Love - Hate Relationship (ความสัมพันธ์ทั้งรัก ทั้งเกลียด)

เราเดินมาถึงจุดนี้ได้ยังไง...

จุดที่เรากล่าวโทษกันและกัน ร่ำร้องต่อว่าอีกฝ่ายว่าเป็นความผิดของอีกฝ่าย จุดที่ความฝันที่สวยงามที่เคยสร้างพังทลายลงไม่มีชิ้นดี จุดที่แม้กระทั่งคุณเอื้อมตัวมาแตะต้องตัวฉัน ฉันกลับเอี่ยวตัวหลบด้วยความสะอิดสะเอียด จุดที่คุณพูดว่าฉันมันบ้าและฉันตะโกนออกมาว่าหากคุณแตะต้องฉันอีกครั้ง ฉันจะกรีดร้องและจะฟ้องตำรวจว่าคุณทำร้ายฉัน 

จุดที่ความรักเป็นค่าติดลบ เหลือทิ้งไว้แค่เศษซากของมัน

ผู้คนพูดเสมอว่าเวลาที่คนเราทะเลาะกัน พยายามใจเย็นและนึกถึงช่วงเวลาแรกที่เริ่มรัก นึกถึงความผูกพันธ์ในช่วงเวลาผันผ่านเพื่อให้ความสัมพันธ์ยังคงอยู่รอดต่อไป แต่สิ่งที่พวกเขาไม่เคยบอกก็คือ ความอดทนคนเรามีจุดสิ้นสุดและเราต่างเลยจุดที่ความอดทนขาดลงมาแล้ว เราเลยจุดของการให้อภัยมาแล้ว...

หัวใจไม่ใช่อวัยวะที่ถูกสร้างขึ้นเพื่อทนทานต่อการทำร้ายครั้งแล้วครั้งเล่า 
การให้อภัยจะมีความหมายอะไรหากเราต่างไม่เรียนรู้อะไรเลย เรายังคงเหมือนเดิม เรายังคงมีปัญหาเหมือนเดิม เราต่างไม่ยอมเปลี่ยนแปลง เราแค่เอ่ยคำ 'ขอโทษ' ครั้งแล้วครั้งเล่าเพื่อรั้งให้อีกฝ่ายไม่จากไป เราต่างตระหนักว่ามันเจ็บปวดหากต้องทนเฝ้ามองอีกฝ่ายจากไป แต่เราก็ยังเป็นเหมือนเดิม เรายังเป็นแมงเม่าตัวนั้นที่กระโจนเข้าหากองไฟซ้ำเเล้วซ้ำเล่าทั้งที่รู้ดีวามันจะถูกแผดเผาทุกครั้ง


ฉันตระหนักว่าการเปลี่ยนแปลงใครสักคนนั่นเป็นเรื่องยาก ตอนที่มองเห็นหยาดน้ำตาตนเองร่วงหล่น ตอนที่คิดถึงคำสัญญาของเราที่คุณเคยพูดว่าชอบเห็นรอยยิ้มของฉันมากกว่าหยาดน้ำตา แต่ก็เป็นคุณใช่ไหมที่ทำให้ฉันร้องไห้ซ้ำแล้วซ้ำเล่า เป็นคุณใช่ไหมที่เข้ามาให้ความหวังมากมายและฉีกมันทิ้งจนไม่เหลือชิ้นดี

มันไม่มีคำตอบหรอกว่าทำไมจากความหอมหวานในวันวานกลับกลายเป็นความขมขืนไปได้ ทำไมความรักจึงกลายเป็นความเกลียดชังได้มากเพียงนี้ แต่คุณไม่ต้องเสียใจไปหรอก เพราะคนที่ฉันเกลียดที่สุด มันคือตัวฉันเอง... ฉันที่เผลอเชื่อทุกคำพูดของคุณ ฉันคนที่ไว้ใจและเชื่อว่าเราจะมีอนาคตที่ดีด้วยกัน คนที่เชื่อว่าเราจะเปลี่ยนแปลงเข้าหากัน สุดท้ายก็เป็นแค่ความพยายามอยู่ฝ่ายเดียว 

ฉันเคยคิดว่าชีวิตจะต้องการสิ่งใดมากไปกว่าคนที่รักเราจริง คนที่เข้าใจพร้อมปรับตัวเข้าหากัน เพียงแค่นี้ก็พอแล้ว แต่ความจริงก็ทำให้เห็นแล้วว่ามันไม่มีวันเพียงพอ... 

