Rape me, Rape me (ข่มขืนฉันสิ)
ฉันลากเม้าส์ที่จับอยู่เลื่อนลง กวาดตาอ่านข้อความหน้าฟีดซ้ำล้วซ้ำเล่า เนื้อหาใจความคือใบแจ้งพักการเรียนใครสักคนอย่างถูกกฎหมาย ข้อหากระทำชำเราผู้อื่นในย่านหอพักนักศึกษา ใบถูกถ่ายจากผู้ถูกกระทำ ข้ออ้างของฝ่ายชายคือเมา!

มันอ้างว่าเมาไม่ได้สติ....

ฉันกวาดตาอ่านใจความบนรูปที่ฝ่ายหญิงพิมพ์ เนื้อหาเชิงปลุกใจผู้หญิงทุกคนที่เคยโดนขมขื่นกล้าออกมาพูดความจริง กล้าฟ้องร้องต่อตำรวจ กล้าจะบอกกับทุกคนว่าพวกเธอไม่ใช่ฝ่ายที่ต้องมานั่งอับอายจากสิ่งที่ใครบางคนฉวยโอกาสทำเรื่องแย่ๆ กับพวกเธอ หลังจากนั้นฉันกวาดตาอ่านคอมเม้นต์รูปต่อ และก็เป็นไปตามคาด... 

แม้กระทั่งผู้หญิงเป็นเหยื่อ ก็ยังมีคนโทษว่าเธอดูแลตัวเองไม่ดีเอง
มันไม่ใช่ความผิดของเด็กสาวที่เป็นเหยื่อของความรุนแรงทางเพศ แต่มันเป็นความผิดเราที่ไม่ได้สั่งสอนลูกชายให้เป็นมนุษย์เพียงพอ
ทำไม?
ทำไมต้องเป็นเด็กสาวที่ต้องอับอายจากการถูกกระทำย่ำยี พรากศักดิ์ศรีของคนนึงไป?

ทำไมสังคมถึงชอบพุ่งเป้าใส่เหยื่อสาวว่า เธออ่อยอีกฝ่ายรึเปล่า แต่งตัวโป๊ไหม อยู่กับผู้ชายสองต่อสองใช่มั้ย? เธอทำท่าทางจนเขาคิดว่าเธอให้ท่ารึเปล่า?

ทำไมความคิดเห็นเหล่านี้ยังมีอยู่ในโลกยุคปี 2017 ปีที่เพศทางเลือกเบ่งบาน ปีที่เราเลิกค้าทาสแล้ว ปีที่เรายอมรับความเท่าเทียมระหว่างเพศกันแล้ว?

แล้วทำไมคำครหาพวกนี้ไม่เคยจากไปเสียที?


ย้อนกลับไปสองปีที่แล้ว...

ฉันเองมีกรณีแบบนี้เกิดขึ้นกับตนเอง ฉันพูดเลยว่ามันคือตวามผิดฉันเองที่คิดว่าเขาคงไม่กระทำเรื่องเลวอย่างนี้ได้ ไม่มีคนปกติที่ไหน เขาจะกล้าทำเรื่องอย่างนี้หรอก 

แต่เพราะความผิดพลาดที่เกิด และเราต่างไม่ได้สติ  โชคดีที่ฉันหยุดทุกอย่างทัน  ฉันวิ่งรักษาตัวเองเกือบเดือน ด้วยความหว้งว่าขอให้ไม่เจอกันอีกพอ ทั้งค่ายา ค่าเจาะเลือดเป็นเงินของฉันหมด  เขาไม้เคยถามเลยด้วยซ้ำ 

หลังจากช็อกอยู่วัน ฉันออกไปรักษาตัว ไม่กล้าบอกว่าโดนขมขืนมา แต่พอหมอถามมากเข้า สุดท้ายหมอก็พาไปแผนกฉุกเฉิน มีหมอที่เตรียมจดคำให้การ ตอนน้้นฉันแค้นมาก อยากแจ้งความไว้ แต่พอถามรายละเอียด ปรากฎว่ารูปการณ์ฉันเสีย ฉันไม่สามารถฟ้องร้องอะไรได้เลย (ภายหลังเพื่อนฉันบอกว่าเขามีหน้าที่แค่จดคำให้การณ์ เขาไม่มีสิทตัดสิน) หลังจากนั้นฉันรักษาตัวจนหายดี และตามไปต่อว่าอีกฝ่าย จากนั้นเราไม่เจอกันอีกเลย

เรื่องที่อยากบอกคือ คนเรารู้หน้าไม่รู้ใจหรอก เราคิดว่าคนปกติไม่มีใครทำ แต่คนส่วนมากที่โดนก็มาจากคนไว้ใจทั้งนั้น
มันไม่เคยเป็นความผิดของผู้หญิงที่ตกเป็นเหยื่อ ต่อให้เธอแก้ผ้าให้ดู คุณก็ไม่มีสิทธิไปข่มขืนเธอ ตราบที่เธอไม่สมยอม 
อาการเมาก็เข่นกัน คุณไม่ควรฉวยโอกาสกับคนไม่ได้สติปะวะ เราเคยดูสารคดีเรื่องชมรมล่าแต้มของ documentary club ที่เปิดโปงคดีข่มขืนใมหาลัยดังระดับโลกอย่างอ็อกฟอร์ด เยล และทั่วโลกที่ดังๆ ส่วนมากอธิบดีมหาลัยไม่สนใจเหยื่อด้วยซ้ำ หนำซ้ำเข้าข้างคนกระทำผิด บางกรณีผู้กระทำให้การว่าเพราะร่างกายของเหยื่อตอบสนอง จึงเข้าใจว่าเธอสมยอม!

fuck! เรากำลังอาศัยอยู่บนโลกแบบไหนกัน?
เรายืนอยู่บนโลกที่มองดูเรื่องพวกนี้ปกติเหรอ ร่างกายเป็นกลไกของสมองปะ ตราบที่เธอไม่สมยอม คุณก็ไม่มีสิทธิอะไร อ้างว่าเมาก็ฟังไม่ขึ้นหรอก!


โดยส่วนตัว เราคิดว่าลึกลงไป โครงสร้างสังคมเคยชินกับการมีเพศชายเป็นใหญ่และเรามองเพศหญิงเป็นแค่แม่บ้าน เครื่องระบายความใคร่ไม่ได้หายไปไหนหรอก เพียงแค่ถูกกดทับซ้อนกับยุคสมัยที่ความเท่าเทียมทางเพศเบ่งบานเท่านั้น 

เราคุ้นเคยกับการหาคนโทษแทนที่จะโทษตัวเราเองว่าเราผิดพลาดอะไร ทำไมเราถึงสร้างสัตว์ร้ายออกมาแทนที่จะเป็นมนุษย์ที่เห็นค่าความเท่าเทียมนุษย์ผู้อื่น 

ปล เราตั้งชื่อตอนเพื่ออุทิศให้กับเพลง Rape me ของ Nirvana มีหลายคนว่ามันไม่เหมาะสม แต่เนื้อจริงๆ คือการประชดประชันของเหยื่อถูกข่มขื่น





SHARE
Writer
Janiva
No one
A girl who loves writing, emotional, sold my soul to devil, love sadness, disappointed daughter.

Comments