ตัวเรานั้น.. ยังไร้เดียงสานัก
     ถ้าจะให้อธิบายอารมณ์งงๆ ในหัวตอนนี้มันคงเป็นอารมณ์แบบ เหมือนคุณเสพอารมณ์ความเศร้ามากเกินไป จนหาทางออกไม่ได้ 
     ว่าง่ายๆ คือเราไม่สามารถจัดการกับอารมณ์ส่วนเกินนั้นได้

     นับภายในระยะเวลาหนึ่งปีที่ผ่านมา เราอยู่ในอารมณ์งงๆ อย่างในตอนนี้บ่อยมาก อาจจะตกเดือนละครั้งเลยก็ว่าได้ มันเป็นสถานการณ์ที่ตัวเราเองไม่สามารถอธิบายได้ทั้งหมดว่ามันเกิดขึ้นได้ยังไง เมื่อไหร่ และเพราะใคร
ประหลาดดี ตัวเราเองแท้ๆ แต่ยังไม่เข้าใจตัวเองเลย     ทุกๆ ครั้งที่เกิดอาการงงๆ แบบนี้ ส่วนใหญ่หรือเกือบจะทุกครั้ง เราจะรู้สึกหดหู่มาก มากสะจนมันเจ็บอยู่ในใจ ชั่วขณะหนึ่งก็เคยคิดว่าตัวเองเป็นโรคประสาทแน่ๆ อาจจะซึมเศร้า เพราะเพื่อนรอบตัวก็เป็น อาจจะเป็นอาการทางจิตที่ติดต่อกันอะไรทำนองนั้น (ขำตัวเองมาก เพ้อเจ้ออะไร)

     ความจริงเราเป็นมนุษย์ positive thinking มาก แต่พอเกิดอาการหรืออารมณ์งงๆ แบบนี้ มันเลยยากที่จะทำความเข้าใจ
ดังนั้นสิ่งที่ควรทำมากที่สุดก็คือตั้งสติ และคิด
     ตลกดีที่เรามักปฏิเสธตัวเองเสมอว่าเราอยู่ได้โดยไม่รักใคร (รักในความหมายที่ไม่ใช่กับพ่อแม่ หรือเพื่อน) ตลกดีที่ชอบทำตัวเข้มแข็งกับเรื่องนี้ ทั้งที่ใจมันหวั่นไหวมากๆ จนไม่เข้าใจว่าตัวเราขาดความรักไม่ได้ขนาดนั้นเลยหรอ?

     อารมณ์หดหู่ที่เกิด มันอาจเป็นผลจากการต่อสู้ของอารมณ์ทั้งสองด้านที่คอยต่อต้านกันและกัน สำหรับเรามันแปลกมากที่มีอารมณ์ทั้งสองด้านนั้นอย่างรุนแรง จริงๆ เราควรทำตัวเข้มแข็งหรือเปล่าน่ะ?

     ชีวิตมหาลัยช่วงนี้ มั่นใจมากว่ามันคือทางที่เหมาะกับเรามากที่สุด ไมใช่ในแง่ของความถนัด แต่เป็นในแง่ที่เราสามารถอยู่กับมันไปได้ตลอด ต่อจากนี้และในอนาคต ขอบคุณตัวเองที่ตัดสินใจไม่ลาออกในวันนั้น

      แต่แวบหนึ่งมันก็เป็นทางที่ยาก และท้าทายกับเรามากๆ จนเคยคิดว่าถูกทางแล้วใช่มั้ย? ระหว่างทางมันไม่ได้เรียบเลย อาจจะเรียกได้ว่าเป็นดินโคลนลูกรังที่หยุดเดินเมื่อไหร่ ก็จะจบอยู่ในดินหนืดๆ ก็คงไม่แปลกที่เราจะรู้สึกท้อบ้าง กับเวลา 4 ปีที่ต้องเดินทางนี้ไปให้จบ 

