Learning By Doing
จดไว้เผื่อมีใครถามว่าได้อะไรจากการเรียนและทำงาน

[0] Haters gonna hate

[1] เราไม่ได้โตมาด้วย mindset ที่รอปัญหาเกิดแล้วค่อยแก้ 
เราโตมาด้วยการป้องกันไม่ให้เกิดปัญหาอย่างเต็มที่ แล้วถ้าสุดท้ายมันจะเกิดก็ให้มันเกิด อย่างน้อยเราก็ทำดีที่สุดแล้ว

[2] ลองสมมติว่าตัวคุณคือสินค้าชนิดหนึ่ง ลูกค้าไม่มาบอกคุณหรอกว่าคุณไม่ดีตรงไหน ถ้าคุณไม่ช่วยแก้ปัญหาให้เขา หรือทำให้เขาสบายขึ้นชีวิตดีขึ้น เขาก็แค่ไม่ซื้อคุณอีก

[3] ไม่มีสินค้าใดในโลกที่ไม่มีสิ่งทดแทน อาจจะต่างกันที่รายละเอียด แต่หลักๆแล้วมันมีสิ่งทดแทนเสมอ อย่าพูดอย่าแสดงให้ลูกค้ารู้สึกว่า ถ้าคุณไม่ใช้ฉันฉันก็ไม่สน เพราะเขาจะไม่ใช้คุณจริงๆ
"เราคงร่วมงานกันไม่ได้แล้วล่ะค่ะ" นี่คือคำพูดจาก supplier เจ้าหนึ่งที่ตอบกลับมาเมื่อเราถามข้อมูลในผลิตภัณฑ์เขา แต่ตอบเราไม่ได้ และไม่กล้ายอมรับ 
 
[4] ลูกค้าไม่ได้มีหน้าที่จัดออเดอร์ให้คุณ แต่คุณมีหน้าที่จัดลำดับความสำคัญด้วยตัวเอง

[5] คุยเดดไลน์ให้เคลียร์ ถ้าคุณทำไม่ได้ในวันที่ถูกกำหนด ต้องบอก ต้องอัพเดทล่วงหน้า อีกฝ่ายก็มีตารางชีวิตของเขาเองเช่นเดียวกับคุณ ไม่มีใครใช้ตารางเดียวกัน
บรีฟวันศุกร์ ขอจันทร์เย็น จนเข้าวันพุธก็ยังไม่ได้ เข้าใจนะว่า #คำว่าด่วนของเราไม่เท่ากัน แต่ความเงียบที่เกิดขึ้นเราไม่เข้าใจ

[6] การหาต้นเหตุของปัญหาไม่ใช่การ find false ถ้าไม่รู้สาเหตุจะแก้ปัญหาได้อย่างไร
ถ้าต้นตอของปัญหายังไม่ยอมรับสาเหตุแห่งปัญหา แล้วปัญหาจะหมดไปได้อย่างไร

[7] ถ้าอีกฝ่ายเข้าไปทำหน้าที่คุณโดยไม่บอกคุณก่อนเมื่อไหร่ นั่นหมายความว่าเขาไม่ไว้ใจคุณแล้ว

[8] ช่วงแรกอาจจะเหนื่อยในการทำให้อีกฝ่ายไว้ใจ แต่ถ้าเขาเชื่อและไว้ใจคุณเมื่อไหร่ ชีวิตจะดี แต่ก้ต้องรักษามาตรฐานนะ

[9] อย่าท้าคนอื่นว่าถ้าทำได้ก็มาทำเอง นั่นคือการที่คุณโยนมูลค่าของตัวเองทิ้ง
ถ้ามีคนหนึ่งทำได้ นั่นก็ไม่เกินความสามารถของมนุษย์ ความคล่องบางคนอาจจะช้าเร็วไม่เท่ากันแต่เชื่อเถอะว่า ถ้าเขาทำได้คล่องเมื่อไหร่ คุณจะหมดประโยชน์

[10] ให้อีกฝ่ายรู้เรื่องจากคุณ ดีกว่าให้เขาไปมโนเอาเอง

[11] การที่เขาไม่ใช้เงิน ไม่ได้แปลว่าเขาไม่มีเงิน 
ทำไมไม่คิดล่ะว่าคุณมีความสามารถในการดึงเงินเขาออกมาได้แค่ไหน

[12] ธุรกิจที่ตัวเลขบวกตั้งแต่เริ่มต้น เป็นธุรกิจที่ไม่น่าไว้ใจ ไม่รู้ว่าทำไมแค่สัญชาตญาณ

