รำลึก "เจ้าพ่อซอมบี้" จอร์จ โรเมโร่

วันที่ 16 กรกฎาคม 2560

ถือเป็นวันที่วงการภาพยนตร์ได้สูญเสียตำนานไป เพราะเป็นวันที่ จอร์จ โรเมโร่  ผู้กำกับหนังชื่อดัง เสียชีวิตอย่างสงบด้วยวัยเพียง 77ปี  ถือเป็นการสูญเสียบุคคลในวงการครั้งใหญ่ที่สุด เพราะนอกจากจะเป็นผู้กำกับชั้นครูมากความสามารถแล้ว เขาเป็นผู้บุกเบิกหนังแนวซอมบี้ยุคใหม่ให้ออกมาโลดแล่นในโลกภาพยนตร์จนถึงทุกวันนี้

ทำให้แฟนหนังยกย่องให้เขาเป็น "บิดาแห่งหนังซอมบี้ยุคใหม่"

ในฐานะที่ผมเป็นแฟนหนังซอมบี้ของโรเมโร่ ซึ่งเปรียบเสมือนครูคนที่สองก็ว่าได้ จึงอยากจะเอาบทความเรื่องราวของเขาที่เคยเขียนมาปัดฝุ่นใหม่ ผ่านผลงานระดับตำนานอย่างหนังชุดตระกูล Dead อันได้ชื่อว่าเป็นผลงานสร้างชื่อของเขาเลยก็ว่าได้ รวมถึงเรื่องราวที่น่าสนใจ และเบื้องหลังในแต่ละเรื่อง มาให้ผู้อ่านได้ดูเส้นทางช่วงชีวิตของราชาซอมบี้ผู้นี้กันครับ



(1)

ฝันร้ายเริ่มต้นในคืนสุดสยอง (Night of The Living Dead)

จอร์จ โรเมโร่ เติบโตในเมืองพิสต์เบิร์ก รัฐเพนซิลเวเนีย เขาเริ่มต้นงานในวงการบันเทิงในสายงานโฆษณาและหนังสั้น โดยหนึ่งในประสบการณ์ที่เขาได้รับ คือการไปช่วยงานเบื้องหลังรายการเด็กที่ชื่อว่า Mister Rogers' Neighborhood ซึ่งเขาได้มีส่วนในการเล่าเรื่องราวในฉากที่ "คุณโรเจอร์" เข้ารับการผ่าตัดต่อมทอนซิล ซึ่งโรเมโร่ได้เอากลวิธีแนวสยองขวัญมาปรับใช้ ทำให้เขาค้นพบว่าตัวเองจะไปได้ดีในแนวนี้ แต่อย่างไรก็ตามช่วงนั้นเขายังคงเก็บประสบการณ์จากการทำงานโฆษณาไปพลางๆเสียก่อน

วันหนึ่งโรเมโร่และเพื่อนๆอีก9คน ได้ก่อตั้งบริษัท Image Ten Production ขึ้นเพื่อจะผลิตหนังซักเรื่อง เพื่อเข้าฉายในโรงหนังไดร์ฟอินที่พิสต์เบิร์ก (ในช่วงนั้นโรงหนังไดร์ฟอินที่นี่ได้รับความนิยมมาก) ก่อนที่พวกเขาจะคิดพล็อตเรื่องสำหรับหนังที่จะถ่ายทำ

โรเมโร่ จึงส่งเรื่องสั้น 30 หน้า มาให้เพื่อนๆได้ลองอ่าน ซึ่งเรื่องราวของนั้น ได้รับแรงบันดาลใจมาจากนิยายของ ริชาร์ด เมธิสัน (เรื่อง I am Legend) บวกกับตำนานซอมบี้ที่เขาจะตีความใหม่แทนที่ของเดิมนั้นเป็นเรื่องราวของ ศพคืนชีพด้วยไสยศาสตร์วูดู แต่สำหรับโรเมโร่ เขาสร้างซอมบี้แนวใหม่ ให้ฟื้นคืนชีพโดยปราศจากคำอธิบาย แล้วพวกมันจะลุกขึ้นมาฆ่าคนเป็น ซึ่งกลายเป็นรากฐานหนังซอมบี้ยุคใหม่ในเวลาต่อมา