มนุษย์เป็นสัตว์สังคม นั่นคือพื้นฐานที่ทุกคนต่างรู้ดี เราจะยืนอยู่บนสังคมอย่างไรเพื่อมีความสุขในชีวิตที่ต้องการ ควบคู่ไปกับการถูกยอมรับในสังคมด้วย เราจะใช้ชีวิตในโลกนี้อย่างไรหากไม่ทำงานแลกเงินมาซื้อปัจจัยพื้นฐานและตอบสนองกิเลศของเราเอง... 

ฉันจะไม่พูดว่าเม็ดเงินนั่นสำคัญยิ่ง แต่เราต่างปฏิเสธไม่ได้ว่ามันคือการแลกเปลี่ยนพื้นฐานที่เราต้องใช้ดำเนินชีวิต แม้เป้าหมายของเราทั้งคู่คือการค้นหาความสุขทางด้านจิตวิญญาณก็ตาม... 

มันอาจเป็นความผิดของฉันที่เห็นแก่ตัวยังอยากได้อิสรภาพ ไม่อยากมีชีวิตที่ต้องคอยดูแลบ้านและเลี้ยงลูกอย่างที่สังคมกำหนด 'แม่ที่ดี' ให้ต้องทำ แต่มันเป็นความผิดของคุณเช่นกันที่มักคิดเอาเองว่าฉันไม่คิดอะไรและมีชีวิตอยู่อย่างนี้ได้

นี่ไม่ใช่ชีวิต... ฉันกล้าพูดเลยว่านี่ไม่ใช่ชีวิต อย่างน้อยก็ไม่ใช่ชีวิตที่เราต่างฝันหา มันมีแต่ความร้าวราน ความไม่เข้าใจ หยาดน้ำตา การกล่าวโทษที่นานวันกลายเป็นความเกลียดชังอย่างสมบูรณ์แบบ 

ขอบคุณกับวันเวลาที่ผ่าน แต่ถึงเวลาแล้วที่เราต้องต่างแยกทางกันสักที

ด้วยรัก
ฉันเอง







SHARE
Writer
Janiva
No one
A girl loves writing, want to be professtional, emotionalist, sold my soul to devil, love sadness, disappointedly daugther, dreamer in wonderland

Comments

Viczorr
2 months ago
ทำไมเหมือนเอาความรู้สึกเรามาเขียนนนน งืออ ขอบตาร้อนผ่าว 😭😭
Reply
Janiva
2 months ago
หนังตามที่บอกเลยคือมันดราม่านะ เราไม่รู้ใครจะชอบบ้าง อย่าตามเราเยอะเลย เราเสพติดความช้ำอะ เสพติดอารมณ์มากกว่าเหตุผลด้วย เสพมากเดี๋ยวดราม่าลงเส้นเลือด 555 แต่ก็เท่านี้แหละ เราเขียนตามอารมณ์อะ  ไม่ค่อยมีสาระหรอก แต่ดีใจนะที่มีคนชอบตามอ่าน :D
Viczorr
2 months ago
เราว่าเราก็คงอารมณ์เดียวกับเธอแหละ เสพติดความช้ำ ซ้ำซาก งืออออ
Viczorr
2 months ago
เราว่าเราก็คงอารมณ์เดียวกับเธอแหละ เสพติดความช้ำ ซ้ำซาก งืออออ
ANTP
2 months ago
นี่ไม่ใช่ชีวิต...
ความจริงที่เจ็บปวดที่สุดที่คนๆ นึงจะพูดออกมาได้เลย
ความรักไม่ใช่ความดี ไม่ใช่ความอดทน แต่มันคือความเข้าใจ
ความศรัทธา ความซื่อสัตย์ ความเคารพในตัวของกันและกัน
ถ้านอกเหนือไปจากนี้ความรักก็เป็นแค่ความรัก ไม่ใช่ความรู้สึก

อ่านแล้วเหมือนเอาไม้จิ้มฟันมาจิ้มที่ฝ่ามือพร้อมๆ กันทั้งกระป๋อง
เราเป็นคนนึงที่ยืนอยู่บนเส้นตรงกลางระหว่างคนที่เชื่อมั่นในความรัก
กับคนที่ไม่แยแสมันเลย แต่ในมุมมองนี้บอกเลยว่า เจ็บแปลบ...

