สีเขียวเล็กๆ
ตั้งแต่เมื่อไรก็ไม่รู้ที่อยู่ๆพื้นที่ว่างก็มีสีเขียวเล็กๆค่อยๆมาเติมเต็ม



จุดเริ่มต้นคงมาจากการเริ่มมองหาว่านหางจระเข้ และการ์ตูนเรื่องหนึ่งที่เกี่ยวกับการเลี้ยงพืชอวบน้ำ


เพราะเป็นแผลไฟลวกติดกันบ่อยจนอยากได้ยาทาที่ได้ผลดี

ก็ย้อนนึกไปถึงว่านหางที่เคยปลูกตอนเด็กๆที่พ่อมักเอามาทาให้เวลาโดนน้ำร้อนลวก แต่ก็ตายไปหมดแล้ว

ด้วยความที่ซื่อ และหาเจ้าต้นนี้มาปลูกยากมาก

วันที่บังเอิญเดินผ่านร้านต้นไม้แผงลอยในตลาดที่มักมาตั้งทุกๆสัปดาห์ ก็ไม่เคยเจอเจ้าว่านหางจระเข้สักที

จนไปเจอ อโลต้นเล็กๆในกระถางใบจิ๋ว ก็หยิบขึ้นมาถามพ่อค้า

"พี่คะอันนี้ใช่ว่านหางจระเข้มั้ยคะ"

"ก็อโลแหละครับ แต่ก็คนละสายเลย"

"แล้วเลี้ยงไปเรื่อยจะโตเท่ากันมั้ยคะ"

"ก็คงนานอยู่นะ"

เราก็หันไปหาเพื่อนว่ามันน่าจะแทนกันได้นะ ซื้อไปเลี้ยงให้โตสักปีคงพอไหว

แต่พ่อค้าใจดีได้ยินก็บอกว่ามันใช้แทนกันไม่ได้หรอกนะ

เราก็เลยหน้าแตกและวางมันกลับคืนไปที่เดิม

แต่นี้คงเป็นครั้งแรกที่ได้เห็นเจ้าพืชอวบน้ำวางเรียงกันมากมายขนาดนี้ ทั้งที่ไม่เคยหยุดยืนหรือสังเกตต้นไม้ร้านนี้เลยสักครั้ง

แต่ก็นะความสนใจครั้งนี้ก็คงจบลงแค่นี้ล่ะมั้ง

เวลาผ่านไปในที่สุดก็ได้เจ้าว่านหางจระเข้มา 3 ต้นเล็กๆจากคุณป้าใจดี
วันหยุดจึงชวนกันออกไปซื้อกระถางมาใส่ต้นไม้กับเพื่อน

แน่นอนว่าต้นไม้ ทั้งไม้ดอก ไม้ประดับเต็มร้านไปหมด

เป็นร้านที่เพื่อนรู้จักเจ้าของเป็นอย่างดี เพราะต้นกุหลาบสีเหลืองสวยแสนถึกของเพื่อนนั้นก็มาจากร้านนี้

แน่นอนว่าเป็นคนที่ไม่ค่อยจะสนใจต้นไม้เท่าไร เลยเดินดูรอบๆร้าน จนมาเจอเจ้าพืชอวบน้ำๆในกระถางจิ๋วเรียงอยู่เป็นโซนเล็กๆ

เราสะดุดตากับต้นไม้ใบเขียวเล็กๆที่บานออกเป็นช่อๆกลีบเรียงตัวกันสวยน่ารักเหมือนดอกไม้สีเขียวบานอยู่

"ต้นนั้นเรียกกุหลาบหิน เอามั้ยหนู 50 บาท"

ก็สองจิตสองใจอยู่นาน กลัวจะเลี้ยงแล้วตายจริงๆ ไม่เคยซื้อต้นไม้เองเลยสักครั้งเพราะกลัวว่าถ้ามันตายจะรู้สึกผิด

"เอาไปดิมึงสวยดีออก เลี้ยงไม่ยากหรอก เหมาะกับมึงดีด้วย"

