สิ่งที่หลงเหลือเอาไว้ของ ภาพฟิล์ม135mm และ Canon A-1
หากคุณเป็นคนนึ่งที่หลงใหลในเสน่ห์ของการถ่ายภาพ จะเป็นจากกล้องรูปแบบใดก็แล้วแต่
คุณก็คงเข้าใจความรู้สึก หลังจากที่ได้กดชัตเตอร์ลงไป
การเก็บบันทึกภาพความทรงจำที่อยู่ตรงหน้าไว้

ไม่ว่าคุณจะโฟกัสมันด้วยจุดประสงค์ใดก็ตาม

ไม่ว่าสิ่งที่ปรากฎขึ้นมามันจะตรงกับจุดประสงค์ที่คุณตั้งหวังไว้มั้ย

มันก็เป็นการหยุดเสี้ยวเวลานึ่ง ที่เคยเกิดขึ้นในอดีตผ่านดวงตาของคุณนั้นไว้ได้อย่างชัดเจน
เชื่อมั้ย ไม่ว่าภาพนั้นจะออกมามืด จนเหมือนเปลี่ยนกลางวันเป็นกลางคืน
หรือจะสว่างจ้า จนแทบลบรายละเอียดและส่วนสำคัญของภาพไปเพียงใด
อย่างน้อยที่สุด ก็จะยังมีคนนึ่ง ที่จำภาพใบนั่นในแบบที่มันสมบูรณ์ได้ดี
คนที่ได้มองมันผ่านวิวไฟน์เดอร์และกดบันทึกลงไปนั่นเอง

แต่..ความรู้สึก หลัง จากที่เราได้กลับมามองดูภาพนั้น ก็เป็นอีกเรื่องนึ่ง
 
ต่อไปนี้ คือเหตุการณ์ที่เคยเกิดขึ้นกับผม และคงยากจะลืมมันไป
จนถึงทุกวันนี้ วันเหล่านั้นก็ยังคงคอยเป็นสิ่งกระตุ้นผมทุกครั้งเวลาที่ได้จับกล้องขึ้นมา

ช่วงก่อนวันปีใหม่ ปี พ.ศ.2560 ที่ผ่านมานี้
ผมมีโอกาสได้จัดการกับห้องเก็บของเก่า ที่เก็บอุปกรณ์เครื่องใช้ เสื้อผ้าและหนังสือเก่านานา
รวมถึง ภาพความทรงจำของครอบครัวในเจนเนอร์เรชั่นที่แม่ยังเป็นวัยรุ่นอีกด้วย

ไม่ต้องมีความรู้เกี่ยวกับการถ่ายภาพมากมายก็พอจะรู้ได้ว่า มันเป็นภาพฟิล์มเก่า
ที่ถูกถ่ายขึ้นมาในสมัยที่กล้องฟิล์มเป็นที่นิยมและได้รับการต้อนรับอย่างดี
ในภาพนั้นประกอบไปด้วย ตา ยาย และพี่น้องของแม่อีก 3 คน

ผมนำภาพใบนั้นไปให้แม่ดู แน่นอน เธอดูเซอร์ไพร์และดีใจที่เห็นมันมาก
เธอเริ่มเล่าถึงสิ่งที่เกิดขึ้นในช่วงเวลาที่ภาพนี้ได้ถูกบันทึกไว้
สีหน้าและอารมณ์ในการเล่าเรื่องของเธอที่ไม่ได้ถูกเห็นได้ง่ายๆนั้นเผยออกมา
ผมจำไม่ได้ด้วยซ้ำว่าครั้งสุดท้ายที่เห็นใบหน้าแบบนี้คือเมื่อไร
 
หลังจากระยะนึ่งที่แม่เล่าออกมา ท่าทีของเธอนั้นได้เริ่มเปลี่ยนไปจนผมสังเกตได้
ผมรู้สึกสับสนเล็กน้อย เรานั่งอยู่กับความเงียบครู่นึ่ง

ก่อนที่ผมจะได้พูดอะไร เธอก็เอ่ยถามขึ้นมาว่า จำ น้าเปิ้ล ได้มั้ย
เท่าที่มีอยู่ในความทรงจำเลือนลางของผมแม่เล่าว่า น้าเปิ้ล คือน้องชายแท้ๆของแม่ที่เสียชีวิตไป
ตั้งแต่ตอนที่แม่ยังเรียนอยู่ในมหาลัย ผมเคยถามว่าเขาเสียไปด้วยสาเหตุอะไร 
แม่เล่ากับผมแค่ว่า น้าประสบอุบัติเหตุตอนที่ไปออกกำลังกาย
ไม่ได้ลงรายละเอียดใดๆไปมากกว่านี้

เขาคือหนึ่งในคนที่อยู่บนภาพนี้ แม่ไม่ค่อยได้พูดถึงน้าเปิ้ล ไม่รู้ว่าเพราะสาเหตุอะไร
แต่หลังจากความสงสัยของผมตลอดมา เมื่อแม่ได้มานั่งมองรูปใบนี้กับผม
แม่ก็ได้เล่าถึงเหตุการณ์และความรู้สึกที่เกิดขึ้นมาในตอนนั้นให้ผมฟัง

