[OS] Too Close (Yebin x Minkyeong)
“มึง กูว่ากูจะเลิกกับน้อง”     จู่ๆคนที่กรึ่มกำลังได้ที่ก็เปรยออกมาแบบไม่มีปี่มีขลุ่ย ทำให้เพื่อนที่มาด้วยกันอีกสองคนที่มาด้วยกันมองหน้ากันด้วยความงุนงง

“ทำไมว่ะกยอง ทะเลาะกับน้องหรอ” ยูฮาเพื่อนตัวสูงผมสั้นของฉันถามขึ้นมาด้วยความสงสัย

“แต่เมื่อวานกูก็พึ่งเห็นพวกมึงไปเดทกันมา ก็ยังดูแฮปปี้ดีหนิ” นายองเพื่อนอีกคนเสริมด้วยหน้าตาสงสัยไม่แพ้กัน

ก็แน่หละสิ ฉันไม่ได้ทะเลาะกับน้องซะหน่อย เรายังไปเที่ยวด้วยกัน คุยกัน ดูแลกันเป็นปกติไม่มีขาดตกบกพร่อง ไม่แปลกหรอกที่เพื่อนตัวสูงทั้งสองของฉันจะนั่งงงเป็นไก่ตาแตกแบบนี้

“อืม ไม่ได้ทะเลาะกันหรอก” ดูเหมือนว่าคำตอบของฉันคงทำให้เพื่อนงงมากกว่าเดิม

“แต่กูว่ากูไม่ได้รักน้องแล้ว” ฉันเสริม แต่ก็นั้นแหละเพื่อนของฉันยังคงทำหน้าไม่เข้าใจอยู่ดี

“ทุกวันนี้กูรู้สึกว่าการดูแลน้องเหมือนเป็นหน้าที่ กูไม่ได้อยากทำจากใจเหมือนเมื่อก่อน กูคิดว่าถ้ากูไม่ได้รักน้องแล้วก็ควรจะปล่อยน้องไป ยิ่งรั้งเค้าไว้เค้าจะยิ่งเจ็บ พวกมึงไม่คิดงั้นหรอ”

“...” เงียบ เพื่อนของฉันเงียบ
อาจจะเป็นเพราะฤทธิ์ของแอลกอฮอล์ทำให้สมองของพวกเราประมวลผลช้ากว่าปกติ แต่ฉันมั่นใจว่าสิ่งที่ฉันพูดออกไปเป็นความรู้สึกจริงๆ ไม่ใช้เพราะฤทธิ์ของแอลกอฮอล์ และฉันก็คิดไม่ตกมาหลายวันแล้วว่าจะบอกน้องยังไงดี เลยเป็นที่มาของการเริ่มบทสนทนาแบบไม่มีปี่ไม่มีขลุ่ยนี้

“พวกมึงอย่าเงียบดิ” ฉันเรียกสติเพื่อน

“มึงพูดต่อเลย พวกกูช๊อคอยู่” นายองที่เหมือนจะดึงสติกลับมาได้ก่อนตอบฉัน

“แค่เนี่ยแหละจบแล้ว กูแค่อยากได้คำปรึกษาว่ากูจะบอกน้องยังไงดี”

“น้องจะไม่งงหรอวะเมื่อวานเพิ่งไปเดทกันมาแล้วอยู่ๆโดนบอกเลิก เป็นกูคงงงอะว่าทำอะไรผิด”

“น้องไม่ผิดหรอก ผิดที่กูเอง กูไม่เหมือนเดิม กูเลยไม่อยากจะกั๊กน้องไว้ไงพวกมึงเข้าใจกูมั้ย” ฉันมองเพื่อนทั้งสองสลับกันเพื่อขอความเห็นใจ

“ก็เข้าใจ แต่กูก็สงสารน้อง”

“กูว่าน้องน่าจะพอรู้แหละ คนที่อยู่ด้วยกันตลอด เวลาอีกคนเปลี่ยนไปนิดนึงก็รู้สึกแล้วป่าววะ” ฉันคิดแบบพี่พูดออกไปจริงๆ

“เห้อ...ถ้ามึงตัดสินใจแล้วก็ตามนั้นแล้วกัน” นายองตอบแบบตัดรำคาญ

“โถ่วววว น้องบิ้นกูววววววววววว...มึงจะทำน้องบิ้นกูร้องไห้หรอ กูจะฆ่ามึงไอกยอง!!” หลังจากเงียบไปนาน พอยูฮาที่เพิ่งดึงสติกลับมาได้ก็เริ่มโอดครวญ

“มึงจะเล่นใหญ่เพื่อ? แฟนไอกยองมัน” นายองตบหัวเรียกสติยูฮาไปที

“อีนา!! กูเจ็บนะมึนเลยอีเหี้ย ก็กูรักของกูอ่ะ น้องบิ้นของกูวววววว...”

