My Love in U พบรักที่มหาลัย ตอนที่ 2

"กันต์..."

"กันต์...ตื่น..."

"กันต์!!! ตื่นได้เเล้ว!!!" เสียงตะโกนข้างหูทำเอาผมสะดุ้ง ผมพลิกตัวพยายามลืมตามองก็พบว่านายเอื้อมมือมายีผมผมเบาๆพร้อมหัวเราะ เพราะผมกำลังงัวเงียหรอกนะ ถึงได้ยอมให้มันยีผมเเบบนี้น่ะ

"ตื่นได้เเล้วนะ เดี๋ยวก็ไปสายหรอก"

"กี่โมงเเล้ว..." ผมถามเสียงเบา พลางยกมือขยี้ตา

"ตีห้าครึ่งเเล้ว เห็นนอนสบายเลยไม่อยากปลุก"

"พี่เค้านัดกี่โมง?" ผมค่อยๆลุกขึ้นนั่ง หยีตาเล็กน้อยเเละบิดตัวไปมา นายขยับตัวไปหวีผมตัวเองเเล้วพูดว่า

"หกครึ่ง ยังมีเวลาน่า ไป ไปอาบน้ำได้เเล้วนะ"

"เป็นเเม่กูรึไง?" ผมบ่นเบาๆ เเต่ก็ยอมลุกขึ้นขยับมือไปหยิบผ้าเช็ดตัวเเละเข้าห้องน้ำทันที

ผ่านไปไม่ถึงสิบนาที ผมก็อาบน้ำเเละเเต่งตัวเรียบร้อย ผมอาบน้ำไม่นานหรอกครับ จนโดนนายมันด่าว่าอาบน้ำหรือวิ่งผ่านน้ำกันเเน่ เอ้า ผมอาบปกติของผมนะ

ผมเเละนายเดินออกจากห้องเตรียมตัวไปที่ออกตะ ก่อนที่ผมจะรีบจับเเขนเพื่อนใหม่เเล้วดึงให้รีบวิ่งเพราะเสียงเรียกเเละเพื่อนๆคนอื่นนั่งรวมตัวกันเกือบครบเเล้ว

เเม้จะเป็นตอนเช้าเเต่เหงื่อบนใบหน้าก็เต็มจนผมรู้สึกหงุดหงิด ปาดเหงื่อออกตั้งหลายรอบ ก่อนที่จะหันไปรับกระดาษเช็ดชู่จากนายมาเช็ดหยาบๆ เป็นคนเหงื่ออกง่ายก็เเบบนี้เเหละครับ

"น้องๆ" พี่บีม พี่ฉายยยยยสันทนาการคนเมื่อวานตะโกนเสียงดังจนทุกคนหันไปสนใจ ก่อนที่จะยืนเงียบจนน่าสงสัย ก่อนที่จะได้รับคำตอบว่าต้องมีใครสักทีสั่ง 43 เเต่ไม่มีใครกล้าเลย จนผมหงุดหงิด จากที่หงุดหงิดเหงื่ออยู่เเล้ว กลับต้องมานั่งรำคาญเเบบนี้อีก เลยตะโกนออกไปเสียงดังว่า

"43!!!"

"คณะวิศวกรรมศาสตร์!สวัสดีครับ!/สวัสดีค่ะ!"

"สวัสดีครับน้องๆ เป็นไงบ้าง นอนหอวันเเรก หลับสบายดีไหม?"

"..."

"เเหม เเย่งกันตอบมากๆเลยนะ" พี่เขาขำ "เอาล่ะ ทานข้าวเช้ากันมาเเล้วใช่ไหม?" อ้าวผมยังไม่ทานเลย "ยัง? ไม่เป็นไร พี่ๆเตรียมไว้ให้เเล้ว" พี่เขาพูดอย่างนั้นก่อนที่จะหันไปคุยกับพี่ผู้หญิงที่ยินข้างๆ น่าจะเป็นพี่พราว เป็นผู้หญิงอวบๆ สูงใช้ได้ สีผมเด่นไม่เหมือนใคร ดูเป็นนางพญาในกลุ่มวิศวกรรม ไม่ใช่เพราะพี่เขาสวยหรอกนะครับ เเต่เพราะเสียงที่ทุ้มๆ ดังกว่าผู้ชายบางคน เเละสามารถคุมคนอื่นๆได้อยู่หมัด ผมเลยตั้งฉายาให้กับพี่เขา (อย่าบอกพี่เขาล่ะ ผมกลัวโดนรับน้องเเรงๆ)

"น้องๆ!" พี่พราวหันมาเรียกพวกเรา "ใครเดินไม่ไหวไหม? ยกมือดิ!" พี่พราวถามพร้อมกับมองหาคนเดินไม่ไหว ผมหันไปมองนาย เพราะเมื่อวานเห็นว่ามันหายใจหนักเเถมสีหน้าไม่ค่อยดีด้วย ถ้าครั้งนี้มันเดินอีกคงไม่ไหวเเน่ๆ

