบียดเสียดอยู่ในฝูงชนแต่ดวงตารีเล็กใต้แว่นหนาทรงหยดน้ำกลับสามารถมองเห็นชายคนหนึ่งได้อย่างเด่นชัด ฉันมักเห็นคุณเป็นคนแรกท่ามกลางผู้คนมากมาย คุณยืนรอใครสักคนอยู่ที่ชมรมสวูแบนด์"

"นับตั้งแต่วันนั้นฉันก็เจอคุณบ่อยขึ้นเรื่อยๆ จนกระทั่งวันหนึ่งฉันพาตัวเองไปหาคุณอย่างตั้งใจ"



13.20 น.
21 สิงหาคม 2560
@ตึกไข่ดาว , มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ประสานมิตร


อีกประมาณเจ็ดวันจะถึงวันสถาปนาคณะมนุษยศาสตร์แล้ว คนไม่เก่งงานฝีมืออย่างฉันจึงอาสาช่วยงานบอร์ดสาขา ฉันสวมเสื้อฮู๊ตสีชมพูตัวโคร่งกับกางเกงรัดรูปสีดำขลับซึ่งเหมาะกับผ้าใบสีขาวของฉันสุดๆ แม้เนื้อผ้าของเสื้อตัวนี้จะบางแต่มันก็ไม่ได้ช่วยให้ฉันรู้สึกเย็นขึ้นเลย

ฉันนั่งรออยู่กับเพื่อนเกือบชั่วโมงกว่าสมาชิกทุกคนในกลุ่มจะปรากฏตัวกันครบ จีฮุนเป็นหัวหน้ากลุ่ม(ตอนไหนก็ไม่รู้)แต่กลับเป็นคนที่มาช้าที่สุด อย่างไรก็ดี...เขาไม่ได้มามือเปล่า เขาถือม้วนกระดาษสีแผ่นใหญ่นับสิบไว้ในอ้อมแขน

จีฮุนสวมโค้ทสีดำทับเสื้อยืดสีขาว กางเกงขาสั้นเหนือเข่าสีดำและรองเท้าสีดำของเขาทำให้ฉันนึกถึงความฝันสกปรกนั้นอย่างช่วยไม่ได้ พวกเราไม่ทักทายกันเพราะยังไม่สนิทกันแต่ฉันไม่ใช่คนหยิ่งที่จะไม่เปิดปากคุยกับเขาสักคำ

แต่...

สิ่งแรกที่เขาทำหลังจากได้หย่อนก้นลงบนเก้าอี้ตัวยาวคือการถอดโค้ทสีดำเพื่ออวดกล้ามแขนและแผ่นหลังกว้าง พระเจ้า!! ฉันอยากกระโดดลงบ่อน้ำมนต์จังเลย! ใบหน้าและหูของฉันร้อนฉ่าราวกับถูกเผา ฉันเบือนหน้าหนีเพื่อละสายตาออกจากกล้ามนั่น ไอ้บ้าเอ๊ย!
"จีถอดบ้างมั๊ย 55555" มาแตร์ เพื่อนสนิทอีกคนของฉันทักพลางเลิกชายเสื้อสีชมพูของฉันขึ้นเล็กน้อยเป็นการกลั่นแกล้ง โชคดีที่เขาเอาแต่ก้มหน้าก้มตาเขียนแผนผังบอร์ดอย่างตั้งใจ ทำให้ไม่เห็นผิวกายใต้เสื้อฮู๊ตของฉัน


หลายชั่วโมงผ่านไป...


"ใครมีสายชาร์จซัมซุงบ้าง?" เขาถามขณะนั่งเล่นโทรศัพท์เครื่องบางสีดำ เขาติดเกมงอมแงม
"เรามี"
"ขอยืมหน่อยดิ"
ฉันเดินไปหยิบสายชาร์จสีขาวในกระเป๋าโฮโลแกรมใบใหญ่ซึ่งวางอยู่บนโต๊ะสีเขียวซึ่งไม่ห่างจากเขาเท่าไหร่ จีฮุนเดินตามหลังมาเพื่อรับสายนั้นไปจากมือเล็กของฉัน
"ใช้เสร็จแล้วใส่ไว้ในกระเป๋าเลยก็ได้นะ"
"อืม ขอบใจนะ"
"จ้ะ"

เวลาผ่านไปสักพักใหญ่...

