เพราะรับฟัง...และอยากเข้าใจ
"ทำไมมึงเข้าใจมันดีจังเลยวะ"
ประโยคนี้ถูกส่งผ่านตัวอักษรมาในไลน์ หลังจากฉันอธิบายเหตุผลของความน่าจะเป็นให้เพื่อนเก่าที่สนิทคนหนึ่งฟัง
ประเด็นสำคัญของเรื่องนี้ก็ไม่มีอะไรซับซ้อน เพื่อนคนหนึ่งทำงานยุ่งจนไม่มีเวลาว่าง ทำให้เพื่อนอีกคนที่ว่างมากกว่าและขี้เหงารู้สึกนอยขึ้นมา  

นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่เพื่อนเลือกปรึษาเรื่องราวปัญหาชีวิตให้ฉันฟัง และฉันชอบหน้าที่นี้นะ 
การคอยรับฟังเรื่องราวเหล่านี้อย่างน้อยๆมันก็ทำให้อีกคนได้ระบายความรู้สึกอัดอั้นข้างในออกมา 

ฉันจำไม่ได้แล้วว่าเริ่มรับฟังคนแบบนี้ตั้งแต่อายุเท่าไหร่ อาจจะช่วงประถม หรือมัธยมต้นละมั้ง และทุกครั้งก็ดีใจนะที่เห็นคนมาระบายรู้สึกโล่ง สบายใจขึ้น เหมือนเราได้ช่วยเขาอะ ทั้งๆที่ก็ไม่ได้ช่วยอะไรเลย 555+ 

จนกาลเวลาก็ผ่านมาเนินนาน จากแค่รับฟังกลายเป็นเริ่มออกความคิดเห็น ชี้ทางให้บ้าง จนกลายมาเป็นให้คำแนะนำหนทางที่ซึ่งเต็มไปด้วยทางแยก และปล่อยคนคนนั้นกลับไปตัดสินใจเลือกเอาเอง

จนวันหนึ่งเพื่อนคนหนึ่งพูดกับฉันว่า "ทำไมมึงเข้าใจเขาดีจังวะ" 
วันนั้นฉันก็ถามตัวเองนะ นั่นดิ่ทำไมเราเข้าใจเขาดีจัง หลังจากนั้น เพื่อนอีกคนหนึ่งก็พูดประโยคเดียวกัน "ทำไมมึงเข้าใจมันดีจังวะ มึงรู้จักมันมากกว่ากูอีกนะเนี่ย" 


หลายๆครั้งฉันคิดว่าฉันเข้าใจในสิ่งที่พวกเขาทำ ผู้คนต่างๆมักทำบางอย่างด้วยเหตุผลของตัวเองเสมอ สิ่งที่ฉันทำแค่นำเหตุการณ์นั้น สิ่งที่คนคนนั้นเป็น และสิ่งที่คนคนนั้นทำ มาวิเคราะห์เพื่อหาคำตอบของเหตุผลนั่น และมันไม่ถูกเสมอไปแน่นอน

ฉันมักพลาดในเรื่องที่เกี่ยวข้องกับความรู้สึกตัวเอง เพราะในใจฉันหวังอยากให้มันเป็นอย่างนั้น ทั้งๆที่มันเป็นไปไม่ได้ แต่สุดท้ายละเนอะ ก็ต้องยอมรับความจริงกันไปตามระเบียบ

ข้อเสียกับการเป็นคนแบบนี้คือ ยิ่งฉันรู้จักใครหรือสนิทกับใครมาก ฉันยิ่งรูู้จักตัวตนของคนคนนั้นเข้าไปอีก นั่นหมายความว่ามันทำให้ดูออกแม้แต่อาการบางอย่างที่เขาพยายามซ่อนเอาไว้ หรือแม้กระทั่งจุดอ่อนที่เล็กที่สุดในใจของเขา หลายๆครั้ง ทำตัวหูทวนลมบ้าง ปิดตาตัวเองบ้างก็เป็นเรื่องที่ดีนะ 

แต่อาจจะดีที่ตัวฉันเองมีเพื่อนไม่ค่อยมาก อาจรวมกับเป็นคนโลกส่วนตัวสูงอยู่แล้วด้วย จึงได้รับฟังเรื่องของเพื่อนในเวลาที่พวกเขาเลือกจะทักมาเท่านั้น 

การคาดเดาเหตุผลของคนอื่น ตราบใดที่ขึ้นชื่อว่า 'คาดเดาแล้ว' นั่นแสดงว่ามันจะต้องไม่ถูกเสมอไป 

คุณไม่ควรเชื่อใครจนกว่าคนคนนั้นจะมาอธิบายเหตุผลด้วยตัวของเขาเอง
 
แต่ก็อย่างว่าแหละ เรื่องส่วนใหญ่เขามักจะไม่มีโอกาสได้มาอธิบายเรื่องนั้นแล้ว เราจึงต้องมานั่งถามกันอยู่ทุกวันนี้ไง ว่าเขาทำไปทำไม เพราะอะไร กับบางคนที่ตั้งคำถามไม่ได้อยากรู้ความจริงหรอก เขาอยากได้คำตอบที่แค่ฟังแล้วสบายใจ

มนุษย์เป็นสิ่งมีชีวิตที่ซับซ้อนเนอะ โดยเฉพาะเรื่องของความรู้สึกด้วยแล้วยิ่งไปกันใหญ่เลย
คนบางคนรู้ทั้งรู้ว่าความจริงคืออะไร ก็ยังเลือกจะถามคนอื่น พยายามหาคำตอบที่มันไม่ตรงกับความจริง เพื่อให้ตัวเองสบายใจขึ้นมา

คนที่มาปรึษาฉันก็มีเหมือนกัน คนที่เอาแต่ถามคำถามซ้ำๆ หวังอยากให้คำตอบเปลี่ยนไป ทั้งๆที่ความจริงมันคืออะไรก็รู้อยู่ หากคุณเจอประเภทนี้แนะนำให้ฟังเฉยๆ ถ้าเขาถามก็ตอบแบบเอนๆไปทางเขาครึ่งหนึ่ง อีกครึ่งหนึ่งให้ยึดตามหลักความเป็นจริง แต่ถ้าเริ่มถามซ้ำซากให้เลิกตอบ แล้วพูดว่า "ก็บอกไปหมดแล้วนี่" แทน ได้ผลไหม คิดว่าได้นะ แต่กับทุกคนหรือเปล่า ไม่น่ากับทุกคนแฮะ


ถึงแม้มนุษย์จะเข้าใจยากไปบ้าง แต่ก็ไม่ยากเกินความเข้าใจ ซึ่งหลักๆแล้วทุกๆคนล้วนต้องการสิ่งสิ่งหนึ่งที่เหมือนๆกัน 
"ความสบายใจ" 
แค่ใครสักคนที่เข้าใจเขา หรือรับฟังเขา ความจริงคนเรา ก็ต้องการแค่นี้แหละ

หากวันนี้มีใครบางคนเลือกจะปรึษาเรื่องบางเรื่องกับคุณ อย่ารำคาญเลย เพราะเขาไว้ใจคุณ เขาเชื่อใจคุณ และเขาเลือกจะให้คุณอยู่ข้างๆแบบนี้



SHARE
Writer
Petcharat
Writer
ทุกๆครั้งที่คุณโตขึ้น ทุกๆอย่างจะเปลี่ยนไป

Comments