น้ำตาวาซาบิ.
มันก็สักพักแล้ว
ที่ฉันหายตัวเงียบๆ ออกมาจากชีวิตเธอ
ไม่มีประโยคบอกลา
ไม่มีน้ำตาหยดสุดท้าย

มันก็แค่จบลงง่ายๆ อย่างนั้น เท่านั้นเอง

กด Unfollow ไป ทดแทนการทำร้ายหัวใจด้วยการ Unfriend

ขออยู่ห่างๆ อย่างใกล้ๆ
เฝ้ามองความเป็นไป ผ่านคนอื่น 

เป็นความสุขแปร่งซ่าปนขม
เหมือนตอนอมวาซาบิ - 

- ทุกความรู้สึกท่วมท้นจนตัวชา
ทำอะไรไม่ได้ นอกจากข่มมันไว้กับตัวเอง
เป็นความรู้สึกประมาณเดียวกันกับตอนเห็นภาพนี้สภาพเธอดูไม่ต่างจากวันกีฬาสีปีนั้น ; 


ใครบางคนส่งขวดน้ำมาให้
พลางพยักพเยิดไปทางนักบาสเหงื่อโชกคนนั้น -
- คนเดียวกันกับเจ้าของคำสารภาพแสนกระอักกระอ่วนใจ เมื่อหลายวันก่อน

เสียงหนึ่งกระซิบข้างหู 
'ถ้าไม่ทำอะไรสักอย่างตอบกลับไปบ้าง จะมาเสียใจทีหลัง ไม่ได้นะ'

เสียใจที่ต้องบอกว่า 'ฉันเสียใจ..'

หลังเรียนจบ

นานๆ ครั้ง เมื่อทุกคนได้กลับมาเจอ
ฉันมองเธอด้วยสายตาที่ต่างออกไป

ครั้งล่าสุด
อดีตเพื่อนร่วมทีม เล่าถึงความพยายามอย่างหนัก เพื่อการแข่งขันครั้งหน้า

คำว่า 'เจ๋งว่ะ' เพียงสั้นๆ
อธิบายยาวๆ ได้ว่า เธอไม่อยากจะพูดถึงมัน

จริงๆ แล้ว 
ถ้าตอนนั้น เราไม่ได้คบกัน
เธอคงจะมีความสุขกับความฝันนั้นไปแล้ว

ลงทุนไปมาก เพื่อให้เธอ เป็น 'เธอ' ในแบบที่ต้องการ

รู้ตัวอีกที
มัธยมปลายปีสุดท้าย ก็เสนอทางเลือกครั้งใหม่ ให้เราทั้งสองก้าวเดิน 

พอเห็นรูปเธอในโพสต์ใครต่อใคร 
ก็เป็นอีกครั้งที่ห้ามใจไม่ได้ ต้องกดเข้าไป ย้อนไล่ดูไทม์ไลน์ชีวิต

เธอกับสูท ในโพสต์ก่อนหน้านั้น
ก็ดูเข้ากันดี

แต่พอได้สวมเสื้อกล้ามแบบนี้ ดูแล้วเหมาะกับลูกบาสในมือมากกว่า


ดีใจ ที่คนข้างๆ เธอในรูป ไม่ใช่ฉัน
ดีใจจริงๆ ที่วันนั้น เราไปกันไม่รอด 

.

งาน Reunion ครั้งหน้า

ถ้าเธอสงสัยน้ำตาไร้ที่มา
กับเสียงสูดน้ำมูกของฉันแล้วล่ะก็

ขอให้เข้าใจตรงกัน
ว่าต้นเหตุของมัน คือวาซาบิ. 
SHARE

Comments