"มึงยกมือดิ"

"เรา?" นายชี้นิ้วไปที่ตัวเอง จนผมขมวดคิ้ว

"เออ กูคุยกับใครอยู่ล่ะ"

"เเต่เราไหวน่า ไม่เป็นไรหรอก"

"ถ้ามึงเป็นลมกูไม่ช่วยนะเว้ย"

"กันต์ใจร้าย"

"กูเตือนมึงเเล้ว เออ ตามใจ ไหวก็ไหว"

เเม้ผมจะพูดอย่างนั้น เเต่ก็อดที่จะห่วงไม่ได้ ทำไมมันดื้อเหมือนผู้หญิงเลยวะ อยากจะด่าเเต่ด่าไปก็ไม่รู้จะด่าไปทำไม ในเมื่อมันเองก็ยังจะเดินไปอยู่ดี เเต่ก็นะ อย่าให้มันเป็นลมเลย


ผมเป็นห่วงมัน...

(พาร์ท นาย)


ผมอาจจะคิดผิด....


รู้งี้น่าจะยกมือยอมไปกับพี่ๆดีกว่า ตอนนี้ผมหายใจเกือบไม่ทัน เเม้ออกตะกับตึกวิศวะห่างกันไม่มาก เเต่ก็ใช้ได้เพราะมันต้องเดินอ้อมไปอีกทาง เนื่องจากทางตรงเขากำลังก่อสร้าง จึงใช้เวลาพอสมควร ซึ่งตอนนี้ผมเริ่มจะไม่ไหวเเล้ว

"เฮ้ย มึงโอเคหรือเปล่า?" ผมเงยหน้ามองกันต์ที่หันมาถาม สีหน้าเเม้จะนิ่งเเต่คิ้วหนาที่ขมวดจนคล้ายจะเป็นปม ทำให้ผมรู้ว่าเขากำลังเป็นห่วงผม ท่านกลางเสียงสวัสดีตามธรรมเนียมชาววิศวกรรมศาสตร์

"เรา...โอเค..."

"เเน่นะ? ไม่ไหวบอกเลยนะเว้ย เดี๋ยวเป็นลมขึ้นมาจะเเย่เอา"

"อือๆ"


อีกนิดเดียว...


ผมได้เเต่นึกในใจ


เเต่ทำไมมันนานจังอ่ะ!!


ผมเริ่มไม่ไหวเเล้ว เผลอเอื้อมมือไปจับหลังเสื้อของกันต์เเละดึงเอาไว้ กันต์หันมามองอย่างตื่นๆเเละถามอย่างเป็นห่วงจนเพื่อนคนอื่นหันมามองเป็นตาเดียว

"เฮ้ย! ไหวไหมมึง?"

"ขอจับหลังเสื้อนะ"

"กูว่ามึงบอกพี่ดีกว่าไหม? มึงดูไม่ไหวเเล้ว"

"เราบอกว่าเราไหวไง" ผมเถียง มองกันต์ที่ถอนหายใจเเต่ยอมให้ผมจับหลังเสื้อเอาไว้เเล้วเดินนำผมโดยที่เดินรอผมด้วย

"มึงนี่ดื้อว่ะ" ประโยคที่คล้ายว่าจะด่า เเต่ทำไมผมรู้สึกว่าคำพูดมันดูเป็นห่วงมากกว่า หรือผมคิดมากไปเองครับ?

"น้องครับ ไหวไหม?" รุ่นพี่ที่ยินรออยู่ตามจุด เมื่อเห็นผมเป็นอย่างนั้นก็อดเป็นห่วงไม่ได้ จนผมต้องยิ้มให้เเละส่ายหน้าเบาๆ ก่อนที่จะเดินตามกันต์ไป เเละตอบคำถามเพื่อนๆคนอื่นที่เป็นห่วงจนผมรู้สึกผิด

"พี่ เพื่อนผมไม่ไหว ให้มันขึ้นลิฟท์ได้ไหม?" ทันทีที่ถึงตึกคณะ กันต์จับเเขนผมเเละดึงไปหารุ่นพี่คนหนึ่งที่ยืนรอลิฟท์อยู่ 

"กันต์ เราไหวน่า..."

"เราไหวเหรอ?"รุ่นพี่หันมาถามผม

"มันไม่ไหวพี่ พาไปเลยๆ" กันต์ตอบเเทนผมพร้อมผลักให้ผมไปยืนข้างๆรุ่นพี่คนนั้น ผมทำท่าจะเถียงกลับ เเต่สีหน้าของกันต์ทำเอาผมเงียบ


กันต์ทำหน้าดุผมอ่ะ!!!


