I Never Meant To Fall In Love. (Episode 4)





"คุณคิดว่ามันบังเอิญเกินไปมั๊ย?"
  
ความเงียบงันเข้าครอบครองอาณาเขตส่วนใหญ่ภายในกล่องสี่เหลี่ยมคับแคบทำให้รู้สึกอึดอัดแต่โชคดีที่ทั้งสองไม่ใช่คนแปลกหน้าของกันและกัน หญิงสาวตัวเล็กเอ่ยปากถามชายหนุ่มร่างสูงข้างกาย พวกเขาอยู่ด้วยกันเพียงลำพังภายในลิฟต์ซึ่งกำลังเคลื่อนตัวขึ้นข้างบนโดยไม่มีทีท่าว่าจะจอดเร็วๆนี้ 
"ไม่หรอก"
"แต่่ฉันไม่คิดแบบนั้นนะ"
เสื้อฮู๊ตสีชมพูตัวหลวมโคร่งกับกางเกงรัดรูปสีดำอวดสัดส่วนของจี เสื้อยืดตัวบางสีขาวโชว์กล้ามแขนกับกางเกงขาสั้นเหนือเข่าสีดำของจีฮุน... ไม่ว่าจะมองยังไงพวกเขาก็ไม่หลุดธีมสปอร์ตแวร์ 
ทั้งคู่เบือนหน้าหนีเมื่อรู้ตัวว่าเผลอมองอย่างอื่นนอกจากเสื้อและกางเกง ไม่มีใครสามารถคิดในแง่ดีได้เมื่อเห็นอีกฝ่ายแต่งกายอวดเนื้อหนังมังสา แม้แต่สาวแว่นกลมคนนี้ก็เกิดอาการหูร้อนและแดงก่ำเพราะเขินอายกับความคิดสกปรกภายในหัว
"อาจจะบังเอิญจริงๆแหละ"

"อืม เสื้อกันหนาวในห้องเรียนก็บังเอิญอีกสินะ"
จีแนบหลังชิดผนังเพื่อทิ้งระยะห่างจากอีกฝ่าย เธอนึกอยากให้ลิฟต์ตัวนี้เปิดประตูออกแต่มันเป็นเพียงความคิดที่เป็นไปไม่ได้ จีฮุนขยับเข้าใกล้หนึ่งก้าวและแตะข้อมือเล็กของจีเพื่อเรียกร้องความสนใจ คนขี้สงสัยอย่่างเขามักมาพร้อมกับคำถามเด็ดสองถึงสามข้อ
"คนเราเวลาชอบใครก็อยากอยู่ใกล้ อยากสบตาไม่ใช่เหรอ?"
"อ่าห้ะ"
"ทำไมถึงพยายามออกห่างล่ะ? ทั้งที่คุณอยากอยู่ใกล้ผมใจจะขาด การที่เราเผลอสบตากันบ่อยๆในห้องเรียนไม่ใช่เรื่องบังเอิญหรอกคิดเหมือนกันมั๊ย?" เขาพูดทุกอย่างที่พรั่งพรูออกมาอย่างไม่หยุดหย่อน 
"ฉันทำตัวไม่ถูกตอนอยู่ใกล้คุณ ฉันชอบมองจากระยะไกลมากกว่า" หัวใจของจีเต้นแรงจนเหมือนจะทะลุออกจากร่างเมื่อถูกรุกล้ำและกดดันด้วยคำพูดแทงใจดำ ความร้อนภายในลิฟต์และความอึดอัดทำให้เม็ดเหงื่อซึมตามกรอบหน้าและแผ่นหลัง 
"มิน่าล่ะตอนผมนั่งใกล้คุณถึงได้ตัวเกร็งขนาดนั้น ตอนนี้หายเกร็งรึยัง?"
"อืม"

"สงสัยเราคงต้องคุยกันบ่อยๆแล้วมั๊ง ความจริงคุณเป็นคนพูดเก่งนะแต่กลับไม่ค่อยคุยกับผมซะงั้น คุณแทบจะเป็นใบ้ด้วยซ้ำ"
"ฉันพูดมากกับคนสนิทน่ะ"
"เฮอะ! ใช้ความเงียบในการเรียกร้องความสนใจสินะ"
"แต่มันก็ได้ผลไม่ใช่เหรอ?"
 

