ความ รั ก ของ ลู ก สาวคนโต
นับว่าเป็นครั้งแรกในชีวิต ที่ได้ใส่ความรู้สึกลงไป ในตัวอักษร เพื่อให้ผู้คนที่ผ่านมา ได้สัมผัส ..

ตอนเด็กๆ เคยคิดว่า การเติบโตเป็นผู้ใหญ่ ช่างน่าอิจฉาเสียเหลือเกิน แต่พอถึงวันนี้ กลับแปลกใจ ที่ทำไมตอนนั้นถึงอยาก จะ เ ติ บ โต

" แล้วตกลง ตอนนี้ เราเติบโตแล้วจริงๆหรือเปล่านะ ? "

การเติบโต คือ ตัวสูง ร่างใหญ่ ทำอะไรก็ได้กับชีวิต มันใช่อย่างนั้นหรือเปล่า สิ่งที่หล่อหลอมการเติบโ ตของเราคืออะไรกัน

ณ ตอนนี้ ไม่รู้ว่าเติบโตขึ้นมามากแค่ไหน แต่คิดว่ามากพอสมควร เรื่องราวต่างๆที่ผ่านเข้ามาในชีวิต บีบบังคับให้เด็กสาวที่อายุเพียง 20 ต้องก้าวย่าง ข้ามผ่าน กับทุกๆ ความเจ็บปวด เคยเกิดคำถามเบาๆ ในใจมากมาย มากเสียจนไม่รู้จะหาคำตอบได้จากที่แห่งใด แต่เราว่า ไม่ได้มีแค่เราหรอกนะ ที่ความเจ็บปวดชอบแวะเวียนเข้ามาหา คุณก็เป็นเหมือนกันใช่ไหม?

เราเป็นลูกสาวคนโตของครอบครัว เรามีพ่อ แม่ น้องชาย น้องสาว ทุกคนอยู่ด้วยกันในบ้านหลังเก่าของอาม่า พ่อกับแม่เป็นดั่งหัวใจที่หากมีอะไรมากระทบ นั่นเท่ากับว่า เราจะอยู่หรือต้องตายจาก เราฝากไว้ที่พ่อกับแม่ทั้งหมด จุดเริ่มต้นของการเติบโต น่าจะเป็นช่วงเข้าสู่รั้วมหาวิทยาลัย ความห่างไกลบ้านที่เป็นพันกิโล หญิงสาวตัวเล็กแบกความหวังของครอบครัวไว้ทั้งหมด ที่สำคัญ ยังต้องแบ่งพื้นที่บางส่วนให้กับความกดดันของตัวเองอีกด้วย 


การสูญเสียครั้งยิ่งใหญ่ ได้มาถึง  

" อาม่า " ผู้ซึ่งเป็นเหมือนลมหายใจของแม่ ได้ย้ายถิ่นฐานไปไกลถึงสรวงสวรรค์ และมิอาจมีวัน ที่จะได้พบเจอกันอีก ประกอบกับตัวเราที่เป็นเหมือนแขนขาคอยพยุงแม่เดินไปในแต่ละวัน ห่างไกลออกไปคนละภาค ข้างกายของแม่ในตอนนี้ มีเพียงพ่อและน้องๆที่จะสามารถทำหน้าที่แทนเราได้ แต่เราเองก็ไม่รู้ว่าความบกพร่องอยู่ตรงไหน ท้องฟ้าสีดำช่างมืดมิด พายุถ่าโถม เม็ดฝนมากมาย ตกลงเข้าสู่หัวใจของแม่ " โรคซึมเศร้า" จำไม่ได้ว่าคำๆนี้ออกมาจากริมฝีปากของใคร แต่มันทำให้ใจของเราหยุดให้จังหวะไปสักพักหนึ่ง สำหรับเราแม่คือผู้หญิงที่ไม่ได้ใจดีมาก แต่แข็งแกร่งมากจริงๆ ตัดภาพมาที่เด็กอย่างเราในวันก่อน ที่ไม่เคยเข้าใจโลก อ่อนแอ แม้เพียงใบไม้สัมผัสยังรู้สึกเจ็บปวด แม่ต้องข้ามผ่านอะไรมากมายในช่วงเวลาเหล่านั้น มากมายจริงๆ แต่สุดท้าย ก็ไม่เสมอไปที่แม่จะเข้มแข็งได้ทุกวัน เอาแล้วสิ หัวใจของเราถูกกระทบอย่างหนัก มีรอยร้าวเกิดขึ้นมากมายตามมุมตามขอบ แต่ด้วย ความรักของลูกสาวคนนี้ ที่ไม่เคยแปรผันไปตามกาลเวลา ได้สร้างเกาะคุ้มกันปกป้องแม่อย่างถึงที่สุด ใช่! เราจะใช้ความรักของเราเป็นยาวิเศษที่จะเปลี่ยนสีท้องฟ้าของแม่อีกครั้ง