เมื่อเพื่อนๆได้อ่านเรื่องที่โรเมโร่เขียน ทุกคนจึงหยิบเรื่องนี้มาทำเป็นหนัง

แต่โปรเจคตั้งไข่ของหนังเรื่องนี้ ต้องใช้เวลาพอสมควรทั้งเรื่องการระดมทุนจากเพื่อนๆทั้ง 9 คน รวมถึงถ่ายฉากเปิดเพื่อจะขอทุนจากนายทุนในเมือง ซึ่งเมื่อได้ทุนมาโรเมโร่จึงประหยัดเท่าที่จะทำได้ ทั้งเสื้อผ้าเข้าฉาก หรือเลือกที่จะถ่ายทำด้วยกล้อง 16 มม. แล้วถ่ายในแบบขาวดำ นักแสดงก็เลือกคนรู้จักหรือคนในกองมาแสดง โดยใช้เวลาถ่ายทำร่วมเดือน ก่อนจะตัดต่อแล้วใช้ชื่อว่า Night Of The Living Dead  เข้าฉายในปี1968

เรื่องราวเล่าถึงพี่น้องดวงซวย ที่ต้องเจอศพขึ้นชีพทำร้าย ทำให้ บาร์บาร่า ต้องหนีไปซ่อนในบ้านหลังใหญ่ที่ทำให้ได้เจอ เบน และผู้รอดชีวิตคนอื่นๆที่ต้องหาทางเอาชีวิตให้รอดในวันที่ฝูงศพคืนชีพครองโลกใบนี้

ด้วยทุน 114,000 เหรียญ แต่มันสามารถกวาดรายได้ถล่มทลายถึง 30 ล้านเหรียญ กลายเป็นหนึ่งในหนังทุนต่ำที่กวาดรายได้สูงสุด พร้อมกับเป็นจุดเริ่มต้นตำนานซอมบี้ยุคใหม่ที่กลายเป็นวัฒนป็อบร่วมสมัยจนถึงปัจจุบัน นอกจากนี้ยังได้สร้างกฏเกณฑ์ต่างๆในโลกซอมบี้ที่คนดูได้รู้จักทั้ง การโจมตีที่ต้องทำลายสมองหรือหัว, ความขัดแย้งของตัวละคร และ สถานการณ์ที่ชวนให้ลุ้นในยามคับขัน ฯลฯ

แม้หนังจะกวาดรายได้มหาศาล แต่โรเมโร่และทีมงานกลับไม่ได้รายได้เท่าที่ควร ส่วนหนึ่งมาจากที่หนังไม่ได้ประทับตราลิขสิทธิ์ส่งผลทำให้ผลงานเข้าสู่สาธารณะ แต่ทำให้ชื่อโรเมโร่เริ่มเป็นที่รู้จักมากขึ้น

นี่คือก้าวแรกของโรเมโร่ที่ส่งฝูงซอมบี้ออกอาละวาดในโลกบันเทิง



(2)

รุ่งอรุณแห่งความตาย (Dawn Of The Dead)

ในยุคกลาง 70 โรเมโร่ก็ได้ทำหนังเรื่องอื่นๆ รวมถึงไปช่วยคนอื่นทั้งกำกับและโปรดิวเซอร์ ก่อนจะสบโอกาสทำหนังซอมบี้เรื่องที่ 2 ซึ่งเป็นการหยิบเรื่องราวจากเรื่องสั้นส่วนที่ยังไม่ได้ใช้ใน Night มาขยายเป็นเรื่องราวภาคต่อ

ช่วงนั้นทีมงานชุดเดิม ก็ต่างคนต่างไปขณะเดียวกัน จอห์น รุสโซ่ เพื่อนสนิทของโรเมโร่ก็เขียน Return Of The Living Dead หวังจะให้เป็นภาคต่อของ Night ก็ทำให้มีปัญหาจนทั้งสองจึงตกลงในราคามิตรภาพด้วยการให้ Russo ได้สิทธิ์หนังตระกูล Living Dead ส่วเขาจะได้หนังตระกูล Dead ไปในที่สุด แต่ทั้งคู่ก็ค่อยช่วยเหลือด้วยการแลกบทและแก้ไขให้กันและกัน

แต่โรเมโร่ยังตีโจทย์ภาคต่อทางการของ Night ยังไม่ออกว่าจะไปทิศทางไหน ประกอบกับช่วงที่ทำหนังเรื่อง Martin อยู่นั้น เขาได้รู้จักกับเจ้าของห้างมอนโรวล์วิลส์ ในเมืองพิสต์เบิร์ก ซึ่งเจ้าของห้าได้พาเขาเดินชมทุกซอกทุกมุม แม้แต่ห้องไอน้ำไปจนถึงโกดังเก็บของ ซึ่งเจ้าของพูดติดตลกว่า

