ความตายที่รัก
ถึงจะทำหนังสือแต่งงานมานาน แต่แปลกที่ถ้าต้องเลือกฉันชอบไปงานศพมากกว่างานแต่ง
 อาจเพราะรู้สึกว่า ยามมีความสุข โลกแคบลงเสมอ ดังนั้นไม่ว่าห้องบอลรูมจะจุคนได้เท่าไหร่มีเราหรือไม่มี ความสุขก็อัดแน่นเต็มห้องอยู่ดี ในขณะที่ยามความทุกข์จากความสูญเสียมาเยือนต่อให้มีคนนั่งรายล้อมอยู่รอบตัว เราก็ยังรู้สึกว่าศาลามันใหญ่ โลกมันอ้างว้างและกว้างจนน่าใจหาย การไปงานศพจึงไม่ใช่แค่การไปถมที่นั่งว่างให้เต็มสิ่งที่หายไปยังไงก็ไม่กลับคืนมา แต่เพื่อไปให้คนที่เพิ่งเห็นว่าโลกใบใหญ่เกินไปได้รู้ว่ามีอะไรเหลืออยู่บ้าง และสิ่งที่เหลืออยู่นี่แหละ ที่จะช่วยประคับประคองตัวเขาหรือเธอให้ผ่านเหตุการณ์นี้ไปได้ในที่สุด และความจริงที่แสนทิ่มแทงและเห็นแก่ตัวสุดๆนั่นคือ การได้สงสารใครสักคนจะทำให้คุณรู้สึกดีกับตัวเองยิ่งกว่าการได้ไปแสดงความยินดี ... ไม่เชื่อลองดู 

ถึงอย่างไร สุดท้ายแล้วคุณก็จะพบว่า ทั้งเรื่องงานแต่งและงานศพ บริบทพื้นฐานของมันก็คือเรื่องของความรักที่แสดงออกในภาคซึ่งแตกต่างกันไป ฉันมีหนังสือหนึ่งเล่ม ที่พูดถึงความรักและความตายอันเกี่ยวเนื่องกันได้อย่างน่ารักน่าชังแถมกวนประสาทสุดๆ เรื่องราวที่เกิดขึ้นในหนังสือไม่ได้ทำให้คนอ่านรู้สึกว่าการสูญเสียคือจุดจบของชีวิต แต่เป็นการเริ่มต้นใหม่ซึ่งไม่ได้อาศัยแค่โชคชะตาหรือพรหมลิขิตบ้าๆ บอๆ มาบงการ มันประกอบไปด้วยตัวตนอันแท้จริงและจังหวะชีวิตที่ต่างกันของชายหญิงคู่หนึ่ง. หนังสือเล่มนี้ชื่อว่า “ชายหนุ่มหลุมข้างๆ” เขียนโดยคาธาริน่า มาเซตติ นักเขียนชาวสวีเดน 

หนังสือว่าด้วยหญิงสาวคนหนึ่งซึ่งทำงานในห้องสมุด เธอมีความรู้ดี มีชีวิตคู่เรียบๆ ตามแบบแผน ทว่าฉับพลันสามีเรียบๆ ก็ตายจากไป เธอมีกิจกรรมไปพูดคุยเชิงตัดพ้อที่หลุมศพเรียบๆของสามีทุกอาทิตย์ ยิ่งนานวันเจ้าตัวก็ยิ่งพบความจริงแปลกๆ ว่าความตายของเขาอาจจะดีกับชีวิตอันเรียบๆของเธอก็ได้ ในระหว่างนั้นเธอได้พบกับ “นายบ้านป่า” ซึ่งเป็นเจ้าของหลุมศพแสนฉูดฉาดหลุมข้างๆ. ความสัมพันธ์ที่เริ่มต้นบนโลกของการสูญเสียคนรักอย่างถูกทำนองคลองธรรมเป็นเรื่องยากอย่างไม่น่าเชื่อเมื่อเทียบกับการรักแบบนอกกรอบ. อาจเพราะทั้งสองอยู่บนพื้นฐานความคิดซึ่งแตกต่างกันอย่างสุดขั้ว เธอเป็นนักคิด เป็นชนชั้นกลาง. เป็นชาวเมืองผู้รุ่มรวยวัฒนธรรม ส่วนเขาเป็นนายบ้านป่านิ้วไม่ครบ สนุกกับการทำไส้กรอก และอ้าปากสนทนากับหมูและวัวได้คล่องกว่าคน ความจืดของฝ่ายหญิง (ที่พระเอกเรียกว่ายัยกุ้งแห้ง)ที่ต้องฟันฝ่าค่านิยมว่าการมีเมียเหมือนมีม้าใช้อยู่ในบ้านของฝ่ายชาย. และความดิบของฝ่ายชายที่มองไม่เห็นความจำเป็นที่ต้องเสียเวลาเสพความรื่นรมย์ของบรรยากาศรอบตัวของฝ่ายหญิง ในเมื่อหมูยังรอ วัวยังร้อง เป็ดไก่ยังไม่ได้เก็บไข่ฯลฯ ช่วยไม่ได้ที่เขาอยากจะฟังเสียงรถแทร็คเตอร์มากว่าเสียงเพลงแจ๊สของเธอ เช่นเดียวกัน เสื้อผ้าดีๆ ที่เธอเลือกให้ก็กลับไม่สำคัญเท่ากับเสื้อเชิ้ตเสร่อๆ ที่เขาใส่รีดนมวัวทุกวัน. ยิ่งอ่านก็ยิ่งงงว่า. แล้วหนุ่มสาวที่นั่งเหงาอยู่บนเก้าอี้ตรงหลุมฝังศพข้างๆ กัน อาศัยอยู่ในโลกที่มีวัฒนธรรมความเชื่อคนละฝั่งกันจะมารักกันได้อย่างไร 

