"วันนั้น ฉันไม่ลืม"
 เราทุกคนล้วนมีวันแย่ ๆ กันทั้งนั้น เราต่างก็ผ่านอะไรมาไม่เหมือนกัน
แน่นอนว่าเรื่องราวความเจ็บปวดหรือเรื่องราววันแย่ ๆ ของแต่ละคนก็ไม่เหมือนใครเช่นกัน

ดังเช่น เรื่องราววันแย่ ๆ ของฉัน
วันแย่ ๆ ของฉันมักเกิดขึ้นมาพร้อมความรู้สึกที่แย่ ๆ รู้สึกเครียด รู้สึกโกรธ รู้สึกเกลียดในอะไรบางอย่าง ฉันเคยมีความรู้สึกที่ว่า การทีี่เราพบเจออะไรล้วนเป็นเพราะกรรมพาให้เราไปเจอ
ตอนเด็ก ๆ ฉันเป็นเด็กคนนึงที่ไม่รู้เรื่องรู้ราวอะไร ไม่รู้ถึงความเป็นไปของโลกใบนี้ ไม่รู้ว่าชีวิตคืออะไร เราเกิดมาทำไม เราอยู่ไปเพื่ออะไร อะไรคือการที่เรามีครอบครัวแต่ก็ไม่ต่างจากการอยู่คนเดียว 

