Disc-connect
1.
"แผ่นสี่เหลี่ยม ๆ นั่นเขาเรียกฟลอปปี้ดิสก์" พี่ซีนพูดพลางเหล่มองแผ่นพลาสติกสี่เหลี่ยมสีดำสนิทในมือของผม "มันก็คล้าย ๆ พวกแฟลชไดรฟ์นั่นแหละ แค่จุได้น้อยกว่า"
ผมคิ้วขมวด
"แล้วคนสมัยนั้นเขาจุข้อมูลกันพอได้ไงอะพี่?" ผมถามอย่างสงสัย "ขนาดผมมีฮาร์ดดิสก์เป็นเทโลไบต์ยังเก็บไม่พอเลย"
พี่ซีนยิ้มเล็ก ๆ ก่อนจะดึงฟลอปปี้ดิสก์จากมือผมไปแล้วเคาะหัวผมเบา ๆ
"เพราะคนสมัยก่อนรู้ดีไงว่าความทรงจำมันมีคุณค่า.." พี่ซีนตอบพลางมองฟลอปปี้ดิสก์ในมืออย่างพิจารณา "..ถ้าความทรงจำไหนมันสำคัญ เราจะเก็บมันไว้ในสมอง ไม่ใช่แฟลชไดรฟ์"
ผมเบะปากเบา ๆ เพราะผมโคตรจะเบื่อกับคำคมเลี่ยน ๆ ที่พี่ซีนชอบพูดกับผม
พี่ซีนเดินพาผมขึ้นไปที่ห้อง ก่อนจะดึงซีพียูเก่า ๆ สีขาวขุ่นออกมาตั้งแล้วต่อสายเข้าจอคอมพิวเตอร์ พี่ซีนกดปุ่มเปิดเครื่องแล้วนั่งรอสักพักจนจอขึ้นภาพเป็นวินโดว์ยุคเก่า ๆ ผมสังเกตเห็นสีหน้าพี่ซีนดูแปลกใจนิด ๆ
"ยังใช้ได้เฉยเลยแฮะ แปลกจัง" พี่ซีนพูดก่อนจะหันมาหาผมแล้วยื่นฟลอปปี้ดิสก์นั่นมาให้ผม "ลองใส่เครื่องดูสิ"
"ทำไมพี่ไม่ใส่เองอะ?"
พี่ซีนเคาะหัวผมด้วยแผ่นนั่นอีกครั้ง ก่อนจะมองหน้าผมดุ ๆ ผมรู้สึกสะใจเบา ๆ ที่กวนประสาทสำเร็จ ก่อนจะเอื้อมมือไปรับแผ่นนั้นมาแล้วมองช่องที่จะใส่
"มันใส่ได้จริง ๆ เหรอพี่?" ผมพูดพลางกดปุ่มมั่ว ๆ บนซีพียูจนถาดซีดีเลื่อนเข้าเลื่อนออกอยู่หลายรอบ พี่ซีนเห็นอย่างนั้นก็หัวเราะเยาะใส่ผม ก่อนจะชี้ให้เห็นรูเล็ก ๆ ข้างล่างถาดใส่ซีดี ผมมองพี่ซีนเขิน ๆ "คนเรามันก็ต้องมีครั้งแรกปะวะพี่"
"แต่คนเรามันก็ต้องมี Common sense ปะวะ"
ผมไม่อยากเถียงต่อจึงยัดแผ่นนั่นใส่เข้ารูไป เสียงปิ๊บดังขึ้นเบา ๆ พี่ซีนเปิดโฟลเดอร์ขึ้นมา ก่อนจะลุกขึ้นแล้วส่งเก้าอี้ให้ผมนั่ง
"ความทรงจำพี่มันสำคัญนะเว้ย.. อย่าทำมันพังล่ะ"
พี่ซีนพูดจบก็ยิ้มให้ผมเล็ก ๆ ก่อนจะเดินออกจากห้องไป ผมมองจอคอมพิวเตอร์แล้วถอนหายใจเบา ๆ
ก็ยังไม่เคยพูดสักครั้งว่าอยากดู..