 สำหรับฉัน คิดว่าคำว่า “สูญเสีย” เป็นกุญแจสำคัญที่ทำให้ทั้งคู่เริ่มต้น ความสูญเสียทำให้โลกบางส่วนของเราถูกปิดตาย ความว่างเปล่าที่เกิดขึ้นทำให้ต้องทบทวนชีวิตที่ผ่านมา เพื่อจะพบว่าเราพลาดอะไรไปบ้างและอยากจะแก้ไขสิ่งต่างๆ ให้ดีขึ้น เมื่อมีใครสักคนมาพร้อมความว่างเปล่าทำนองเดียวกัน. การอยากแก้ไขอันเป็นผลมาจากความสูญเสียจึงเป็นตัวกระตุ้นให้ประตูเชื่อมโลกอันแตกต่างของคนสองคนเปิดออก. ตลอด 213 หน้า ทั้งคู่มีความแตกต่างกันมากมาย แต่ลึกๆ แล้วมีจุดร่วมที่เหมือนกันคือ ความรู้สึกไม่พึงพอใจความเป็นอยู่ของตัวเอง โลกที่วิ่นแหว่งตั้งแต่เริ่มต้นไม่มีทางลงเอยได้อย่างสมบูรณ์แบบ ถ้าอยากเดินไปสู่อนาคตด้วยกัน. ทั้งเขาและเธอต้องปรับตัว 

แต่คำถามคือ ความรักมีอำนาจรุนแรงพอที่จะผลักดันเราให้ก้าวข้ามคอมฟอร์ทโซนเดิมๆหรือเปล่า การสูญเสียเป็นเรื่องปกติ การเริ่มต้นใหม่เป็นเรื่องธรรมดา แต่ใช่ว่าทุกคนจะสามารถทำได้ นาโอโกะ แห่ง Norwegian Wood เป็นตัวอย่างหนึ่งที่ไม่สามารถข้ามผ่านความสูญเสียชายที่ผูกพันมากมายตั้งแต่วัยเยาว์. เธอจมจ่อมอยู่ในหลุมแห่งความเศร้าและไม่สามารถปีนขึ้นมาจนกระทั่งวันสุดท้ายของชีวิต เคียวฮง ยอดฝีมือแห่งแปดเทพอสูรมังกรฟ้าทำใจไม่ได้เมื่อผู้หญิงที่ไล่ตามเขามาตลอดทั้งเรื่องตกหน้าผาตาย เขาตัดสินใจทำร้ายตัวเองและหลีกหนีออกจากยุทธภพ. จุนเซย์และอาโออิ ใน Blu & Rosso สูญเสียบางอย่างที่เป็นตัวเชื่อมในชีวิตคู่จนต้องเลิกรา. แต่หลายปีผ่านไปทั้งสองก็พบว่า ไม่มีอะไรเยียวยาความเจ็บปวดที่เกิดขึ้นได้ดีที่สุดนอกจากกันและกัน. พวกเขาจึงกลับมายืนเคียงข้างกันอย่างเดิม 

 ความเศร้าเป็นส่วนหนึ่งของความสูญเสียอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ มันเหมือนกับการมีหลุมดำอันไร้ที่สิ้นสุดเพิ่มเข้ามาในชีวิต เพียงแต่เราเลือกที่จะกลบมันแล้วปลูกดอกไม้ตกแต่งให้สวยงามกลับมาดูแลมันเรื่อยๆ เป็นระยะ ทว่าไม่จำเป็นต้องนั่งเฝ้าอยู่ตลอดเวลา เราไม่ได้ลืมสิ่งที่จากไป. แต่ไม่จำเป็นที่เราต้องยึดติดกับมันตลอดกาล “ถ้าวันนี้โชคยังไม่รับสาย แต่อย่างน้อยสัญญาณก็ยังไม่ตัด จริงไหม” ชีวิตยังต้องมีความหวัง บางที ในจังหวะดีๆ อาจจะมีชายหนุ่มหลุมข้างๆเดินผ่านมารดน้ำต้นไม้ให้คุณสะดุดตาก็ได้ ถึงตอนนั้น คุณจะเอาพลั้วที่ขุดดินที่ใช้ถมหลุมเก่ามาฟาดหัวเขาพาเข้าบ้านไปทำความรู้จัก...ก็คงไม่มีอะไรจะเสียหายสาหัสกว่าที่ผ่านมาอีกแล้วแหละ 

เล่ามาทั้งหมดนี้ ...ถ้าฉันไปงานศพที่เผาในตอนจบล่ะยังไงต่อดี 
 “ใครหนอจะอยู่ข้างคนตาย ใครจะดูแลผลประโยชน์ของพวกเขา คอยฟังปัญหาของพวกเขา และคอยรดน้ำต้นไม้เขียวขจีของพวกเขา”
SHARE

Comments

BlankD
2 years ago
ชอบ
Reply
Nontalie
2 years ago
ขอบคุณค่ะ