หลักฐานของการเป็นผู้ใหญ่
คุณเคยสงสัยกันไหมว่า เวลาพบเจอเรื่องราวที่เป็นปัญหาหนักๆ พ่อแม่หรือคนใกล้ชิดของเราเขาผ่านกันมาได้ยังไง สิ่งที่นำพาพวกเขาเหล่านั้น เป็นผู้เข้มแข็ง ทำไมเราไม่เคยเห็นพวกเขากรีดร้องเมื่อปัญหากระแทกเข้ามาหา ฉันเป็นคนหนึ่งที่มองดูอยู่ 

ฉันเรียนรู้การรับมือกับปัญหาที่เกิดขึ้นมาแล้วในรูปแบบต่างๆ ฉันมองดู จดจำ การแสดงออกและท่าของผู้คนเหล่านั้น ทั้งวาจา ท้วงท่า การรับมือและโต้ตอบ ทุกแก้ปัญหากันไปตามวุฒิภาวะ ตามประสบการณ์ มุมมอง ความรอบครอบ นุ่มลึก ต่างคนก็ต่างวีธีขึ้นอยู่กับวิถีการใช้ชีวิต 

หลายคนเล่าว่า การร่ำร้อง ลงไปชกดิ้นที่พื้น หรือกระทั้งการฉุนเฉียวฟาดงวงงาใส่สิ่งต่างๆ เป็นเป็นการระบายความอึดอัดนั้นก็จริง แต่มันก็แสดงออกถึงความอ่อนแอและสภาวะการเติบโต รูปลักษณ์สิ่งแวดล้อม หลายคนที่ต้องข่มมันไว้หน้าตายน้ำตาคลอ และเชื่อว่าทุกปัญหาที่เกิดนั้นมันไม่เคยจะจบที่ความสวยงาม มันจะจบลงที่ความเข้าใจ หรือต้องเข้าใจ 

การปรับแต่งอารมณ์หรือหรือการควบคุมอารมณ์ มีเครื่องมือหนึ่งที่คนส่วนใหญ่มองข้าม นั้นคือ"สติ" มันก็จะออกทางธรรมะหน่อยๆ เพราะผมเองก็ได้ศึกษาเรื่องคำสอนของพุทธเจ้ามาบ้าง ประมาณหนึ่ง สติ ถ้าเป็นการหมั่นใช้เยอะๆ ชีวิต อารมณ์จะนิ่งมาก สติคืออุปกรณ์ชั้นดีในการควบคุมอารมณ์ก่อนที่มันจะแสดงออกมาต่อสายตา ถ้าเรียกรวมๆก็คงจะหมายถึงการยับยั่งชั่งใจก่อนจะทำอะไร นั้นคือสิ่งหนึ่งที่เป็นหลักฐานว่าเราโตเป็นผู้ใหญ่มากน้อยเพียงใด สิ่งที่เรียกว่าสติ หลายคนไม่เคยศึกษาเรื่องของธรรมะ แต่ได้มาผ่านวิถีชีวิต ผ่านประสบการณ์ ผ่านความล้มเหลวต่างๆ สิ่งเหล่านี้ล้วนออกมาจากการ อดทนและก้าวเดินไม่หยุด 

ปัญหาพื้นฐานที่ทำให้เราไม่เคยผ่านชีวิตที่โชคโชน คือความกลัว กลัวการเผชิญหน้าและการเปลี่ยนแปลง ผมว่าการไม่มีปัญหามากวนใจมันก็เป็นเรื่องที่ดี แต่การเป็นคนไม่พบเจอความลำบากเลยมันก็เป็นเรื่องที่น่าขบคิดอีกระดับ ว่าเราจะเติบโตอย่างไรหากไม่เคยผ่านสิ่งร้ายๆ ผมเริ่มคิดเรื่องนี้ตอนที่เริ่มชอบอ่านหนังสือใหม่ๆ เมื่อสามสี่ปีที่แล้ว ผมเริ่มหันมองสิ่งที่อยู่รอบข้างว่าความจริงของชีวิตไม่ได้สวยงาม ระบบการศึกษาทำให้ผมโง่ในโลกความเป็นจริง การดิ้นรนใช้ชีวิตที่ไม่ได้ใช้อะไรที่เรียนมาเลย มหาลัยไม่เคยสอนเรื่องการปรับตัวสู่โลกความจริง ไม่เคยสอนเรื่องที่ต้องใช้ในชีวิตจริง จริงๆ 

สำหรับผมมองว่า ใบปริญญาเป็นเพียงสิ่งที่วัดมาตรฐานการออกมาสู่โลกความเป็นจริง 

ถึงตอนนี้หลายคนที่ใช้ชีวิตนอกระบบการศึกษาก็น่าจะรู้แล้วว่า โลกความจริงเราเพียงแค่ต้องเอาตัวให้รอดจากภัยต่างๆที่เกิดขึ้นรอบตัว เราต่างออกมาเริ่มต้นใหม่ ที่ไม่ต่อเนื่องจากโลกเดิมที่คุ้นเคย ตัดขาดแบบไม่เหลือเยื้อใย
SHARE

Comments

BETHNIA
3 years ago
ชีวิตก็เท่านี้ ขึ้นอยู่กับว่าจะใช้ยังไงให้มีความสุข
Reply
moon_day
3 years ago
ขึ้นยุกับว่า ความสุขคืออรัย
BETHNIA
3 years ago
ความสุขของคนเรามักต่างกัน
billysakura
3 years ago
ดีนะเออร์
Reply
moon_day
3 years ago
)'o'(