เรามีข้าวของยามจำเป็น เวลาเกิดเหตุภัยพิบัติ ที่นี่ก็น่าจะเป็นที่พึ่งได้ดีมาก

ถ้าเป็นคนทั่วไปคงจะขำๆ แต่คนทำหนังอย่างโรเมโร่ ใช่เลย! นี่แหละวัตุดิบที่เขาต้องการ ฉะนั้นเนื้อหาในภาคต่อที่ไม่ใช่แค่หลบหนีซอมบี้เท่านั้น โรเมโร่ต้องการใส่ความเป็นยุค70 ทั้งสีฉูดฉาด, จิกกัดบริโภคนิยม จึงกลายเป็นวัตถุดิบชั้นดีที่ทำให้โรเมโร่เล่าภาคต่อ ว่าด้วยคู่หนุ่มสาวและเจ้าหน้าที่ตำรวจสองนายไปหลบภัยซอมบี้ที่ห้างสรรพสินค้า แต่เพราะความล่อตาล่อใจและสิ่งเย้ายวนในห้างทำให้พวกเขาลืมตัวตนจนเกิดความวินาศสันตะโรในตอนท้าย

Dawn Of The Dead คือภาคต่อที่โรเมโร่ เนรมิตห้างมอนโรลว์วิลส์ เป็นสถานที่เรื่องราวทั้งหมด และด้วยงบที่เพิ่มขึ้นทำให้โรเมโร่สามารถเล่นเรื่องได้เต็มที่ พร้อมกับร่วมงานกับเมคอัพมากประสบการณ์ที่ชื่อ ทอม ซาวินี่ (ได้แสดงกับเขาด้วย) หลังจากที่ทอมเกือบจะได้ร่วมงานใน Night หากเขาต้องไปรับใช้ชาติที่เวียดนาม เมื่อกลับมาเขาจึงนำประสบการณ์ผ่านการแต่งหน้าซอมบี้ที่ดูมีมิติมากขึ้น น่ากลัวขึ้นกว่าเดิม

Dawn Of The Dead เข้าฉายในปี 1978 กวาดรายได้ 55 ล้านเหรียญ แล้วกลายเป็นหนังชิ้นเอกที่แฟนๆหนังซอมบี้ยกให้เป็นอันดับต้นๆ



(3)

ปิดตำนานไตรภาคความตาย (Day Of The Dead) 


หลังจากไปทำหนังเรื่องอื่นๆพักใหญ่ (หนึ่งในนั้นคือการร่วมงานกับ สตีเฟ่น คิง) โรเมโร่จึงมาสานตำนานไตรภาคหลังจากผ่านไป 10ปี  ซึ่งคราวนี้ไอเดียภาค 3 โรเมโร่ทุ่มทุนหลายเท่าตัวโดยเรื่องราวจะเป็นสโคปที่ใหญ่คือ มีป้อมปราการขนาดใหญ่ใต้ดิน มีการฝึกซอมบี้ไว้เป็นทาสในชั้นปกครอง

แค่ไอเดียสุดอลังการ ก็ทำให้เขาได้ก้อนงบพอควร แต่ปัญหาบางประการก็ทำให้โดนหั่นงบครึ่งนึง ทำให้ไอเดียสุดอลังการต้องถูกพับเก็บไปบางส่วน เรื่องราวจึงกลายเป็นกลุ่มผู้รอดชีวิตที่มาหลบภุยในศูนย์ใต้ดินเหมืองที่ได้พบ ดร.โลแกน ที่กำลังทดลองฝึกซอมบี้ให้สามารถเชื่อฟังได้ แต่ ผู้กองบ้าอำนาจกลับคิดว่าเป็นเรื่องไร้สาระ ก่อนจะเกิดความวุ่นวายเมื่อฝูงซอมบี้บุกมาถึงเหมืองใต้ดิน จึงเกิดความวายป่วงอีกครั้ง

แม้จะถูกหั่นงบ แต่โรเมโร่ก็สามารถทำหนังได้ตามที่เขาต้องการเพียง 50% แม้จะทำรายได้ที่ 34 ล้านเหรียญ แต่เขาก็ยังเชื่อว่าไอเดียของเขายังต่อยอดได้อีก แต่ต้องรอเวลาพอสมควรที่จะได้ชุบชีวิตอีกครั้ง

ลืมบอกไป เกร็ก นิโคเทโร่ มือเอฟเฟคและผู้กำกับซีรีส์ The Walking Dead เคยเป็นทีมงานในหนังชุดนี้ แล้วเคยไปแสดงกับเขาด้วย



(4)

20 ปีที่รอคอย กลับมาคืนชีพอีกครั้ง (Land Of The Dead - Survivor Of The Dead)