เพื่อนก็เชียร์เพราะเราหยิบขึ้นลงบ่อยมาก แล้วก็ยืนวนไปมาอยู่แต่ตรงนั้น

สุดท้ายก็เอามันกลับมาพร้อมกับกระถางใบใหม่ที่คุณยายแถมให้มา

แน่นอนว่ามันบานจนแน่นกระถางใบจิ๋วก็เลยตั้งใจจะเปลี่ยนกระถางเลย

แต่ผลปรากฎว่าดินร่วนสุดๆ เทยังไงก็ไหลออกจากรูก้นกระถางหมด แถมกระถางที่ซื้อมาถึงจะกว้างกว่าแต่เตี้ยกว่าใบเก่าทำให้ต้นดูลอยๆ

ด้วยความที่เห่อ ตื่นเต้น หรือกลัวก็ไม่รู้ เอาแต่นั่งจ้องมัน หยิบเข้าออกระเบียงจนเกิดเหตุการณ์

ต้นไม้หล่นลงไปแหมะอยู่ที่พื้นชั้น1 ยังดีที่แค่ชั้นเดียวเลยไม่เป็นอะไรมากแต่ก็ใบแตกไปหลายใบ

สุดท้ายเลยไปขอความช่วยเหลือจากเพื่อนให้ช่วยเปลี่ยนกระถาง แต่ก็ต้องเอากระถางใบใหม่ที่ปั้นเองแต่ไม่เคยได้หยิบมาใช้เสียทีไปด้วย

และเจ้าต้นไม้น้อยๆก็ค่อยโต แต่ก็เหี่ยวด้วย สงสัยกระถางจะใหญ่ไป

เราเลยเปลี่ยนกระถางอีกครั้งเป็นไซส์ที่เล็กกว่านิดหน่อย

หลังจากที่มันแข็งแรง และโตขึ้นเราก็เริ่มเข้าออกร้านต้นไม้เป็นว่าเล่น

ซื้อดิน หินภูเขาไฟ กระถาง บลาๆ

1 ต้น เพิ่มเป็น 2 3 4 5

แล้วก็กลายเป็น 20กว่าๆ ตอนไหนก็ไม่รู้...

แล้วก็ถึงเวลากลับบ้าน แน่นอนว่าแบกกลับไปหมดไม่ไหว เลยจำใจเลือกแค่บางต้นที่น่าห่วงกลับมา

แต่แน่นอนกลับบ้านมาก็ยังไม่หยุด วันไหนเลิกงานเร็วฝนไม่ตกเป็นต้องแอบไปเดินคนเดียวเงียบๆ

ขามาบ้านมีแค่ไม่กี่ต้น ขากลับดันเป็น10

ระเบียงดูแน่นขึ้นมาทันทีจนต้องหาชั้นวางมาให้เจ้าหนามน้อยๆได้มีที่รับแดด

ไม่รู้ตั้งแต่เมื่อไร การออกมาที่ระเบียงเพื่อดูต้นไม้เล็กๆทุกวันกลายเป็นกิจวัตรที่ไม่เคยเบื่อเลย

มีแต่คนบอกว่ามันโตช้า ทิ้งไว้นานๆค่อยมาดูทีก็พอ

แต่เรากลับคิดว่ามันโตขึ้นเยอะทุกวัน
ความสุขเล็กๆที่ได้เห็นมันค่อยๆโตทีละนิดทำให้เรามีรอยยิ้มได้ทุกวัน
ตอนนี้ก็ยังคงสะสม และเพิ่มขึ้นเรื่อยๆอย่างไม่ลดละตามกำลังทรัพย์(:

ปัจจุบันกุหลาบหินก็ได้เหี่ยวตายไปแล้ว...;(

ตั้งแต่ได้ว่านหางจระเข้มาก็ไม่เคยได้แผลไฟลวกอีกเลย...
SHARE
Written in this book
วันๆหนึ่งที่ผ่านไป
ประสบการณ์ชีวิต เรื่องเล่า เหตุการณ์ที่ได้เจอในแต่ละวัน แต่ละคนก็ต่างกันไป บางทีมันอาจสร้างแรงบันดาลใจให้ใครอีกมากมาย
Writer
DifficultToWriteName
Designer
ชื่อเขียนยาก

Comments