ผมเลื่อนเมาส์ไปเปิดกล่องโฟลเดอร์นั้นออกดู ภายในบรรจุเอกสารและรูปภาพอีกสองสามรูป ผมค่อย ๆ ไล่เปิดดูทีละรูปก็พบกับรูปของชายสองคนและหญิงสาวอีกหนึ่งคน ซึ่งหนึ่งในชายสองคนนั้นก็จะน่าจะเป็นพี่ซีนเองนั่นแหละ
ผมเปิดไฟล์เอกสารขึ้น ภายในเป็นหน้ากระดาษว่างเปล่าสีขาวโพลน ไม่มีตัวอักษรใด ๆ ผมมองมันอย่างงุนงงก่อนที่เสียงปิ๊บจากคอมพิวเตอร์จะดังขึ้นอีกครั้ง
พี่ซีนจะเก็บเอกสารเปล่านี้ไว้ทำไม?
แต่ยังไม่มันที่ผมจะได้คำตอบ เสียงปิ๊บก็ดีงขึ้นอีกครั้ง ก่อนที่หน้าจอจะดับลง พร้อม ๆ กับสติของผมเอง

2.
"ซีน"
เสียงผู้หญิง..
"ซีน.. ตื่นได้แล้วน่า"
ผมขยับร่างตัวเองที่ฟุบอยู่บนโต๊ะให้ลุกขึ้นมานั่ง พลางขยี้ตาเบา ๆ อย่างงัวเงียก่อนจะหันไปมองทางต้นเสียง
คุ้นจังเลย..
หญิงสาวมองหน้าผมยิ้ม ๆ ก่อนจะผลักหัวผมออก
"ขี้เซาจังเลยนะ นี่จ๋าขอให้เท่มันมาปลุกรอบนึงก็นึกว่าจะตื่นแล้วนะเนี่ย.." หญิงสาวพูดพลางหัวเราะเบา ๆ ก่อนจะมีเสียงของผู้ชายอีกคนดังขึ้นจากด้านหลังของผม
"มันตื่นมารอบนึงแล้วเหอะ.." เขาพูดน้ำเสียงเซ็ง ๆ "..ไม่รู้แม่งไปอดหลับอดนอนที่ไหนมา"
ผมสะบัดหัวเบา ๆ เพื่อหวังว่าจะทำให้ตัวเองรู้สึกดีขึ้น ก่อนจะหันไปมองหน้าทั้งคู่
อ๋อ พวกเขานี่เอง..
"แล้วตกลงเย็นนี้จะเอาไง?" เท่ถามต่อ "ถ้าจะไปก็นัดมาว่าจะให้ไปเจอที่ไหน เดี๋ยวขับรถไปรับ"
ผมคิ้วขมวดอย่างงุนงง
"เรา.. จะไปไหนวะ?"
สองคนนั้นมองผมกลับอย่างสงสัย
"สะพานพุทธไง.. ก็เพิ่งคุยกันไปเมื่อเช้าไม่ใช่เหรอ?" จ๋าถามผมอย่างสงสัย ก่อนจะหันไปหาเท่ "เราขอติดรถไปเลยได้ไหม ขืนให้นั่งรถกลับบ้านไปแล้วกลับมานี่อีกก็คงไม่ต้องไปไหนกันพอดี"
เท่พยักหน้ารับเบา ๆ ก่อนจะมาหาผม
"ละมึงอะ เอาไง?"
ผมสะดุ้งเล็กน้อยก่อนจะตอบกลับไปเสียงสั่น ๆ
"เอางั้นก็ได้"
เท่มองผมราวกับผมเป็นคนแปลก ก่อนจะพยักหน้ารับเบา ๆ
"งั้นก็ตามนี้ เลิกเรียนเมื่อไหร่มาเจอกันที่เดิมนะ"

3.