บอร์ดของเราเข้าใกล้คำว่า เหลืออีกครึ่งทางแล้ว สมาชิกทุกคนนั่งรวมกันเป็นวงกลมเพื่อสนทนาและติดกาวลงบนกระดาษแผ่นใหญ่ ฉันจำเหตุผลที่ไปนั่งข้างจีฮุนไม่ได้เพราะฉันรู้ตัวอีกทีก็นั่งข้างเขาไปแล้ว



"พวกเราประมาณสิบกว่าคนล้อมวงคุยเรื่องประสบการณ์ชีวิตวัยเด็กของตัวเองแต่หัวข้อที่ทำให้ฉันกับคุณสนิทกันมากขึ้นคือ เปียโน... ฉันรู้สึกดีชะมัดที่มีคนชอบสิ่งเดียวกับที่ฉันชอบด้วย"



"เล่นเปียโนด้วยหรอ?" จีฮุนถามฉันขณะปัดหน้าจอโทรศัพท์ของตัวเอง ส่วนฉันย้อนรอยวัยเด็กโดยการเล่นกาวบนมือซ้าย "ถึงเลเวลไหนแล้วอะ?"
"จำไม่ได้แล้วอะ เราเล่นสมัยประถมนู่นอะ" ฉันหันหน้าไปตอบเขา "ถามทำไมอะ? แกเล่นหรอ?"
"อืม เราเพิ่งเริ่มเล่นไม่นานนี่เอง"
"อ่าห้ะ"
"แล้วใช้คีย์บอร์ดอะไรฝึกหรอ?"
"อ่อ พ่อเราเช่าเปียโนอะ" ฉันพยายามตอบทุกอย่างที่สามารถจำได้เพราะอย่างที่บอก... ฉันเล่นสมัยประถมนู่น การรื้อฟื้นความจำวัยเด็กไม่ใช่เรื่องง่ายเลยสำหรับคนขี้ลืมอย่างฉัน
"โหห แกรนด์เปียโนอะนะ"
"ช่าย"

เราสองคนคุยเรื่องนี้เป็นประเด็นหลักประมาณสิบนาทีได้ ก่อนจะเริ่มเข้าสู่ข้อมูลเชิงลึกของแต่ละฝ่ายทีละนิด... จีฮุนแนะนำโฆษณาสุดอีโมชันนอลของประเทศญี่ปุ่นและเปิดให้ฉันดูโดยการวางโทรศัพท์ของตัวเองลงบนมือเล็กของฉัน แน่นอนว่าเพื่อนที่นั่งข้างๆฉันก็ดูด้วยเพราะเป็นคนสนใจในประเทศญี่ปุ่น

"มันเศร้ามากเลย เกี่ยวกับพ่อลูกอะ"
"ชิบหายละ เค้าดูอะไรเกี่ยวกับครอบครัวไม่ได้เลย" ฉันปล่อยให้ความคิดหลุดออกจากปากโดยไม่ใตร่ตรองก่อน อยากตบปากตัวเองสักทีแต่ก็ช่างมันเถอะ...
"ทำไมอะ?" จีฮุนถาม
"ดูแล้วร้องไห้ตลอดเลยอะดิ แค่โฆษณาประกันชีวิตก็ร้องแล้ว"
"ใช่ๆ" เพื่อนสาวต่างเห็นด้วยกับสิ่งที่ฉันพูด โล่งอกหน่อย... ฉันไม่ชอบทำตัวสำออยต่อหน้าผู้ชายเลยแต่ช่วยไม่ได้ บ่อน้ำตาของฉันมันโคตรตื้นตั้งแต่กำเนิดนี่นา
"งั้นเปลี่ยนดีกว่า เดี๋ยวร้องไห้" เขาหยิบโทรศัพท์ออกจากมือฉันแล้วเปลี่ยนเป็นคลิปอื่นซึ่งเป็นคลิปคนเล่นเปียโนเพลง Canon in D



"ฉันรู้สึกเหมือนมีแค่เราสองคนสักพักนึงเลยล่ะ ความจริงคือวันนั้นฉันลืมไปว่าตัวเองมีแฟนแล้ว ฉันชอบทุกวินาทีที่เราได้คุยกัน ฉันยิ้มให้คุณขณะที่บทสนทนาเป็นไปได้สวยกว่าครั้งแรกที่เราคุยกัน"

