คนข้างๆ [END]

Roommate (รัก)เพื่อนร่วมห้อง :6:



และแล้ววันที่ผมรอคอยก็มาถึง วันที่จะมีงาน Freshmen Night ไง คืนนี้จะมีคอนเสิร์ตจากศิลปินมาเล่นไง ปีนี้มหาลัยผม ได้วง เดอะใดใด กับ 25 hours ครับ คือมันดีอ่ะ แต่ก่อนที่จะถึงคืนนี้ ผมต้องผ่านสิ่งนี้ไปก่อน.....
กรี๊ดดดดดดดดด กัปตั๊นนนนนนนนน พี่กัปตันนนนนนนนน หล่อจังเลยค่าาาาาาาใช่แล้วครับ ในช่วงเช้าของวันนี้ ผมก็ต้องอยู่ในยิมอีกเช่นเคย วันนี้เป็นคิวของศิษย์เก่าอย่าง พี่ไอซ์ ศรัณญู แล้วก็ศิษย์ปัจจุบัน อย่างพี่กัปตันแล้วก็พี่คาริสา 

พี่ไอซ์เค้าจบจากที่นี่ไปประมาณ15ปีแล้วหล่ะครับ เค้าก็มาเล่าว่าตอนเรียนที่นี่เป็นยังไง ผมตกใจนะตอนที่เค้าบอกว่าใช้เงินวันละ 30 บาท คือพี่ฮะ ทุกวันนี้ ผมใช้วันละเกือบ200.....

แล้วก็ตามมาด้วยพี่กัปตันแล้วก็พี่คาริสา เค้าก็มาเล่าว่าทำงานไปเรียนไป มันเหนื่อยมั้ย จัดการเวลายังไงนู่นนี่ แต่ที่พีคคือตอนที่พี่สองคนเค้าขึ้นมาบนอัฒจันทร์นี่แหละครับ พี่คาริสาขึ้นมาก่อนครับ พี่เค้าน่ารักมาก แต่ผมก็ได้แต่มองอยู่ไกลๆ ด้วยความที่คณะผมผู้ชายมันน้อยยยยย แสนน้อย พี่สตาฟเลยจัดให้ผู้ชายมานั้งข้างบน ผมหล่ะเสียดายจริงๆ  พวกผู้หญิงก็ตื่นเต้นใหญ่ แต่คงไม่เท่าตอนที่พี่กัปตันขึ้นมาหรอกครับ 

ทันทีที่พี่กัปตันเดินมาถึงคณะผม เสียงกรี๊ดก็ดังลั่นขึ้นมา ตามด้วยการยื่นโทรศัพท์ไปหน้าพี่เค้าจนแทบจะพันกัน บางคนนั่งเขิน บางคนก็กดถ่ายรูปรัวๆไม่คิดชีวิต ผมเชื่อว่าถ้าผมอยู่ข้างล่าง หูผมคงดับไปแล้ว...... คือพี่เค้าก็หล่อนะครับ แต่จะให้ผมมานั่งกรี๊ดผู้ชายนี่...มันก็....ยังไงๆอยู่นะ แต่ความคิดนี้คงใช้ไม่ได้กับคนที่นั่งอยู่ข้างๆผม

"ยิ้มไรนักหนา"
"ชอบพี่เค้า"
"!!!????"
"หมายถึงพี่เค้าเก่ง เรียนด้วยทำงานด้วย"
"ก็ไม่เห็นต้องยิ้มขนาดนั้น"
"เรายิ้มเพราะเราขำ พวกผู้หญิงแย่งกันถ่ายรูปกับพี่เค้า มันดูน่ารักดี แล้วก็ตลกด้วย"
"หรอออ"
"ใช่!"

หลังจากที่เมื่อคืนที่เราได้ดูคอนเสิร์ตเปิดโลกกิจกรรมกัน ดูเหมือนทั้งผมและเค้าจะได้คุยกันมากขึ้น เค้าก็กล้าคุยกับผมมากขึ้น ไม่เหมือนเมื่อก่อนที่กลัวผมตลอด ผมเชื่อแล้วหล่ะครับว่าวิธีของพี่อ้อยมันได้ผล "ยิ้มช่วยลดระยะห่างระหว่างคนสองคน" ตอนนี้ผมกับจีนก็ได้ใกล้กันขึ้นมาอีกนิดแล้วหล่ะครับ 