“ของกู!!” ฉันตบหัวยูฮาซ้ำไปอีกที

“มึงจะโมโหทำไม มึงจะบอกเลิกน้องเนี่ย” ยูฮาตอบพลางลูบหัวตัวเอง

“ไม่รู้อ่ะ ก็ตอนนี้น้องยังเป็นของกูอยู่ ต่อให้ไม่ใช่ของกูแล้วก็ไม่มีทางเป็นของมึงอียู”

“ไอ้หัวล้านขี้หวงงงง กูก็หยอกเล่น มึงก็รู้กูเอ็นดูน้องบิ้นเหมือนน้องแท้ๆ สายสัมพันธ์ตระกูลคังอ่ะเข้าใจมั้ย”

หลังจากพูดคุยกันคำตอบจากเพื่อนก็ไม่ได้ผิดไปจากที่ฉันคิดไว้ ก็คือไปบอกน้องไปตรงๆ อย่ายืดเยื้อไปมากกว่านี้ อย่าปล่อยให้ห่างจนเค้าคิดไปเอง และอย่าหายไปเฉยๆ

ฉันเข้าใจและคิดว่าคืนนี้แหละจะกลับไปบอกน้องที่ห้องของ'เรา'


     ฉันกลับถึงห้องพร้อมกันความคิดที่่ว่าวันนี้จะต้องคุยกับน้องให้รู้เรื่อง ฉันเตรียมประโยคไว้หมดแล้วไม่มีอะไรต้องกังวล แต่เมื่อฉันเปิดประตูห้องเข้ามาก็พบทีวีถูกเปิดทิ้งไว้และมีร่างเล็กๆนอนคอพับอยู่บนโซฟา ฉันเผลอยิ้มออกมาให้กับภาพที่คุ้นเคย ทั้งทีบอกไว้แล้วว่าไม่ต้องรอกัน ให้เข้านอนก่อนได้เลย แต่เจ้าเด็กดื้อนี่ก็ยังนั่งคอพับรอกันทุกครั้ง
 
     ฉันเดินเข้าไปเพื่อจะอุ้มคนตัวเล็กไปนอนที่เตียงเหมือนทุกครั้ง แต่ก็ต้องชะงักเมื่อเห็นใบหน้าที่คุ้นเคยมีรอยคราบน้ำตา ฉันเอาปลายนิ้วเกลียผมที่หล่นลงมาบดบังใบหน้าของคนที่ฉันคิดว่าฉัน'เคย'รัก ฉันยืนมองใบหน้านั้นอยู่นานหลายนาที ฉันก็ไม่แน่ใจว่านานแค่ไหน แต่นานพอที่จะทำคนที่หลับอยู่เริ่มรู้สึกตัวและค่อยๆลืมตา

“พี่กยอง กลับมาแล้วหรอคะ”

“ค่ะ พี่กลับมาแล้ว”
“พี่บอกแล้วไงคะว่าไม่ต้องรอพี่ ดูสิแล้วมานั่งคอพับอยู่ตรงนี้ เดี๋ยวพรุ่งนี้ก็บ่นปวดคออีก”

“ก็เค้าเป็นห่วงพี่” ฉันส่ายหัวเบาๆให้กับความน่ารัก ความเสมอต้นเสมอปลายของคนตรงหน้า
 
“แล้วนี่เราร้องไห้หรอ หืม?” เจ้าตัวเล็กของฉันส่ายหัว แต่ฉันคงไปจี้จุดเข้า น้ำตาของคนตรงหน้าเริ่มคลอออกมาอีกแล้ว

ฉันยกมือขึ้นลูบหัวเจ้าเด็กตัวเล็กนี้เพื่อหวังจะปลอบโยน แต่กลับทำให้น้ำตาที่ดูเหมือนจะพยายามกลั้นอย่างสุดความสามารถของน้องไหลออกมา ฉันรีบดึงน้องเข้ามากอดด้วยความตกใจ