จีพยายามพูดต่อขณะยืนอยู่บนดาดฟ้าของตึกสูงสิบหกชั้น เสียงฟ้าพิโรธกำลังคำรามกร้าวแต่เด็กสาวไม่กลัว เธอถือโทรศัพท์ไว้ในมือแน่นและปลดปล่อยความคิดภายในใจอย่างไม่หยุดหย่อน ซองยาระงับประสาทตกลงพื้นเมื่อจีก้าวขาไปข้างหน้า รองเท้าผ้าใบหยุดอยู่ที่ขอบตึก ดวงตามองเพียงท้องฟ้าสีดำตรงหน้า

"ฉันโคตรดีใจตอนคุณโบกมือลาและเรียกชื่อเล่นของฉันแต่หลังจากนี้คุณอาจไม่ได้เรียกชื่อของฉันอีก คุณอาจจำฉันไม่ได้ด้วยซ้ำหากฉันไม่ห้อยป้ายชื่อของ LCI คุณอาจจะไม่ได้เห็นผู้หญิงตัวเล็กคนหนึ่งในห้องที่ชอบสวมสเวตเตอร์ซึ่งนั่งแถวสองฝั่งริมหน้าต่างห้อง"

"ยุนกิที่รัก ฉันยังรักคุณเหมือนเดิมนะ ขอโทษที่ฉันอยู่คบกับคุณได้ไม่ถึงห้าปี ไม่ต้องห่วงนะ... ความลับพวกนี้จะตายไปพร้อมกับฉัน"
จีปล่อยโทรศัพท์ลงบนพื้นโล่งโดยไม่เหลียวแลว่าหน้าจอจะแตกหรือไม่ ก่อนจะหลับตาและทิ้งตัวลงสู่ห้วงอากาศเบื้องล่าง อย่างน้อยการบันทึกเสียงครั้งสุดท้ายครั้งนี้จะได้รับการส่งต่อไปหาทุกคนที่เธอรู้จักรวมถึงจิตแพทย์ที่ปรึกษาของเธอด้วย


อาการซึมเศร้าของธนีดาเริ่มขึ้นเมื่อสี่ปีก่อน ตั้งแต่การถูกเพื่อนทั้งระดับแบนตามด้วยแรงกดดันจากคนในบ้านตอนเรียนม.ปลาย การกดดันตัวเองเพื่อสอบเข้ามหาวิทยาลัยและมันหนักข้อมากขึ้นอีกเมื่อเธอไม่สามารถหยุดคิดถึงการจากไปของแม่ จีพบกับปัญหาภายในครอบครัวทั้งเรื่องฐานะการเงิน ความสัมพันธ์อันเป็นความลับของพ่อและสิ่งสุดท้ายคือ


ความสัมพันธ์ซับซ้อนที่เธอสร้างขึ้นเอง...


-THE END-

SHARE
Written in this book
S L E E P L E S S
จี - ธนีดา เด็กสาวธรรมดาวัย18ปีคนหนึ่งที่เป็นติ่งเกาหลีแต่ชอบฟังเพลงสากล เจสัน เดรูโล่คือศิลปินคนโปรดของเธอรองลงมาจากวงเกาหลีสองสามวงที่เธอคลั่งไคล้ เธอเป็นนิสิตใหม่ซึ่งเก็บกุมความลับนับล้านไว้ภายในจิตใจ พฤติกรรมที่แสดงออกให้บุคคลอื่นเห็นเป็นเพียงการแสดง ภายใต้รอยยิ้มสดใสคือความหยาบกระด้าง รุนแรงและไม่แคร์โลก วันหนึ่งจีเผลอตกหลุมรักเพื่อนร่วมสาขา เขาเป็นผู้ชายร่างสูงซึ่งอาจตรงสเป็คของใครหลายคนรวมถึงจีด้วย นานวันเข้ายิ่งรู้ตัวว่าไม่สามารถหยุดพร่ำเพ้อถึงเขาได้ เธอจึงได้เขียนนิยายเพื่อส่งต่อให้เพื่อนทุกคน จีใช้เวลาช่วงที่นอนไม่หลับในการบันทึกเสียงของตัวเองเพราะคิดว่าอาจจะทำให้หยุดคิดถึงได้บ้าง แต่มันกลับทำให้แย่ลงเรื่อยๆ...
Writer
GREYSWEATER
romanticism
IMAGINATION IS THE REASON WHY I LIVE.

Comments

Memoney
3 years ago
เศร้าอะ😭
Reply