ผะ..ผม คือ..คือ..คือหมายถึง ก็เป็น..เป็นเพื่อนกันไง เออ ตามนั้นแหละ 


พอหมดกิจกรรมช่วงเช้า พี่เค้าก็พาออกมากินข้าวของนอก ซึ่งอากาศตอนนี้มันก็จะแบบ ร้อน ไม่หน่อยอ่ะ ร้อนมาก ที่ต้องกินขเางนอกเพราะในยิมต้องจัดสถานที่ จัดเวที แล้วก็น่าจะซ้อมประกวดดาว-เดือนรอบสุดท้าย 
น้องคนไหนไม่กินหมู ยกมือค่ะะะะ 
พี่เค้าเริ่มแจกข้าวแล้วครับ เค้าก็จัดอาหารไว้สำหรับคนทุกๆประเภท ตั้งแต่อิสลาม มังสวิรัต คนที่ไม่กินหมูแต่ไม่ใช่อิสลาม แล้วก็คนที่แพ้นู่นแพ้นี่ รวมถึงคนปกติที่กินได้ทุกอย่าง

ข้าวถูกส่งต่อมาเรื่อยๆจนถึงผมและจีน เด็กหมูอ้วนไม่รอช้า ได้ข้าวมาก็แกะกล่องอย่างรวดเร็ว

"ค่อยๆก็ได้มั้ง"
"แหะๆ หิวง่าา"

ทำไมต้องทำหน้าตาน่ารักขนาดนั้นด้วย แค่ถามเฉยๆเอง


"จีน กินหมูได้หรอ"
"ได้สิ เรากินได้"
"กินเพื่อนตัวเองได้หรอ"
"รินทร์!!"

ตอนได้แกล้งนี่มีความสุขจริงๆ ยิ่งเวลาได้เห็นใบหน้าน่ารักนั่นมองมาที่ผม มันรู้สึกดียังไงไม่รู้ ผมยิ้มขำกับท่าทางของจีน จีนจ้องตาขวางมาที่ผมก่อนจะรีบหันหน้าหนีไปเลย 

"เห้ย โกรธอ่อ"

ผมขยับตัวเข้าไปใกล้ แต่จีนก็ขยับหนีผมอีก

"นี่ โกรธจริงดิ"
"ป่าวซะหน่อย"
"จริงอ่ะ?"
"อืม"

ผมไม่เชื่อหรอก ก็ดูดิ ตอนนี้ยังไม่หันหน้ามาคุยกับผมเลย ผมคงต้องง้อแหละครับ แต่ตอนนี้ขอกินข้าวก่อนนะ คนอื่นเค้ากินจะหมดกันแล้ว



ตอนนี้กินข้าวเสร็จแล้วครับ เดี๋ยวต้องไปทำกิจกรรมอีกนิดหน่อย เพื่อที่จะได้สายรัดข้อมือไว้เข้าคอนเสิร์ตคืนนี้ แต่กว่าจะได้ไปทำก็อีกนาน ตอนนี้ก็เลยทำได้แค่นั่งรอเวลา แต่อากาศมันไม่เป็นใจเลยนี่สิ ร้อนมากเลยครับ ผมแค่เหงื่อออก แต่จีนนี่หน้าเริ่มจะแดงๆแล้ว ผมอยู่ว่างๆก็เลยหยิบป้ายที่ห้อยอยู่ขึ้นมาพัด พัดให้ตัวเองด้วย แล้วก็พัดให้จีนด้วย จีนสะดุ้งเล็กน้อยตอนที่ผมพัดให้ จีนดูนิ่งๆไปนะหรือจีนจะไม่สบาย อย่างที่เคยบอก ผมเป็นพวกที่มือไวกว่าความคิด เช่นตอนนี้ มือผมก็วางอยู่ที่หน้าผากของจีนแล้ว นั่นไง ต้องไม่สบายจริงๆด้วย หน้าแดงกว่าเดิมอีก

"จีน ไม่สบายหรือเปล่า"
"ห้ะ .... ปะ..ปะ..เปล่า เรา โอเค"
"ไหวนะ?" 
"ไหวสิ ^^"
"หน้ายังไม่หายแดงเลย"
"อ๋อ เดี๋ยว เดี๋ยวก็หาย"


หลังจากนั้นพี่ก็เรียกไปทำกิจกรรมต่อครับ เป็นกิจกรรมของสปอนเซอร์ มีนม ลูกอม แล้วก็น้ำ ก็แค่เดินเข้าไปเล่นนู่นนี่กับบูธ ได้น้ำฟรี พัดฟรีมา แล้วก็ออกมาติดสายรัดข้อมือ ง่ายๆแบบนี้แหละครับ แต่บูธอยู่กลางสนามนะ แล้วแดดตอนบ่ายสอง บ่ายสาม ร้อนนรกมาก ผมเป็นห่วงจีนจริงๆครับ ด้วยความที่สามสี่วันมานี้ เราอยู่ด้วยกันตลอด นอนห้องเดียวกัน ทำกิจกรรมด้วยกัน ผมเลยรู้ว่าวันนี้จีนไม่ปกติ ดูนิ่งแปลกๆ ผมก็ไม่อยากถามไรมากหรอกครับ เอาเป็นว่าผมคอยดูแล คอยสังเกตอาการอยู่ใกล้ๆดีกว่า 