ผมไม่อยากพูดถึงรายละเอียดมันมากเท่าไร แต่ใจความสำคัญของมันก็คือ
สมัยที่พี่น้องทั้ง 3 คนของแม่ กำลังเรียนหนังสืออยู่
น้าเปิ้ล คือคนที่เรียนเก่งที่สุดในบรรดาพวกเค้า เขาเป็นที่รักของบรรดาเพื่อนๆ
เขาสอบได้ทุนในการเรียนวิศวะ และได้ไปเที่ยวต่างประเทศฟรี

แต่แล้ววันนึ่ง เขากลับเสียชีวิตไปอย่างไม่ทันได้มีใครคาดคิดหรือตั้งตัวมาก่อน
สิ่งที่เกิดขึ้นหลังจากได้รู้ข่าวเรื่องนี้ คือความโศรกเศร้าที่หนักอึ้ง
ทุกคนต่างสะเทือนใจเมื่อคนที่มีอนาคตอันสดใส
และเป็นความหวังของครอบครัว ได้จากไปเสียก่อน

รูปใบนี้ ถ่ายในตอนที่น้าเปิ้ล เพิ่งกลับมาจากต่างประเทศและตรงดิ่งกลับมาหาครอบครัว
มันถูกถ่ายด้วยกล้องฟิล์ม Canon A-1 ที่น้าเปิ้ลซื้อกลับมา เป็นของฝากให้แม่ของผมอีกด้วย
แต่หลังจากเหตุการณ์นั้น แม่ก็ไม่ได้เอากล้องออกมาถ่ายรูปอีกเลย
จนเปลี่ยนผ่านมาจนถึงยุคที่กล้องติดอยู่บนโทรศัพท์มือถือของทุกคนแล้ว

ด้วยความที่ผมกำลังเริ่มสนใจและศึกษาในกล้องฟิล์มอยู่พอดี ผมจึงขอกล้องตัวนี้มาใช้
ด้วยกาลเวลาที่ผ่านไปกว่า 30 ปี ก็ทำให้ระบบการทำงานของมันเริ่มงอแงไปบ้าง
ต้องนำไปซ่อมแซมนิดหน่อย แต่ด้วยการเก็บรักษามันอย่างดี 
ภายนอกจึงยังดูดีและสวยงาม ผมประทับใจตั้งแต่ครั้งแรกที่เห็น
และมากขึ้นเมื่อได้ลองลั่นชัตเตอร์

ทุกวันนี้ ผมยังคงถ่ายภาพฟิล์มอยู่ ถึงแม้ว่าจะมีกล้องเพิ่มมาถึง 5 ตัวแล้วก็เถอะ
แต่ทุกครั้งที่ผมได้จับกล้อง Canon A-1 ที่เป็นของดูต่างหน้าของน้าเปิ้ลตัวนี้
มันก็ทำให้ผมนึกถึง Bad day นั้นอยู่ตลอด แน่นอนว่ามันไม่ใช่ Bad day ของผม
มันเป็นวันที่เลวร้ายของแม่ผม อย่างไม่มีทางที่จะลืมลงได้
มันถูกบันทึกไว้ในใจเธอ เหมือนภาพฟิล์มที่ถูกถ่ายไว้นั่นแหละ

การได้กลับไปเจอรูปเก่าใบนั้น เป็นการหวนกลับไปนึกถึงวันแย่ๆของแม่ผมก็จริง
แต่มันก็เป็นจุดเริ่มต้นที่ทำให้ผมพบสิ่งที่ผมชอบเหมือนกันนะ
ผมยังมีความสุขทุกครั้ง ที่ได้ถ่ายและรอรับรูปฟิล์มที่ล้างเสร็จ
ผมเลื่อนดูมันทีละรูปอย่างตั้งใจ ทุกรูปเป็นเหมือนเครื่องย้อนเวลาใบจิ๋วจริงๆ
ถ่ายรูปทุกๆอย่างที่เกิดขึ้นต่อๆไป เพื่อจะจดจำและเอาไปเล่าให้ใครฟังสักคนนะ
SHARE
Writer
SukgasameP
นักศึกษาเขียน
ประสบการณ์เกี่ยวกับตัวเองล้วนๆ ที่อยากเอามาเขียนเพราะคิดว่าจะนานเท่าไร ในวันหน้าก็จะได้กลับมาอ่านอีกสักครั้งแน่นอน

Comments

melloniiz
2 years ago
เราเองก็ชอบความรู้สึกต้องลั่นชัตเตอร์ กล้องฟิล์มมันมีเสน่ห์ของตัวมันเอง เวลาออกไปถ่ายเหมือนได้อยู่กับตัวเองจริงๆ
Reply
SukgasameP
2 years ago
ขอให้สนุกกับการถ่ายรูปมากๆนะ เก็บไว้ แล้วในอนาคตต้องได้กลับมาดูอีกแน่ๆ