เหมือนผมฝันเห็นอะไรแปลก ๆ
ไม่รู้สิ ผมอธิบายไม่ค่อยเก่ง
พอผมรู้ตัวอีกที พี่ซีนก็แบกผมขึ้นมานอนบนเตียงในห้องของผมแล้ว ก่อนจะเล่าให้ผมฟังว่าอาจจะเป็นเพราะเครื่องไม่เคยใช้งานนาน ๆ พอมาใช้งานใหม่ก็เกิดอาการรวนจนเจ๊งไป แต่นั่นก็ไม่ได้ช่วยอธิบายเรื่องที่ผมสลบไปอยู่ดี
ผมมองพี่ซีนก่อนจะนึกเรื่องอะไรบางอย่างได้
"พี่ซิน แผ่นดิสก์นั่น.."
"ช่างมันเถอะ" พี่ซีนพูดยิ้ม ๆ "พี่ไม่เสียดายหรอก เพราะต่อให้มันมีอยู่ก็ไม่รู้จะเปิดมันใช้ยังไงอยู่ดี"
ผมก็อยากจะเชื่อว่าพี่ซีนรู้สึกแบบนั้น แต่น้ำเสียงของพี่ซีนนั่นแหละที่ทำให้ผมมั่นใจว่าพี่ซีนรู้สึกตรงกันข้ามกับที่พูดออกมา
"ในดิสก์นั่น มันมีรูปอีกสองคน.." ผมอธิบายถึงสิ่งที่ผมเห็น พี่ซีนพยักหน้า "..กับ.."
"เอกสารเปล่าอีกหนึ่งไฟล์" พี่ซีนตอบโดยไม่รอผมพูด "มันแปลกดีใช่ไหมล่ะ?"
ผมพยักหน้าเป็นคำตอบ พี่ซีนยักไหล่เบา ๆ ก่อนจะนั่งทรุดตัวลงบนเตียงแล้วหันมาลูบหัวผมอย่างแผ่วเบา
"พี่บอกแล้วไงว่ามันไม่สำคัญอะไร.." พี่ซีนพูดเสียงสั่นเครือ "..เพราะพี่เองก็ยังไม่รู้เลยว่ามันสำคัญยังไง"

4.
"รู้ไหมว่าสะพานอะไรอยู่หลังสะพานพุทธ?"
"สะพานพระรามหก?"
"ผิด"
"สะพานข้ามแม่น้ำแควร์?"
"ผิด"
"สะพานแขวน?
"ผิด.. คิดดี ๆ ก่อน"
"สะพานมิตรภาพไทย-ลาว?"
"ผิด.. นี่ไม่เปิดแผนที่ประเทศไทยแล้วยกชื่อสะพานมาทั้งประเทศเลยล่ะ" เท่พูดบ่น ๆ พลางเหล่มองดูจ๋าที่ไม่ยอมละความพยายามสักที ผมแอบหัวเราะเบา ๆ
"ขำอะไร?" จ๋าหันมามองหน้าผมดุ ๆ ผมยักไหล่เล็ก ๆ
"ก็มันตลกดีที่เธอพยายามจริงจังกับเรื่องเล่น ๆ พวกนี้" ผมตอบ
"ก็ไม่ได้อยากจะจริงจัง แค่ไม่อยากยอมแพ้" จ๋าพูดพลางหันไปมองเท่โกรธ ๆ แล้วพ่นไปอีกสามสี่คำตอบอย่างไม่ยอมแพ้ ก่อนจะยอมหยุดในที่สุด
"และสะพานที่อยู่หลังสะพานพุทธก็คือ.." เท่หยุดทำเสียงรัวกลองเบา ๆ "..สะพานพฤหัสบดี!"