บีบเรา.. เหมือนมีอะไรบีบให้เราต้องเดินต่อไปตลอดเวลา เราเรียนคณะเกี่ยวกับวิทยาศาสตร์การแพทย์ หนักอยู่นะ แต่สิ่งที่แม่เราเจอหนักกว่า แม่เปลี่ยนไปเป็นคนละคน มองเห็นอะไรก็เป็นสีดำไปหมด เราพยายามมาก พยายามเปลี่ยนสีท้องฟ้าของแม่ในทุกๆวัน ใช้น้ำตา ลบล้างสีเก่าๆที่แม่สร้างไว้ให้มันจาง ในทุกๆคืนเสียงสั่นคลอนจะเริ่มต้นทุกครั้ง หลังสิ้นเสียงพ่อกับแม่ที่ส่งผ่านลำโพงเล็กๆบนหน้าจอสี่เหลี่ยม แต่ก็นะ อย่าว่าแต่แม่เลยที่เปลี่ยน เราเองก็รู้สึกว่า ตัวเองเปลี่ยนไปเหมือนกัน ทุกอย่างในตัวเราเป็นเหมือนอิฐเหมือนปูน เราไม่สามารถเล่าเรื่องราวอ่อนไหว ทุกข์ใจในแต่ละวันที่เราเจอได้ เราไม่อยากเพิ่มความดำให้ท้องฟ้าของแม่ เราบอกพ่อว่าเรากินข้าวอิ่มมากกก ทั้งๆที่เรากินไม่ลงแม้เพียงน้ำเปล่า เราหัวเราะกับน้องสาวคนเล็ก ทั้งๆที่ข้างในมันมีแต่เสียงสะอื้นเต็มไปหมด เราต้องเรียนหนังสือให้รู้เรื่องไม่ว่าเมื่อคืนที่ผ่านมา ดวงตาของเราได้หลับพักผ่อนหรือไม่ ฟันของเรากระทบกดกันแรงมากทุกๆครั้งที่มีใครมาเพิ่มความเจ็บปวดให้กับพ่อและแม่ เราได้แต่ภาวนาอย่าให้สิ่งใดเข้ามาทวีคูณความเจ็บปวดให้กับครอบครัวของเราอีกเลย

เวลาที่ผ่านไปนับปี แม่เราดีขึ้น ได้ไปพบหมอตามคำแนะนำของลุง แต่เราเองก็พึ่งมารู้ทีหลังว่า 