ตริ๊ง!!! 


ประตูลิฟต์สีเงินเปิดออกพร้อมกับชายหนุ่มผิวขาวซีดเรือนผมสีน้ำตาลเข้มในชุดนอนสีน้ำเงินกำลังจุดไฟแช็กเตรียมสูบบุหรี่ ยุนกิมักจะสูบบุหรี่ทุกครั้งที่นอนไม่หลับ..คืนนี้ก็เช่นกัน ผู้ชายคนนี้ไม่ใช่ใครอื่นนอกจากมินยุนกิ โปรดิวเซอร์หนุ่มชื่อดังมากความสามารถและแฟนหนุ่มของจี ทั้งคู่เรียนต่างมหาวิทยาลัยกันแถมบ้านอยู่ไกลกันอีกทำให้เจอกันไม่บ่อยนัก นอกจากที่นี่.."ไม่แปลกใจเท่าไหร่ที่คุณจะไม่ค่อยตอบแชทผม ไอ้เตี้ยนี่รู้รึเปล่าว่าคุณมีแฟนแล้ว สเตตัสในเฟสบุ๊คบอกชัดขนาดนั้นน่าจะรู้แล้วแหละ"

"คุณจะขึ้นลิฟต์ด้วยรึเปล่าครับ?" จีฮุนเอ่ยปากถามโดยไม่สนใจถ้อยคำจิกกัดของอีกฝ่าย
"ไม่ ผมจะอยู่ตรงนี้แหละ" ยุนกิพยายามพูดอย่างสุภาพและใจเย็นกับเจ้าเด็กเตี้ยซึ่งแม้แต่เขาก็ไม่รู้จักชื่อ เขาไม่เคยเจอหน้าเด็กคนนี้มาก่อนแถมจีก็ไม่เคยเล่าอะไรให้ฟังด้วย "จี ผมขอคุยด้วยหน่อยสิ"

"พรุ่งนี้เจอกันที่มอนะ"
"อืม" จีก้าวขาออกจากลิฟต์ เธอโบกมือลาชายหนุ่มตามมารยาทแต่ยุนกิไม่มองแบบนั้น แม้เขาจะไม่เห็นรอยยิ้มบนใบหน้าของจีแต่เขาก็เดาได้ไม่ยากว่า ก่อนที่ลิฟต์จะขึ้นมาถึงชั้นนี้ สองคนคุยกันเยอะพอสมควร 

"คุณชอบหมอนั่นเหรอ?"
"ฉันไม่ตั้งใจชอบเขา รู้ตัวอีกทีก็เลิกชอบไม่ได้แล้ว" เหตุการณ์แบบนี้เป็นเรื่องธรรมดาที่จะเกิดขึ้นกับ long-distance relationship ยุนกิเบือนหน้าพ่นควันสีหม่นออกมาจากปากก่อนจะเดินไปนั่งบนโซฟาสีเทาซึ่งเต็มไปด้วยหมอน
"คุณคิดกับเขาเกินเพื่อนรึเปล่า?"
"ยังไม่คิด เขาก็แค่ผู้ชายที่ตรงไอดีลไทป์แต่ฉันไม่พิสวาสคิดเกินเพื่อนหรอก"

"นี่ขนาดคุณยังไม่คิดกับเขามากกว่าเพื่อน คุณยังเก็บมาฝันเลย..."
"ฉันไม่ได้คันขนาดนั้น คุณหัวร้อนแบบนี้พูดอะไรไปก็ไม่เชื่อหรอก รอคุณใจเย็นกว่านี้ก่อนแล้วค่อยคุยกันนะ" 
วิธีที่จะทำให้ตื่นจากความฝันคือตาย จีวางแผนการตายไว้ว่าอยากกระโดดตึกเพราะเธอไม่กลัวความสูงแถมก่อนตายยังได้พบสัจธรรมเรื่องแรงโน้มถ่วงโลกอีกด้วย สูตรการคำนวณค่าความเร็วเป็นเพียงสิ่งไร้สาระที่นักวิทยาศาสตร์อยากรู้เท่านั้น