     บอกตัวเองเสมอว่าไม่ได้เดินไปคนเดียว รอบตัวยังมีเพื่อนที่เดินไปด้วยเสมอ ถ้าเขาไม่ยอมแพ้ เราก็จะไม่ยอมแพ้ 
สักวันเมื่อมองย้อนหลังมา เราจะภูมิใจกับสิ่งที่เราทำไป
     สุดท้ายคือการปฏิเสธการจากลาทุกรูปแบบของเรา ส่วนตัวคิดว่าเรื่องนี้เป็นปัจจัยใหญ่เลยที่ทำให้รู้สึกหดหู่แปลกๆ แบบนั้นขึ้น เพราะเป็นมนุษย์ที่ยอมรับไม่ได้กับการจากลากับสิ่งที่เรารัก สิ่งที่เราผูกพัน ถึงการจากลาจะเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตของเราก็เถอะ แต่ทำใจไม่ได้จริงๆ (ขีดเส้นใต้ว่าไม่ได้จริงๆ)

     มันเลยทำให้ช่วงปิดเทอมมันหดหู่เป็นพิเศษเพราะอยู่ห่างเพื่อนมหาลัย ถึงจากแยกกันแค่ไม่กี่เดือนก็ตามแต่มันหดหู่ไม่น้อย เพื่อนมัธยมเองยิ่งโตขึ้นเท่าไหร่ เวลาที่จะมาเจอกันมันก็น้อยลง เพราะต่างคนต่างมีภาระ และหน้าที่ที่ต้องทำ ทำได้แค่คุยผ่านความทันสมัยแก้หดหู่ไปพรางๆ

     กับพ่อแม่เอง ยอมรับว่าหลายวันที่ผ่านมา นั่งคิดมาตลอดว่าถ้าวันหนึ่งต้องจัดงานศพให้ท่าน เราจะเข้มแข็งพอมั้ยน่ะ? เราจะจัดการทุกอย่างได้จริงๆ ใช่หรือเปล่า หรือถ้าตัวเราบังเอิญตายไป เราคงพะวักพะวงมากๆ อาจจะเป็นผีเร่ร่อนที่คอยไปหาคนที่รักอยู่เสมอ ไม่ไปเกิดสักทีอะไรทำนองนั้น (ยอมรับว่าคิดถึงขั้นนี้)

     ไม่ว่าจะเป็น พ่อแม่ เพื่อน ชีวิตรัก หรืออนาคต มันล้วนเป็นเรื่องที่ตัวเราให้ความสำคัญกับมันมากๆ ไม่แปลกที่จะมารู้สึกหดหู่แบบนี้ 
     เพราะกังวลไปหมดทุกอย่าง กังวลจนเราปล่อยให้ตัวเองดิ่งลงสู่ความรู้สึก ทั้งหดหู่ ทั้งเจ็บ จนไม่เห็นทางว่าควรทำยังไง 
     เราถึงรู้สึกตัวได้ว่า เราแม่งยังไร้เดียงสากับโลกนี้มาก เหมือนยังไม่เป็นผู้ใหญ่ทั้งที่ตัวเองยี่สิบแล้วแท้ๆ 
     สุดท้ายแค่อยากบอกตัวเองว่าต้องรู้จักปล่อยวางบ้าง ไม่ว่าอนาคตจะมีอะไรเข้ามา กังวลไปไม่ได้ทำให้อะไรมันดีขึ้น ขอแค่ให้มีสติแก้ไขกับมันก็พอ
แต่ตอนนี้ขอเวลาร้องไห้หน่อยก็คงจะดีขึ้น
                                                                        แค่แวะมาบ่น และเติมกำลังใจให้ตัวเอง
                                                                                                               ..พู่กัน
 
SHARE
Writer
_pugun
Just ordinary
โลกที่ฉันคือ ฉัน เธอ คือคนแปลกหน้า ชายหนุ่มและหญิงสาว หามีตัวตนไม่

Comments

BabeDontCry
3 years ago
โตไปพร้อมกันนะ 💛
Reply