แม่เคยคิดที่จะจากไปอย่างไม่ร่ำราใครที่รักแม่เลย

รอยร้าวยิ่งเพิ่มขึ้นอีกครั้ง ทุกๆคนในบ้านพยายามกันปกปิดเรื่องราวของแม่ ไม่ให้เด็กอย่างเราต้องรับรู้ แต่สิ่งที่โครตทรมานคือ เรากลับรับรู้ทุกเรื่องราวจากแม่ของเราเอง 555 มีน้ำใสๆ เอ่อขึ้นมาเหนือขอบตานิดหนึ่งแล้วล่ะ แม่เราใช้เวลาอยู่กับคุณหมอเกือบปี เกือบได้หยุดยาแล้ว ท้องฟ้าของแม่เริ่มมีสีชมพู สีส้ม ปะปราย แต่แล้ว พายุลูกใหม่ได้เข้ามาอีกครั้ง อาการของแม่ทวีความรุนแรงขึ้น ทุกคนที่ไม่เข้าใจความเป็นไปของโรคที่แม่กำลังเผชิญ ตีตราบนใบหน้าของแม่เราว่า "เป็นบ้า" เหมือนภูเขาไฟที่มีลาวาร้อนระอุ ได้พุพองแตกออก ท่วมท้นจิตใจของเรา มันร้อนรน อยากกลับบ้านตอนนั้น วินาทีนั้น เดี๋ยวนั้น แต่ไม่ได้ หน้าที่ของเรายังไม่สมบูรณ์ เราต้องทนอยู่กับความกังวลว่า ใครจะทำอะไรแม่มั้ย แม่จะหนีจากเราไปตอนไหนรึเปล่า มันเหมือนหัวใจเราร้าวจนจะไม่เหลือชิ้นดีแล้ว .. กับการกลับสู่บ้านเกิดในปีนี้ เราดีใจ มีความสุขมากที่สุด เวลา 2 เดือนที่เรามีก่อนจะต้องกลับไปเรียน เราจะใช้ทั้งหัวใจของเราที่มีอยู่ รักษาแม่ให้หาย เราพาแม่ไปพบหมออีกครั้ง ครั้งแรกกับการพบจิตแพทย์ ซึ่งเป็นวิชาชีพใฝ่ฝันของเราเลยนะ อาการคลุมเครือของแม่ ไม่สามารถให้ผลลัพท์ที่ชัดเจนได้ เราใช้เวลา 24ชั่วโมงในการอยู่กับแม่ทุกๆวัน ติดตามอาการ เสริมใส่ธรรมมะ ข้อคิด เปลี่ยนสีท้องฟ้า ขับไล่เมฆฝน เราเป็นทุกอย่าง ทำทุกอย่างเพื่อแม่ เราเหนื่อยมากจริงๆ เราคิดถึงผู้หญิงคนเก่า คิดถึงแม่คนเดิม โหยหาความเข้มแข็งของแม่ที่จะมาปลอบโยนเรา แต่ทุกอย่างเรากลับต้องสร้างขึ้นเอง

แล้ววันที่เราไม่อาจจะทนรับทุกอย่างไหวก็มาถึง
แม่ขับรถเร็วมาก จนบางทีเราอยากกระโดดให้รถบรรทุกเหยียบ เพื่อให้แม่เบรค เราใช้น้ำเย็นดับไฟในใจของแม่ทุกวัน จนวันนึง ไฟเหล่านั้นกระเด็นใส่ตัวเราเต็มๆ คำพูดที่แม่ใช้ฟาดฟัน ทำให้เลือดสีใสไหลออกจากตา ทันทีนั้น เราโหยหาความตายเหลือเกิน มองไปที่พัดลม ล้อรถ ดวงไฟต่างๆ พร้อมกับการสะอึกสะอื้นในยามค่ำคืนที่ได้ยินเพียงเสียงลมหายใจของตัวเอง ความคิดทุกอย่างได้หยุดลง เมื่อผู้เป็นพ่อได้กลับเข้ามาแสดงตัวตนได้ทันเวลา พ่อตกใจมากกับน้ำตาที่ไหลรินของลูกสาวผู้เป็นหัวใจของพ่อเช่นกัน " ไม่ไหวก็หยุดก่อนนะลูก" น้ำตาของพ่อไหลลงมา พร้อมกับมือที่พ่อใช้ปาดน้ำตาของเราออกไป พ่อหยิบมือของเราตีหัวพ่อแรงๆ พ่ออาจจะหวังเพื่อให้เราได้ระบาย และแล้วความในใจของพ่อก็พรั่งพรูออกมา มากมาย มากเสียจนเรื่องราวที่เราเจออยู่มันเล็กไปเลย ความคิดที่จะหายจากโลกของเรา หายไปในพริบตา คำขอโทษดังขึ้นข้างใน ขอโทษผู้เป็นพ่อ ที่ยังอดทนไม่ได้เสียครึ่งนึงของท่านเลย ขอโทษที่เอาอารมณ์เพียงเสี้ยววิ แต่อาจถูกสะสมมานานปี มาเป็นข้ออ้างในการจบชีวิตของตัวเอง
ความรักของ พ่ อ ต่อลมหายใจของเราจริงๆ
จนมาถึงวันนี้ที่เรากำลังไล่เรียงตัวอักษรอยู่นี้ ความรู้สึกในวันนั้นยังคงชัดเจน เราไม่แน่ใจว่าแม่หายเป็นปกติหรือยัง แต่เราแน่ใจว่า การเติบโตครั้งยิ่งใหญ่ได้เข้ามาเยือนหัวใจของเราแล้ว 