ตอนเริ่มจำความได้คือ ฉันย้ายที่อยู่บ่อยมาก ต้องย้ายบ้าน ย้ายโรงเรียน โดยที่ฉันเองก็ยังเด็ก คิดไม่ออกกับเหตุผลของผู้ใหญ่ ฉันถูกบงการชีวิตตั้งแต่ตอนนั้น รู้สึกว่าจะพาไปไหนก็ไป ให้ทำอะไรก็ต้องทำ คิดอะไรรู้สึกอย่างไรก็ไม่มีสิทธิ์พูด ไม่มีสิทธิ์ออกความคิดเห็นหรือถามคำถามที่สงสัย จนเกิดเป็นความเย็นชาที่ฉันเองก็ไม่รู้ว่ามันเกิดขึ้นมาตอนไหน มันเกิดอะไรกับชีวิตของฉัน ฉันมีแม่ แม่ก็รักฉัน ดูแลฉัน แต่ก็มีช่วงหนึ่งที่ฉันไม่ได้อยู่กับแม่ ตอนนั้นฉันเด็กเกินไป จนเรารู้สึกเหมือนถูกทอดทิ้ง ถูกปล่อยปะละเลย พอเข้าเรียนชั้นประถมฉันก็เริ่มทำงาน งานที่ถึงจะเล็ก ๆ น้อย ๆ ไม่หนักหนาอะไร แต่มันก็หนักเกินไปสำหรับเด็กประถมคนหนึ่ง ฉันต้องทำตามคำสั่งอยู่ตลอดเวลา โดนกดขี่ ถูกก่นด่าต่อว่าต่าง ๆ นานา จนทำให้ฉันกลายเป็นผู้ฟัง ผู้ตามไปโดยยถากรรม เป็นคนที่ไม่มีเพื่อน ไม่มีสังคม เล่นอยู่คนเดียว พูดอยู่คนเดียว ทำอะไรอยู่กับความรู้สึกและจินตนาการของตัวเอง แม่ก็ได้แต่ทำงาน ทำงาน ทำงาน และกลับมาก็เหนื่อยล้า ครอบครัวเราไม่มีกิจกรรมอะไรที่ทำร่วมกันเลย นอกจากกินข้าวเย็นด้วยกันทุกวันแค่นั้น ใช้ชีวิตอยู่อย่างนั้นจนฉันขึ้นชั้นมัธยม ด้วยการที่ชินชาต่อการเป็นผู้ตาม คอยทำตามคำสั่ง ทำให้ฉันกลายเป็นเด็กที่ไม่กล้าเป็นผู้นำ ไม่กล้าตัดสินใจเองในการทำอะไร เพราะถูกต่อว่าบ่อย ๆ ว่าทำอย่างนั้นมันผิด เราก็จะฝังใจว่าเราทำอะไรก็ตามย่อมผิดเสมอ ทำให้เราไม่เป็นตัวของตัวเอง ไม่กล้าเผชิญโลกภายนอก ไม่ถูกปล่อยให้ทำอะไรอย่างเด็กคนอื่นเขา ไม่มีสังคม และก็ยังไม่มีเพื่อนในช่วงนั้น จนชีวิตมันมีช่วงขึ้น ๆ ลง ๆ จนเราเองก็ตามอะไรไม่ทันอีกเช่นเคย เจอสถานการณ์ต่าง ๆ ที่ทำให้เรารู้สึกแย่ รู้สึกว่าเราไร้ค่า และก็จะไม่รู้ว่าเราเกิดมาทำไม เกิดมาเพื่ออะไร ถูกบงการตั้งแต่เล็กจนโต ไม่เคยถูกถามไถ่อย่างใส่ใจ ไม่เคยได้รับความรู้สึกที่คิดว่ามันน่าจะได้รับตั้งแต่เด็กจนโต ชอบโดนแม่ตัวเองเอาไปเปรียบกับคนนั้นที คนนี้ที ทำให้ฉันยิ่งไม่อยากใส่ใจกับทุกสิ่งบนโลกใบนี้เลย ฉันกลายเป็นคนเฉื่อยชา เหม่อลอย เคว้งคว้าง อ้างว้าง มันเรื่อย ๆ จนดำเนินชีวิตอยู่ได้มาจนถึงปัจจุบันนี้ 
เพราะการที่เป็นคนไม่เคยมีสังคม ไม่มีเพื่อน ไม่เคยมีโอกาสได้เป็นตัวของตัวเอง จึงทำให้ฉันกลัวที่จะเผชิญหน้ากับทุกสิ่งทุกอย่าง กับสังคมใหม่ ๆ กลายเป็นคนที่ไม่กล้าแสดงออก ชอบในการเป็นผู้ตามมากกว่าผู้นำ เมื่อโดนคุณครูให้ทำงานกลุ่มกลายเป็นฉันที่เป็นส่วนเกิน และเพื่อน ๆ ก็มักไม่อยากให้ฉันร่วมกลุ่มด้วย คือความรู้สึกที่มีในตอนเด็ก ตั้งแต่ประถมยันมัธยมมันกลายเป็นความรู้สึกที่ไม่มีวันลืม มันเกิดจากการเริ่มต้นชีวิตด้วยความไม่รู้และไม่มีใครคอยให้คำปรึกษา จนทำให้เรารู้สึกเหมือนเป็นเด็กมีปมในเรื่องความรู้สึกลึก ๆ ข้างใน จนมันถูกซ่อนเอาไว้ไม่ให้ใครรู้ ไม่เคยบอกใคร มีเพียงแค่เราที่รับรู้และฝังใจกับเรื่องราวในอดีตมาจนถึงปัจจุบัน
เรื่องแย่ ๆ มันก็แค่บทเรียน
มันก็คือเรื่องราวในอดีตที่ไม่มีใครย้อนกลับไปแก้ไขมันได้ แต่เรื่องแย่ ๆ มันก็คือบทเรียนบทหนึี่งที่สอนเราให้ได้เรียนรู้และแก้ไขมันใหม่ในวันข้างหน้า ถึงวันนั้นมันจะแย่...แต่วันนี้เราก็ยังมีลมหายใจและมีชีวิตให้เดินหน้าสู้ต่อไป
มันอาจจะเป็นวันที่ไม่น่าจำ แต่มันก็เป็นวันที่ฉันไม่เคยลืม
 


SHARE
Writer
ManudSeekhao
reader
เรื่องราวชีวิต

Comments