จียืนอยู่บนตึกสิบสี่ชั้นและนี่คือชั้นดาดฟ้า สถานที่ที่เธอกับยุนกิมักจะดูหนังและทำเรื่องสนุกด้วยกัน เปลือยเท้าเปล่าหยุดหลังจากเดินมาถึงขอบตึก เธออ้าแขนกว้างรับลมพร้อมกับหลับตาพริ้มก่อนจะทิ้งตัวลงข้างหน้าปล่อยให้แรงโน้มถ่วงทำหน้าที่ของมัน ร่างเล็กในฮู๊ตหลวมโคร่งนอนกองกับพื้นถนนด้านล่างซึ่งมีรถเพียงไม่กี่คัน ใบหน้าแนบไปกับพื้นและชิ้นส่วนภายในร่างกายแหลกละเอียดแต่เธอไม่รู้สึกเจ็บสักนิด





"จำได้มั๊ยว่าเทปที่แล้วฉันบอกว่า 'ถ้าหากฉันหมกมุ่นมากพอ สิ่งที่ค้างคาใจจะกลายเป็นมวลหนาของฝันร้าย' แน่นอนว่าฉันเพิ่งฝันร้ายเมื่อคืน ฉันควรชินสักทีเพราะหลังจากแม่เสียไป...ฉันฝันร้ายติดต่อกันแบบมาราธอน" 

"เพียงแต่ครั้งนี้มันต่างจากทุกครั้งนิดหน่อย มันเกิดจากความกังวลร้อยเปอร์เซ็นต์เลย และนี่คือการบันทึกเสียงครั้งสุดท้ายของฉันถึงนายเพื่อนร่วมสาขา ฉันเลิกชอบคุณไม่ได้แต่ก็ไม่อยากได้คุณเป็นแฟน ฉันก็แค่แฟนคลับที่ติดตามทุกโพสต์ในอินสตราแกรมเท่านั้นเอง"



TO BE CONTINUE...




SHARE
Written in this book
S L E E P L E S S
จี - ธนีดา เด็กสาวธรรมดาวัย18ปีคนหนึ่งที่เป็นติ่งเกาหลีแต่ชอบฟังเพลงสากล เจสัน เดรูโล่คือศิลปินคนโปรดของเธอรองลงมาจากวงเกาหลีสองสามวงที่เธอคลั่งไคล้ เธอเป็นนิสิตใหม่ซึ่งเก็บกุมความลับนับล้านไว้ภายในจิตใจ พฤติกรรมที่แสดงออกให้บุคคลอื่นเห็นเป็นเพียงการแสดง ภายใต้รอยยิ้มสดใสคือความหยาบกระด้าง รุนแรงและไม่แคร์โลก วันหนึ่งจีเผลอตกหลุมรักเพื่อนร่วมสาขา เขาเป็นผู้ชายร่างสูงซึ่งอาจตรงสเป็คของใครหลายคนรวมถึงจีด้วย นานวันเข้ายิ่งรู้ตัวว่าไม่สามารถหยุดพร่ำเพ้อถึงเขาได้ เธอจึงได้เขียนนิยายเพื่อส่งต่อให้เพื่อนทุกคน จีใช้เวลาช่วงที่นอนไม่หลับในการบันทึกเสียงของตัวเองเพราะคิดว่าอาจจะทำให้หยุดคิดถึงได้บ้าง แต่มันกลับทำให้แย่ลงเรื่อยๆ...
Writer
GREYSWEATER
romanticism
IMAGINATION IS THE REASON WHY I LIVE.

Comments

Memoney
3 years ago
เขินแปปปในลิฟต์นี่แบบว๊ายยยมาก สรุปจีฮุนก็ชอบจีหรอหรืออะไร แต่ยุนกิงานดีมากเลยนะจีเธอคงไม่ไปหาเด็กน้อยใช่ปะๆ สงสารจีอะคงอึดอัดมากกะยุนกิแต่เรื่องความชอบก็ห้ามกันไม่ได้เนอะ...ถ้าฝันร้ายบ่อยๆแนะนำให้เต้นจุดธูป10รอบนะคะเพราะจีจะสลบไปเลยค่ะไม่ฝันร้ายแน่นอน555 สู้ๆน้าา
Reply
GREYSWEATER
3 years ago
จุดธูปๆ จุดธูปพรีเซ้น!!