 สิ่งที่หล่อหลอมให้เราเติบโต อาจไม่ใช่จำนวนครั้งที่เราผ่านความเจ็บปวดที่เกิดขึ้นในชีวิต แต่อาจหมายถึงต่อให้เราเจ็บปวดกับมันมากมาย ถึงขั้นอยากตายจาก แต่สุดท้ายเราก็ผ่านมาได้ นั่นแหละ คือ การเติบโต
ไม่ใช่เพียงความเจ็บปวดหรอกนะที่เป็นแหล่งอาหารของการเติบโต ไม่ว่าจะ ความรักของพ่อ ความสุขแม่ ความอดทนของน้อง แม้แต่ความเศร้าของเรา มันก็เป็นส่วนผสมชั้นดีในการเติบโตของเราเช่นกัน 


ไม่รู้ว่า ผลลัพธ์ของวันข้างหน้าจะเป็นเช่นไร แต่ขอจงทำให้ตนมั่นใจว่า วันนี้เราทำดีที่สุดแล้ว

ขอบคุณนะคะ ที่อ่านมาจนถึงบรรทัดนี้ หวังว่าคุณจะได้รับบางสิ่งบางอย่างไปจากการอ่านสิ่งที่เราเขียนด้วยใจให้กับคุณ หากคุณกำลังมีความสุข ขอให้คุณมีความสุขมากขึ้นอีก แต่หากคุณมีความทุกข์ ขอให้คุณทุกข์กับมันให้พอในวันนี้ ส่วนวันพรุ่งนี้ ต้อง สู้ ต่อไปแล้วนะคะ 😀

#Badday
#Springbooks
#Storylog

SHARE
Writer
JMAT
☁️ Simple person ☁️
เด็กสาวผู้ใฝ่ฝัน อยากมีงานเขียนบริจาคผู้ป่วยทางจิต : I'm a star . ⭐️

Comments

Nicetomeetyou
2 years ago
สู้ๆนะคะ ขอให้เรื่องร้ายๆผ่านไปเร็วๆนะคะ
Reply
Miniiaris
2 years ago
ขอบคุณที่แบ่งปันเรื่องราวให้คนอ่านที่กำลังท้อแท้ฮึดขึ้นสู้ได้เลยค่ะ ขอให้เข้มแข็งน้ะคะ สู้ต่อไป ต่อสู้ไปด้วยกันกับปัญหาที่เกิดขึ้น เป็นกำลังใจให้น้ะคะ
Reply
Born98
2 years ago
สู้ๆนะ เรารู้ว่าพี่ทำได้ แข็งแรงนะ อดทน เราอยู่เป็นกำลังใจและจะอยู่ข้างๆเสมอ ✌
Reply
ZRO
2 years ago
Keep fighting :)
Reply
JINNNY
5 months ago
ขอให้ท้องฟ้าสวยๆในทุกวันเป็นกำลังใจให้คุณนะคะ:)
Reply