2ชั่วโมงแห่งการรอคอย (ที่ร้อนมากๆ) ได้ผ่านพ้นไป ตอนนี้ผมได้เข้ามาในยิมแล้วครับทุกคน เช่นเคยครับ ผมกับจีนได้นั่งบนๆ เพราะเราเป็นชนกลุ่มน้อย วิวเวทีมันก็จะไกลๆหน่อย แต่ยังดีครับที่ไม่มีอะไรมาบัง แสงสีเสียงครบครัน มันส์แน่นอนครับ

เริ่มต้นงาน Freshmen Night 2017 ด้วย การประกวดดาว-เดือนรอบสุดท้าย รอบนี้เราจะได้รู้แล้วว่าใครจะได้เป็นดาว-เดือนมหาวิทยาลัย แต่ละคณะก็ต้เชียร์คณะตัวเองกันใช่ไหมหล่ะครับ แต่ส่วนใหญ่คนที่ชอบเรื่องแบบนี้ก็มักจะเป็นผู้หญิง เสียงที่เรียกชื่อตัวแทนคณะก็มักจะเป็นเสียงผู้หญิง แต่คณะผม มีไอ้โชไงครับ ไอ้โชหิวโซผู้ไม่มีความอาย มันตะโกนชื่อเดือนคณะเสียงดังลั้นแสตน เรียกเสียงหัวเราะจากคณะข้างๆ แล้วก็พวกผู้หญิงด้วย ตลกก็ตลกนะ แต่ก็อายอ่ะ กูมีเพื่อนแบบนี้หรอวะ 555555

การประกวดจบลงที่ เดือนมหาวิทยาลัยได้แก่เดือนคณะแพทย์ฯ และดาวมหาวิทยาลัยได้แก่ ดาวคณะศิลปกรรมศาสตร์ ก็สวยหล่อสมตำแหน่งครับ ขอแสดงความยินดีด้วย
.
.
.
.
.
และแล้วก็มาถึงช่วงที่เกือบจะทุกคนในยิมรอคอย คอนเสิร์ตเริ่มแล้วครับ วงแรกคือ เดอะใดๆ คือผมก็เคยได้ยินเพลงวงนี้นะครับ แต่ไม่กี่เพลง เลยนั่งฟังเฉยๆ นักร้องนำก็น่ารักดีครับ เสียงเพราะ จบวงนี้ก็มีสปอนเซอร์มาคั่นเล็กน้อยแจกของรางวัลเล็กๆน้อยๆก่อนจะส่งเข้า 25 Hoursมศวจ๋า พร้อมจะสนุกกับ 25 Hours หรือยัง ถ้าพร้อมแล้ว ขอเสียงดังๆให้ 25 Hourrrrrrs
เสียงกรี๊ดดังสนั่นยิม ต้อนรับพี่แหลมที่ขึ้นมาพร้อมกับ ผมทรงสกินเฮด ดูแล้วเท่ไปอีกแบบ เริ่มเพลงแรกด้วย 'ฟ้าเป็นใจ' ตามด้วยเพลงดังๆอีกหลายเพลงที่ยังไงทุกคนในที่นี้ก็ร้องด้วย จนมาถึงเพลงนี้ ท่อนแรกมันก็ยังเฉยๆนะ แต่พอท่อนต่อไปทำไมผมถึงได้นึกถึงแต่เค้า
เหมือนได้กล่องของขวัญวันเกิด มีความสุขแม้ไม่ได้เปิดจะว่าไป ผมก็มีความสุขทุกครั้งที่ได้อยู่กับเค้านะ แม้จะไม่ได้คุยกัน แค่อยู่ข้างๆกัน ผมก็มีความสุข
รอยยิ้มของเธอได้ทำให้คนๆนี้ เกือบลืมหายใจ
รอยยิ้มของเค้าเป็นรอยยิ้มที่ผมชอบที่สุด จนอยากจะเก็บไว้ ไม่อยากให้ใครได้เห็นนอกจากผม


ในขณะที่ผมกำลังมองเค้า เจ้าของรอยยิ้มแสนน่ารักนั่นก็หันมาทางผม แบบไม่ให้ตั้งตัวเลยอ่ะ แหนะ แล้วยังทำหน้าสงสัยใส่อีก ถ้ากูทนไม่ไหวขึ้นมา จีนรับผิดชอบด้วยนะเว้ย