“เกิดอะไรขึ้นคะ ไหนบอกพี่ซิคนเก่ง” เยบินยังคงส่ายหัวเป็นคำตอบ แต่นั้นยิ่งทำให้หัวใจของฉันเจ็บปวด

ฉันถาม...ทั้งๆที่รู้...รู้อยู่แก่ใจ

“พี่กอดเค้าไว้แบบนี้ซักพักได้มั้ย อย่างเพิ่งหายไปไหนได้มั้ย”
เจ้าตัวเล็กพูดพร้อมกระชับอ้อมกอดให้แน่นขึ้น ฉันได้แต่ยื่นนิ่งพร้อมกับกลืนคำพูดมากมายที่เตรียมไว้เพื่อบอกลาคนตรงหน้าให้กลับหายไป 
ฉันตั้งใจมาเพื่อบอกลา...
แต่ทำไมฉันรู้สึกเจ็บที่อกข้างซ้าย
ทำไม...

ถ้าฉันไม่ได้รักน้องแล้วทำไมฉันถึงเจ็บปวดที่เห็นน้องร้องไห้
ถ้าฉันไม่ได้รักน้องแล้วทำไมฉันถึงทนไม่ได้ที่เห็นน้องเจ็บปวด
ถ้าฉันไม่ได้รักน้องแล้วทำไมฉันถึงได้อยากเจ็บแทนน้อง

และเหตุผลอีกมากมายที่ทำให้ฉันคิิดได้ว่า...

ฉันเกลียดน้ำตาของคนๆนี้
ฉันเกลียดที่ต้องเห็นคนๆนี้เจ็บปวด
และเกลียดที่สุดที่ตัวเองเป็นสาเหตุของสิ่งที่ตัวเองเกลียดทั้งหมด

ฉันสัญญา...

ฉันจะไม่คิดปล่อยมือน้องอีกแล้วไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น
ฉันจะไม่ทำให้น้องต้องเจ็บปวดเพราะหัวใจของฉันจะเจ็บปวด
ฉัน...ขอโทษ

“เยบิน...พี่ขอโทษ”
“พี่ขอโทษนะคนดี”
“พี่ขอโทษที่ทำให้หัวใจของพี่ต้องเจ็บปวด”
“จากนี้พี่สัญญาว่าพี่จะไม่ทำให้หัวใจของพี่ต้องเจ็บปวด ไม่ทำให้หัวใจของพี่ต้องร้องไห้อีก”
“ยกโทษให้คนโง่ที่ทำร้ายหัวใจตัวเองคนนี้นะคะ”
“พี่รักเยบินนะ”

เยบินไม่ตอบอะไรฉัน เพียงแต่กระชับอ้อมกอดเข้ามาแน่นกว่าเดิม

อาจจะเป็นเพราะว่าเราใกล้กันเกินไปจนกลายเป็นความเคยชิน
อาจจะเป็นเพราะว่าเราใกล้กันเกินไปจนละเลยความรู้สึก
อาจจะเป็นเพราะว่าเราใกล้กันเกินไปจนมองไม่เห็นหัวใจตัวเอง

และตอนนี้ฉันรู้ตัวแล้ว ฉันรู้แล้วว่าฉันเกลียดน้ำตามากแค่ไหน โดยเฉพาะเมื่อมันมาจากคนๆนี้

ฉันกระชับกอดตอบ

“พี่กยองรักน้องเยบินนะคะ”




TALK :
ง่ากกกกกกกกกกกกกก...
เรื่องแรกของเราจบแล้ว
เหตุเกิดจากความฝัน แค่ฝันก็คิดเป็นตุเป็นตะ
อาจจะเขียนไม่ดีต้องขออภัยด้วย
คอมเม้นกันมาเยอะนะคะ
ขอบคุณทุกคนที่อ่านจนถึงตรงนี้
ขอบคุณค่ะ ^^


SHARE
Written in this book
Ons Short
Writer
J_MK
J🌟
xxx

Comments

RyuFuji
7 months ago
อห ดีนะที่ไม่ได้บอกไปก่อน สงสารบิ้นแย่เลย 😭
Reply