[13] เราไม่เคยดูถูกลูกค้า ว่ามีเงินเยอะหรือน้อย 
แต่อะไรที่มันเกินไปก็ต้องเบรกไว้บ้าง ทำตัวให้เป็นเหมือนพาร์ทเนอร์ที่ใส่ใจถึงผลประโยชน์ของลูกค้า แต่จะซ่อนผลประโยชน์ได้เนียนขนาดไหนนั้นเป็นความสามารถส่วนบุคคล

[14] คำว่า ลูกค้า สำหรับเราไม่ใช่แค่คนที่จ่ายเงินจ้างเรา
เช่น แพลนเนอร์ เป็นลูกค้าของบายเยอร์, client service เป็นลูกค้าของแพลน, BA เป็นลูกค้าของมีเดียเอเจนซี่ ขายกันเองยังไม่ผ่าน แล้วจะขายข้างนอกได้ยังไง

[15] ถ้าเตือนแล้วอีกฝ่ายไม่ฟัง ก็ให้เขาไปเจอเอง อย่าน้อยเราก็ได้เตือนแล้ว

[16] ถ้ามัน Out of Scope ก็ต้องบอกว่า Out of Scope 
คุณทำหน้าที่ของคุณ อีกฝ่ายก็ต้องทำหน้าที่ของเขา 
อย่าคิดแทนเขา เขาต้องรับผิดชอบหน้าที่ความรับผิดชอบของเขาเอง
ถ้าเขาทำไม่ได้ นั่นเป็นปัญหาที่เขาต้องจัดการ

[17] ถ้ามี program หรือ software แล้ว แต่ไม่ช่วยแก้ปัญหา Human errors ก็ไม่ต้องเสียเวลาทำขึ้นมา 

[18] มีคนเคยถามเราว่า ชอบ ทำงานเป็นทีม หรือ ทำงานคนเดียว
คำตอบคือ "เราชอบทำงานเป็นทีมที่ทุกคนรู้หน้าที่ของตัวเอง"

[19] ตำแหน่งควร แปรผันตรง กับผลงาน 
ถ้าคุณมีตำแหน่งเป็น Manager ก็อย่าให้ผลงานมันโชว์ว่าคุณทำได้แค่ admin

[20] ถ้าคุณเกลียดการโดนเปรียบเทียบ สิ่งที่คุณทำได้คือต้องทำผลงานให้ดีกว่าอีกฝ่าย

[21] ถ้ามีคนเอาตัวอย่างงานที่เขาอยากได้มาให้คุณ คุณควรปรับมันให้เป็นสไตล์ของคุณเอง improve งานของคนเก่า ไม่ใช่ ignore 
SHARE
Writer
me-choose-happiness
Learner
I am an office worker who paid to learn, a solo traveler, a hobbyist photographer, and everything I want be. ❤️

Comments

Ponybabiez
2 months ago
ข้อ 13 มันใช่เลยยย
Reply
Pan-non
2 months ago
ชีวิตการทำงานสอนอะไรหลายอย่างจริงๆเนอะ
ข้อ9นี่เห็นด้วยมากๆค่ะ การที่เขามอบหมายให้คุณทำแปลว่าเขาประเมินแล้วว่าคุณทำได้ แต่ถ้าคุณกลับพูดว่า ทำไม่ได้อะ ทำได้ทำเองดิ ทั้งๆที่มันเป็นหน้าที่คุณ แปลว่าคุณหมดประโยชน์ในงานนั้นๆแล้วนะ ถ้าจำเป็นต้องทำเองไม่ต้องมีคุณก็ได้ เป็นเรื่องน่าปวดหัวของหัวหน้าเรื่องนึงเลยค่ะ

ส่วนSupplier บางเจ้าขายของราวกับเขาได้กำไรมากเสียจนไม่จำเป็นต้องขายเราเขาก็อยู่ได้สบายมาก เห็นวิธีทำงานและความช้าในการออกใบเสนอราคาแล้วได้แต่คิดว่า ขอให้โชคดี
Reply
หลังจากนั้นเราก็เลิกใช้เขา ช่วงหลังมานี้เขาเข้ามาทางผู้ใหญ่ เราก็อธิบายผู้ใหญ่ฟังว่าทำไมถึงไม่ใช้เขา ถ้าใครจะใช้ก็ไม่ว่า แต่ก็รับผิดชอบกันเอาเอง
Pan-non
2 months ago
หวังว่าเขาจะรู้ตัวและพัฒนาตัวเองในเร็ววัน