ผมหลุดหัวเราะออกมาเล็กน้อย ยิ่งเห็นใบหน้าเรียบเฉยของจ๋าก็ยิ่งตลกเข้าไปอีก
"งี้สะพานที่มาก่อนสะพานพุทธก็เรียกสะพานอังคารอะดิ" ผมขยี้ต่อ ก่อนจะไปแตะมือกับเท่อย่างมีชัย
"นี่เรียกมุกเหรอ?" จ๋าพูดน้ำเสียงเซ็ง ๆ เท่หันมายักไหล่ให้จ๋าเล็ก ๆ
"ตลกจะตาย ขนาดซีนยังขำกลิ้งเลยนะเธอ"
ผมพยักหน้าเห็นด้วย ก่อนจะหันไปหาจ๋าที่ยังคงมีสีหน้าเรียบเฉย เท่ที่สังเกตเห็นอาการแปลก ๆ จึงเริ่มพูดขึ้นก่อน
"เธอเป็นอะไรหรือเปล่า? ตอนมายังดี ๆ อยู่เลยนะ"
จ๋าส่ายหน้า แต่น้ำตามันก็ดันทรยศเธอแล้วไหลออกมาให้เห็น ผมจะเอื้อมมือไปเช็ดให้แต่เธอก็เบือนหน้าหนี ผมหันไปมองเท่อย่างงุนงง
"สงสัยมุกไม่ตลกจริง ๆ ว่ะ" ผมพูดเบา ๆ ก่อนที่เท่จะเอาศอกกระทุ้งท้องผม
"พวกเธอก็เข้าขากันดีนี่นะ" จ๋าพูดเบา ๆ ก่อนจะดึงสลักล็อคประตูออก เท่รีบบอกให้ผมคว้ามือเธอไว้
"จ๋า มีอะไรก็คุยกันก่อนสิ.." ผมพยายามพูดปลอบ แต่เธอก็ยังคงยื้อมือเธอไว้จนเธอปลดล็อคประตูได้สำเร็จ
"จอด" จ๋าพูดเสียงแข็ง ผมหันไปสบตาเท่เล็กน้อยก่อนที่เท่จะเบี่ยงรถเข้าข้าทางได้พอดีกับที่จ๋าเปิดประตูแล้วเดินออกไป
ผมกับเท่วิ่งตามจ๋าไปแล้วรั้งเธอไว้
"มีอะไรก็บอกดิวะ ประชดแบบนี้มันได้อะไรขึ้นมาเหรอ?" เท่เริ่มโวยวายใส่จ๋าก่อน จ๋าเงยหน้าขึ้นมามองเท่อย่างหงุดหงิด ผมพยายามกันเท่กับจ๋าไว้ให้ห่างกัน เท่พูดต่อโดยไม่สนใจ "มึงจะมาโกรธกูเรื่องที่กูสนิทกับไอ้ซีนมากเกินไปแบบนี้น่ะเหรอ? กูว่ามันก็ไม่ใช่ปะวะ"
"ก็ไม่ใช่ไง โธ่เว้ย!" จ๋าเหวี่ยงออกมาอย่างหงุดหงิดก่อนจะทรุดตัวลงไปนั่งกอดเข่า ผมเดินเข้าจะไปปลอบแต่ก็ถูกจ๋าผลักออกมา
"ถ้ามึงคิดว่าโลกนี้หมุนรอบตัวมึง ทุกคนต้องเข้าใจมึงทุกอย่าง ก็ปล่อยให้เป็นเรื่องของมึงละกัน ไอ้ซีนกลับ!"
เท่พูดจบก็เดินตรงกลับไปที่รถทันที ผมมองเท่สลับกับจ๋าด้วยความงุนงง ความไม่เข้าใจ และไม่รู้ว่าควรจะทำยังไง
เท่หันมาหาผมแล้วตะโกนไล่หลังมา
"มึงจะกลับไหม? ถ้าไม่กลับมึงก็เลิกคบกูไปเลย"
"แต่ถ้าซีนไป.." จ๋าลุกขึ้นแล้วพูดกับผมเบา ๆ "..เราก็ไม่ต้องคุยกันอีก"

5.