/มันน่าจะมีฟังค์ชั่นทำตัวหนาได้นะ

Reply
Janiva
2 months ago
เนอะ เราก็เป็นเด็กสาวที่ไม่อยากแยแสมัน แต่ลึกๆ ก็เผลอเชื่อว่ายังมีความรักที่เข้าใจเหลืออยุ่
withaya
2 months ago
เข้าใจว่าบทความนี้ ถ้าไม่ใช่นักฝันที่โครตๆๆจะฝัน
ก็คือคนที่ผ่านความรัก
ความเจ็บปวดมาเกินจะฝืนอีกแล้ว
อ่านจบเเม้นน้ำตาจะไม่ไหล
เเต่ในใจเหมือนโดนกรีดด้วยใบมีดคมๆ
ซ้ำแล้วซ้ำเล่า
ขอบคุณครับ ที่เขียนออกมา
.......คารวะ.....
Reply
Janiva
2 months ago
อ่านบรรทัดแรกแอบสะดุ้ง ต้องอ่านซ้ำสองรอบ 55 จริงๆ แรงบันดาลใจมาจากหนังที่ชอบอะค่ะ แล้วก็มาจากเรื่องของเพื่อนที่มาขอคำปรึกษา บวกไปกับสิ่งที่ตัวเองเคยรู้สึก เคยเจอ มันก็เลยไปตามอารมณ์ 555 ขอบคุณมากค่ะที่ชอบ
withaya
2 months ago
จะลองติดตาม ชิ้นต่อไปนะ

ว่าจะคม เชือดเฉือน ได้อีกรึเปล่า

แต่ชิ้นนี้ยอมรับว่ามันจี้ดดดดมาก
Pan-non
2 months ago
อ่านแล้วนึกถึงชีวิตช่วงหนึ่งของตัวเองเลยค่ะ ช่วงที่มีความสัมพันธ์ที่เอาแต่กล่าวโทษกันไปมา ช่วงที่ชีวิตเหมือนฝันร้ายทุกวัน
หากกำลังเจอเรื่องหนักหนา ขอให้ผ่านไปได้ด้วยดีนะคะ
Reply
Janiva
2 months ago
แย่เนอะ กาคทีีใครคนหนึ่งจะเปลี่ยนความรักเป็นเกลียดชัง มันต้องผ่านความเจ็บช้ำมามากทีเดียว ดีจังที่ผ่านพ้นไปแล้ว ถือว่าเข้มแข็งมาก เราอิงมาจากภาพยนตร์ เรื่องของน้องที่รู้จักจ้า ส่วนตัวเราเข็ดกับการใช้ชีวิตกับใครละ
Pan-non
2 months ago
จริงค่ะ เท่าที่สังเกตหลายคนจะเจอเรื่องแย่ๆจนรู้สึกว่าโลกช่างโหดร้าย จากรักเลยเกลียดไปเลย
พอเราผ่านเรื่องแบบนั้นมาได้ เราเลยกลายเป็นคนที่ซาบซึ้งกับเรื่องเล็กน้อยทุกเรื่องในชีวิตเลยค่ะ ขอบคุณโน่นนี่นั่นวันละหลายๆครั้งเลย
การใช้ชีวิตกับคนที่เข้ากันดีไม่น่ากลัวอย่างที่คิดนะคะ : ] แต่เราก็ต้องมีสติและปัญญามากพอถ้าหากวันนึงไอ่คนที่เข้ากันดีที่ว่าเขาเปลี่ยนไป ไม่อยากอยู่กับเราเหมือนเดิม ก็ต้องอยู่ให้ได้แบบไม่ฟูมฟายมากนัก ถือเป็นศิลปะของการใช้ชีวิต55
Janiva
2 months ago
ช่ายแล้ว เราถึงต้องอยุ่ได้ถ้าเขาไป เราถือคติ life have go on ไม่ว่าจะแย่แค่ไหนก็ตาม
Pumkinz
1 month ago
จากลามันเจ็บปวด แต่ไปต่อคงตายทั้งเป็น
ฉันเลือกความเจ็บปวด
Reply
Janiva
1 month ago
คนเรายอมเจ็บด้วยตัวเองดีกว่าให้คนอื่นมาทำร้ายน่ะ เราว่า 

Pumkinz
1 month ago
ใช่ค่ะ ;__;