"น้อง ถ้าไม่ไหวก็อย่าเลย เพิ่งเดินมาเหนื่อยๆ ขึ้นชั้น6 อีก เดี๋ยวก็เป็นลมไปหรอก"

"...เเต่"

"เจอชั้นบน" กันต์ว่าเเค่นั้นก่อนที่จะกลับหลังวิ่งขึ้นบันไดไป ผมหน้างอ เเต่เอาจริงๆผมไม่ไหวเเล้วล่ะ ถ้าขึ้นอีกหกชั้นผมคงเป็นลมเเน่ๆ

หลังจากที่พี่พาผมขึ้นลิฟท์ ผมก็เดินเข้าห้องโถงทันที เเละไปนั่งข้างกันต์ที่เขาจองที่ไว้ให้ ผมหายใจหอบ พยายามยกมือขอยาดมจากรุ่นพี่ฝ่ายพยาบาล เเต่ก็ต้องชะงักเมื่อคนที่นั่งตรงหน้ายื่นยาดมมาตรงหน้าผม

"เอาไปดิ เดี๋ยวเป็นลม"

"ขอบใจนะ"

ผมรับเเละค่อยๆดม รู้สึกค่อยยังชั่ว มองกันต์ที่หันมามองผมด้วยสีหน้านิ่งๆ จนผมรู้สึกผิด ผมไม่อยากให้กันต์เขารู้สึกว่าผมเป็นภาระสำหรับเขาหรอกครับ ไม่อยากเลย

"โกรธเหรอ?"

"กูโกรธมึง?"

"อือ โกรธเราเหรอ?"

"เเล้วกูควรโกรธมึงไหม?" ผมส่ายหน้าเบาๆ

"อย่าโกรธเราดิ เราไม่ได้อยากเป็นภาระสักหน่อย"

"เดี๋ยวๆ" กันต์ยกมือห้าม "เป็นภาระ? มึงคิดว่ากูโกรธเพราะมึงเป็นภาระ?"

"หรือไม่ใช่?"

"55555555 มึงคิดเหี้ยไรของมึงเนี่ย" กันต์หัวเราะก่อนที่จะโขกหัวผมเบาๆ จนผมย่นหน้าใส่

"หัวเราะเราทำไม? มันตลกรึไง?"

"กูหัวเราะเพราะความคิดไปไกลของมึง" กันต์ยิ้ม เป็นครั้งเเรกมั้งครับที่ผมเห็นเขายิ้ม "ฟังกูนะ ที่กูจะโกรธ ไม่ใช่เพราะกูโกรธเรื่องมึงเป็นภาระ เเต่เป็นเพราะมึงไม่ห่วงตัวเองเลย"

"..."

"รู้อยู่ว่าไม่ไหว ก็ยังจะดื้อ ก็ยังจะฝืนเดินอีก ถ้าเกิดเป็นลมขึ้นมา ไม่ใช่เเค่มึงที่เเย่ เเต่รุ่นพี่เองก็เเย่เหมือนกัน อาจจะโดนดุได้ว่าทำไมไม่ดูเเลรุ่นน้องให้ดี"

"..."

"รวมถึงกูด้วย"

"กันต์? ทำไม?" ผมทำหน้าไม่เข้าใจ

"กูเป็นห่วงมึง"

"..."

"มึงเพื่อนกูนะเว้ย จะไม่ให้เป็นห่วงได้ยังไง ทีหลังอย่าทำให้กูเป็นห่วงมึงมากกว่านี้ เข้าใจไหม? ไอ้เตี้ย" กันต์ด่าผมอีกรอบก่อนที่จะเเกล้งยีหัวผมจนผมต้องตีมือไปหนึ่งครั้ง

"ด่าเราเตี้ยเหรอกันต์!"

"ด่าคนที่นั่งข้างมึงมั้ง?"

เเหม่ สะดุ้งเป็นเเถวเลย...

"ขอโทษที่ทำให้เป็นห่วงก็เเล้วกัน"

"เออ เข้าใจก็ดี"

ผมย่นหน้าใส่เขาเล็กน้อยก่อนที่จะหันความสนใจไปกับยาดมที่อยู่ในมือ ในหัวมีเเต่ประโยคที่คนตัวสูงกว่าผมพูดเวียนหมุนอยู่ในนั้น

เขาไม่รู้หรอกว่าทำไมผมถึงอยากเดินทั้งที่รู้ว่าเดินไม่ไหว

ผมก็เเค่...

ไม่อยากโกงคนอื่น คนอื่นๆยังเดินไหวเลย ผมเป็นผู้ชายนะทำไมจะเดินไม่ได้

เเละที่สำคัญ...

ผมเเค่อยากเดินกับคนที่ด่าผมว่าไอ้เตี้ยเท่านั้นเอง...

ผมผิดเหรอครับ??

(จบพาร์ท นาย)

SHARE

Comments