ผมตื่นอีกครั้งเพราะเสียงปิ๊บเบา ๆ ที่ดังขึ้น ผมพยายามมองหาต้นเสียงก็พบว่ามันมาจากชั้นบน ผมจึงค่อย ๆ ลุกตัวออกจากที่นอนแล้วเดินตามเสียงนั้นไป
เสียงนั้นดังมาจากในห้องพี่ซีน แต่พี่ซีนไม่อยู่ในห้อง เป็นไปได้ว่าพี่ซีนอาจจะออกไปเปิดร้านแล้ว ผมจึงถือวิสาสะเข้าไปในห้องนั้นทันที
เสียงปิ๊บดังถี่ขึ้นเรื่อย ๆ มันมาจากที่เดิม จากจอคอมพิวเตอร์เครื่องที่ทำให้ผมสลบไป
ผมไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นกับผม และก็ไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นกับพี่ซีนด้วย.. บางทีแผ่นฟลอปปี้ดิสก์นั่นอาจจะไม่ได้เก็บข้อมูลอะไรสำคัญไว้อย่างที่พี่ซีนบอกจริง ๆ ก็ได้
หรือมันอาจจะเป็นแค่เพราะไฟล์เสีย
หรืออาจจะเป็นเพราะไวรัส
ใครจะไปรู้ล่ะ
ผมมองหน้าจอคอมพิวเตอร์ที่กลับมาสว่างจ้าอีกครั้ง ผมลากเมาส์ไปคลิกบนโฟลเดอร์เดิมที่เคยเปิด และคลิกดูไฟล์เอกสารนั้น
เสียงปิ๊บดังขึ้นอีกครั้ง

6.
ผมคว้าตลับเทปที่อยู่บนโต๊ะขึ้นมาแล้วเปิดออก ก่อนจะหยิบปากกาในแก้วขึ้นมาเสียบลงไปในรูแล้วหมุนเพื่อปรับให้เพลงเริ่มตรงในตำแหน่งที่ต้องการ
ผมใส่เทปลงไปในเครื่องเล่นเทปแล้วกดเล่น ผมให้เสียงเพลงในเทปดังขึ้นกลบเสียงความคิดในสมองผมให้มันเงียบ ๆ ไปสักที
ผมทำอะไรลงไป..
นั่นสิ ผมเองก็จำไม่ได้ดหมือนกันว่าทำอะไรลงไป..
ผมไม่เข้าใจอะไรเลย ไม่เข้าใจว่าเกิดอะไรขึ้น ไม่เข้าใจว่าทำไมมันถึงเป็นแบบนี้ ผมไม่เข้าใจอะไรเลย
แล้วผมต้องทำยังไงต่อไป ผมจะต้องเสียทั้งเท่และจ๋าไปพร้อม ๆ กันโดยที่ไม่เข้าใจอะไรเลยแบบนี้น่ะเหรอ?
ผมมองรูปภาพของพวกเราทั้งสามคนในจอคอมพิวเตอร์ ก่อนจะตัดสินใจดึงฟลอปปี้ดิสก์ออกมาจากกล่องแล้วใส่มันไปในเครื่องซีพียู
ผมถ่ายรูปภาพลงไปในฟลอปปี้ดิสก์แผ่นนั้น ก่อนจะสร้างไฟล์เอกสารขึ้นในฟลอปปี้ดิสก์
หน้าเอกสารว่างเปล่าปรากฎตรงหน้าผม ผมตั้งใจเหมือนจะเล่าอะไรบางอย่าง แต่ก็ไม่รู้จะเริ่มจากตรงไหน ไม่รู้ว่าควรจะเริ่มเรื่องนี้ยังไง เพราะผมไม่เข้าใจอะไรเลย
ผมพิมพ์ออกไปสั้น ๆ แต่จนแล้วจนรอด ผมก็ตัดสินใจลบข้อความพวกนั้นทิ้งไป เพราะมันแทบจะไม่ได้อะไรเลย
ผมจะเก็บเรื่องราวแบบนี้ไว้เป็นความทรงจำจริง ๆ น่ะเหรอ?
หรือผมควรจะปล่อยให้มันหาย ๆ ไปพร้อมกาลเวลาดี
ระหว่างที่ผมตัดสินใจอยู่นั่น จอคอมพิวเตอร์ก็มืดดับลง
เสียงปิ๊บดังขึ้นเบา ๆ.. อีกครั้ง
SHARE
Writer
Doratong24
Troublemaker
Writer | Photographer | Programmer | Creator | Thinker

Comments