เข้าสู่ยุค90 โรเมโร่ก็ไปทำหนังแนวอื่น แม้จะได้มากำกับโฆษณาวีดีโอเกม Resident Evil 2 (เกือบจะได้กำกับภาคหนังแต่ลงเอย พอล แอนเดอร์สันได้รับตำแหน่งนี้ไป) แต่เขาใช้เวลาที่ว่างเขียนภาคต่อที่มีการนำไอเดียจาก Day มาปรับใช้ แต่จนแล้วจนรอดก็ยังไม่มีโอกาสได้เป็นรูปเป็นร่างเลยซักครั้ง

เข้าสู่ยุค 2000 ซอมบี้ได้รับความนิยมมากขึ้นโดยเฉพาะวีดีโอเกม และ หนังซอมบี้อย่าง 28 Days later ที่ทำให้พวกมันยังคงโลดแล่นได้ จนมาถึงวาระ Day of The Dead ฉบับรีเมคของ แซ็ค ชไนเดอร์ ที่ทำรายได้ถล่มทลาย ยูนิเวอร์แซล สตูดิโอ จึงมอบโอกาสให้โรเมโร่ทำภาคต่อตามที่ฝันมานาน ในชื่อเรื่อง Land Of The Dead

 เรื่องราวในภาคนี้คือเหตุการณ์ผ่านไปหลายปีเมื่อกลุ่มคนเป็น สร้างกำแพงป้องกันฝูงซอมบี้ แต่ก็ยังมีการแบ่งชนชั้น คนรวยใช้ชีวิตสำราญเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น เหล่าคนจนก็อยู๋ใกล้กำแพง บ้างก็ออกเดินทางนอกเมืองหาข้าวของมาใช้เผื่อจะยกระดับตัวเองได้บ้าง แต่พวกเขาไม่รู้เลยว่าฝูงซอมบี้เริ่มมีการพัฒนาด้านสติปัญญาที่เทียบเคียงกับมนุษย์ (ผลจากภาค Day Of The Dead) ฝันร้ายกำลังคืบคลานเข้ามาในตัวเมือง

แม้จะกลับมาในรอบ 20ปี แต่ซอมบี้ของโรเมโร่ยังคงร่วมสมัย ไม่รวดเร็วเหมือนปัจจุบัน แต่ก็ทำรายได้พอที่จะได้ทำอีกสองภาคคือ Diary Of The Dead ที่เล่าเหตุการณ์ก่อน Night ผ่านกล้องวีดีโอของนักศึกษาทำหนัง แล้วปิดท้ายด้วย Survivor Of The Dead ที่เล่าถึงความขัดแย้งสองตระกูลในเกาะเล็กๆที่เต็มไปด้วยฝูงซอมบี้ 

ซึ่งหลังจากนั้นก็ไม่ได้เห็นผลงานของโรเมโร่อีกเลย แม้ว่าจะได้มีโอกาสเขียนการเรื่องราวในการ์ตูนกับ Marvel เรื่อง Empire of The Dead ทำให้ Survivor Of The Dead คือผลงานเรื่องสุดท้ายของเขา เป็นการปิดฉากหนังชุดซอมบี้ที่เขาปลุกปั้นมา 40ปี 


(5)

สิ่งที่โรเมโร่ได้ฝากไว้ให้กับพวกเรา

เสน่ห์ของหนังโรเมโร่ ที่นอกจากจะได้สร้างพล็อตซอมบี้ยุคใหม่ฟื้นมาเพื่อครองโลกนั้น สิ่งหนึ่งที่เขาได้ใส่ลงไปในหนังทุกเรื่อง คือการสะท้อนและตั้งคำถามทั้งเรื่องสงคราม, เศรษฐกิจ และสังคมที่เกิดขึ้นในช่วงเวลานั้นๆ ให้คนดูมีความรู้สึกร่วมไปกับมัน

ซอมบี้ก็เหมือนประชาชนที่ผ่านความรู้สึกเจ็บปวดในช่วงเวลานั้น ไม่ต่างจากคนเป็นๆแบบเราก็ว่าได้.....

ผมเชื่อว่าแม้วันนี้เขาจะจากไป

แต่ผลงานของเขานั้นจะอยู่ในใจแฟนๆตลอดไป

เพราะถ้าไม่มีเขา

ก็ไม่มีซอมบี้ออกมาให้เราได้เชยชมไปกับมัน

ขอบคุณครับ...โรเมโร่



SHARE
Written in this book
POPCORN DIARY
เรื่องราวสนุกๆ ในโลกภาพยนตร์
Writer
DreamerWriter25
Rookie Writer
นักเขียน / นักฝัน (สมัครเล่น)

Comments