 
บทเพลงยังคงดำเนินต่อไป ผู้คนมากมายสนุกสนานไปกับเสียงเพลงนั้น ผมและจีนก็เช่นกัน เรากอดคอกระโดดไปตามจังหวะด้วยกันอย่างลืมตัว บางเพลงเราก็เต้นด้วยกันอย่างสนุกสนาน จนถึงเพลงเกือบสุดท้าย ที่ทำเอาผม ไปไม่ถูกกันเลยทีเดียวจับมือเพื่อนใหม่ที่เราไม่รู้จัก จับมือเค้าไว้ เพื่อนที่อยู่ข้างๆเราทันทีที่พี่แหลมพูดจบ จีนก็คว้ามือผมไปทันที ผมไม่รู้ว่าเค้าตั้งใจ หรืออินคอนเสิร์ตอยู่ แต่ผมนี่ใจเต้นแรงไปแล้วววว จีนเอ้ยยยยย 


เนื้อเพลงในแต่ละท่อน  มีแค่คนๆเดียวที่ผมมองเห็น

เธอเห็นขอบฟ้านั้นไหม สักวันจะพาเธอไป

บนทางที่มี บางทีก็หกล้มไม่เป็นไร




เราไปด้วยกันนะจีน.....








มีเธอเป็นเพื่อนร่วมทาง จับมือเคียงข้างไม่ห่าง

แค่นี้ก็พอ ชีวิตก็มีครบ แล้วทุกอย่าง
ถ้านายยังจับมือฉันไว้ ฉันก็จะไม่ปล่อยเหมือนกัน......




เหมือนการที่ผมเอาแต่มองเค้าอยู่แบบนั้น จะทำให้เค้ารู้ตัว จีนหันมาทางผมในท่อนฮุกของเพลงพอดี เรามองกันอยู่แบบนั้นจนจบท่อน


 แค่เธออยู่ข้างๆ ก็เปลี่ยนให้ชีวิตฉันไม่เหมือนเก่า

เธอทำให้ถนนของฉันสวยงาม
ฉันมีความสุขเพราะนาย.....






ในวันที่เราเริ่มเดินทาง แค่เพียงให้เธอเดินกับฉันข้างๆ

ก็ทำให้โลกนี้ ดูสดใส สวยงามไปทุกอย่าง
เรามาเดินไปด้วยกันนะ.......





ทุกคนต้องเคยได้ยินใช่ป้ะ ที่เค้าบอกกันว่า "ดวงตาเป็นหน้าต่างของหัวใจ" ผมว่าเรื่องจริงนะ ก็ตอนนี้จีนหน้าแดงหูแดงไปหมด แม้ในยิมมันจะมึด แต่ถ้าเป็นจีน ผมก็มองเห็น 

ผมหัวเราะร่วนกับท่าทีของเค้า ก็หลังจากที่จบท่อนนั้น จีนก็สะบัดมือผมออก อาจจะเพราะเขินหรืออะไรไม่ทราบ แต่มันน่ารักเหมือนเด็กที่กำลังงอแง จนเพลงนี้จบลง เพลงสุดท้ายก็เริ่มขึ้น 'ยินดีที่ไม่รู้จัก' 


ทำไมแต่ละเพลงที่พี่เล่นมันถึงได้ตรงกับชีวิตผมขนาดนี้



ผมไม่รู้หรอกนะว่าอะไรที่ทำให้ผมมีความรู้สึกแบบนี้ ทั้งที่เมื่อก่อน จีนก็เป็นแค่คนอื่น เป็นแค่เพื่อนของโช ไม่ได้พิเศษอะไร แต่ตอนนี้ จีนไม่ใช่คนอื่น
.
.
.
.
.
.
เพราะว่าจีนน่ะ กลายเป็น คนข้างๆ ในชีวิตผมไปแล้ว






END.






:Talk:

แงงงงงงงงง กราบบบขอโทษงามๆ สามที เป็นความผิดเราเอง ความผิดเราคนเดียว TT 

สารภาพตามตรงว่าคิดไม่ออกว่าจะแต่งยังไงดี แล้วการที่ต้องนึกย้อนไปถึงวันนั้นมันก็ค่อยข้างจะยาก เพราะก็เป็นเดือนแล้ว แต่เราก็ทำสำเร็จ! ถึงแม้จะใช้เวลาเป็นอาทิตย์ๆก็ตาม 555555555 

เรื่องราวต่อจากนี้ก็คงปล่อยให้รินทร์กับจีนเค้ากำหนดเนาะ เรามาส่งเค้าได้แค่นี้แหละ แหะๆ

ใครที่อ่านมาจนถึงตอนนี้ก็ขอบคุณนะคะ เราไม่ใช่คนที่เขียนดีอะไร แค่ทำไปตามที่อยากทำ ขอบคุณคนที่ทนอ่านเรื่องนี้ของเราด้วย5555 ขอบคุณจริงค่ะ




#รูมเมทหลินฮุน








SHARE
Written in this book
roommate (รัก)เพื่อนร่วมห้อง
ฟิคชั่นเรื่องนี้แต่งขึ้นเพื่อร่วมกิจกรรมกับเพจ 'พี่มศวพาน้องสอบ' [END]

Comments