สุขที่ได้เขียน..เขียนแล้วเป็นสุข..
ขอเริ่มต้นจากตรงนี้ก็แล้วกัน..20/08/25560

วันนี้เพิ่งเข้ามาสร้างเว็ปบล็อกของตัวเองอย่างจริงจัง เพื่อที่จะเก็บผลงานเขียนของตัวเอง หัวข้อบทความอาจจะไม่น่าสนใจมากนัก เพราะไม่เกี่ยวกับเศรษฐกิจหรือธุรกิจเพื่อทำเงิน แต่มันคือการสร้างพลังและกำลังใจให้กับตัวเองและให้กับผู้คนที่เข้ามาอ่าน อ่านเพื่อคลายความทุกข์ อ่านเพื่อคลายความเครียด อ่านเพื่อให้มีแรงสู้ต่อไป แค่นี้ก็เพียงพอแล้ว

จริงๆวัตถุประสงค์หลักๆก็แค่อยากจะเขียนอะไรสักอย่างออกมาเป็นตัวหนังสือ เพราะมีความรู้สึกว่าในหัวสมองมีเรื่องอะไรเยอะแยะมากมายให้คิด คิด คิด ในแต่ละวัน และหลังจากที่คิดอยู่นานกว่า 41 ปี (อายุ) ก็เพิ่งคิดออกนี่แหละว่าต้องหันมาเขียนบ้างแล้ว..และนี่คือที่มาของคำว่า สุขที่ได้เขียน เพราะเขียนแล้วเป็นสุข

โดยปกติคนเรามีทักษะในการ ฟัง พูด อ่าน เขียน ติดตัวมาแล้วตั้งแต่เกิด และเมื่อมีการฝึกฝนเพิ่มเติมแต่ละคนก็จะมีความถนัดและความชอบแตกต่างกันไป สำหรับตัวเองเป็นคนชอบคิดซึ่งมันไม่ได้อยู่ในทักษะ 4 อย่างที่ว่ามา ก็เลยมีความรู้สึกว่าถ้าเราคิดอย่างเดียวมันจะพาให้เราเครียด แล้วถ้าเราเอาความคิดออกมาเขียนเป็นตัวหนังสือจะดีกว่าไหมละ ไม่เชื่อลองทำดู เวลาเราคิดมากๆ คิดซ้ำไปซ้ำมาเรื่องเดิมๆเราจะปวดหัว หรือไม่ก็ปวดกระบอกตา ปวดหว่างคิ้ว นี่คืออาการเครียด วันนี้ก็เลยคิด (อีกแล้ว) ว่าลองหันมาเขียนดีกว่าจะได้ไม่เครียด มันเหมือนเราได้ระบายความในใจให้ใครสักคนฟัง แล้วจะรู้สึกดี โล่ง โปร่ง เบาสมอง เขียนมาถึงตรงนี้ก็หายปวดหัวเลยนะ หลายคนอาจจะมองว่าวิธีคลายเครียดมีอีกเยอะแยะ ถ้าไม่ชอบเขียนก็ไปทำอย่างอื่นแทนก็ได้ เช่น ออกกำลังกาย ร้องเพลง ไปเที่ยว หรือไปทำกิจกรรมอย่างอื่นที่ชอบ แต่จะบอกว่าในขณะที่ทำกิจกรรมอย่างอื่นสมองมันก็ยังคิดอยู่นะ แล้วก็คิดทีเดียวหลายๆเรื่อง ไม่ใช่คิดแค่เรื่องเดิมๆ แต่อาจจะมีเรื่องใหม่เพิ่มเข้ามาให้คิดอีก มันต่างจากการเขียน เวลาที่เราเขียนเราจะเขียนได้ทีละเรื่อง เพราะการเขียนต้องใช้สมาธิและความสงบ ข้อดีของการระบายความคิดหรือความในใจด้วยการเขียนที่เห็นได้ชัดที่สุดก็คือ มันช่วยลดปัญหาการคิดสั้น ปัญหาซึมเศร้า และปัญหาอาชญากรรม คงไม่ต้องบอกว่าลดได้อย่างไร เพราะเวลาคุณเขียน คุณต้องมีสติ มีสมาธิ และคุณคงไม่มีเวลาไปคิดสั้นหรือออกไปทำร้ายใคร จริงไหม เวลาเราเครียดให้นึกถึงภาพนาฬิกาทรายที่มันมีทรายเต็มอยู่ เปรียบทรายเหมือนความคิดความเครียดที่มันอยู่ในหัวเรา และพอเราเริ่มเขียนไปเรื่อยๆทรายมันก็จะค่อยๆน้อยลงๆจนหมด เรื่องราวที่วนเวียนอยู่ในหัวเรามันก็จะถูกถ่ายทอดออกมาเป็นตัวหนังสือจนหมดเช่นเดียวกัน แล้วพอเรามีเรื่องใหม่ให้คิดอีก ก็ให้กลับด้านนาฬิกาทรายอันเดิม แล้วเขียนความคิดนั้นออกมาให้หมด ไม่ว่ามันจะดีหรือร้ายก็ให้เขียนมันออกมาเถอะ อย่าเก็บเอาไว้คนเดียว
สุดท้ายนี้อยากจะบอกว่าเขียนมาถึงตรงนี้แล้วรู้สึกดีมากๆ รู้สึกมีความสุข เบาสมอง แสดงว่าเรามาถูกทาง ถูกจุดประสงค์ที่เราต้องการแล้ว ฝากให้เพื่อนๆที่ได้อ่านบทความนี้ไปลองทำดูนะคะ แล้วคุณจะเข้าใจคำว่า สุขที่ได้เขียน เพราะเขียนแล้วเป็นสุขจริงๆ รอติดตามบทความต่อไปนะคะ

ขอบคุณผู้อ่านทุกท่าน
Atsiam2499
SHARE
Writer
Atsiam2499
writer
That's the way I am....

Comments