ผมรู้สึกว่าวันนี้ช่างผ่านไปอย่างไร้ค่า…หรือเปล่านะ
Fandom: Produce101(JBJ Unit)
SWU, Thailand AU
Rate G
Just be joyful 'n Enjoy reading :)




ผมรู้สึกว่าวันนี้ช่างผ่านไปอย่างไร้ค่า…หรือเปล่านะ
.
.
.
เพราะไม่ได้นอนตลอดคืนทำให้ตอนนี้สภาพของผมไม่ต่างอะไรจากซอมบี้เท่าไร แถมยังต้องมาเป็นภาระให้ไอ้โด่งต้องมาลากถูผมไปมาเพื่อไม่ให้โดนทิ้งอีก แต่โชคยังดีหน่อยครับที่ฝนตกในตอนเช้าทำให้เขาไม่ตรวจความเรียบร้อยอะไรมากมายและเข้าโรงยิมได้ทันทีและที่นั่งของผู้ชายเป็นที่นั่งชั้นบนสุดของอัฒจันทร์หรือที่พวกผู้หญิงเรียกว่าบัตรดอยชั้นถูกที่สุดนั่นแหละครับ แต่สำหรับผมตอนนี้ผมขอเรียกมันว่าบัตรนอนชั้นพรีเมี่ยมจะดีกว่า เพราะตลอดช่วงเช้าที่ผ่านมาผมแทบจะไม่ลืมตาตื่นขึ้นมาดูเลย...พูดตามตรงครับ แม้แต่หน้าท่านรองอธิการฯผมยังไม่เห็นเลย หลับเหมือนซ้อมตายเลยก็ว่าได้

ผมมารู้ตัวอีกทีก็ตอนที่พี่ ๆ แจกข้าวกลางวันให้นี่แหละครับ ก่อนหน้านี้ที่เขาเล่นโค้ดกันผมก็ยังหลับอยู่จนไอ้โด่งยังต้องถามว่าผมหลับไปได้ยังไง
“น้องครับ ใครที่จะเข้าห้องน้ำพี่จะเรียกเป็นแถวไปนะครับ”
เสียงรุ่นพี่คนหนึ่งประกาศขึ้นมาในตอนที่พวกเรากำลังกินข้าวอยู่ ตอนแรกผมก็ไม่ปวดหรอกครับ เลยนั่งรอก่อนให้พี่เขาเรียกก่อนถึงค่อยลุกไป แต่ปรากฏว่ารอจนเขาเปิดนายานาจบไปเพลง ตามด้วยเพลงอื่น ๆ จบไปหลายเพลงก็ยังไม่เห็นวี่แววว่าพี่คนไหนจะมาเรียกเลยครับ นั่งดูพวกเด็กศิลปกรรมเต้นมันก็เพลิน ๆ ดี แต่ด้วยความที่เข้าห้องน้ำครั้งสุดท้ายคือตอนตีสามทำให้ตอนนี้น้ำในตัวผมมันเริ่มต้องการหาทางออกแถมยังประท้วงด้วยการมารวมตัวกันแล้วครับ
“มึง เขาจะตั้งเวทีเสร็จแล้วแต่พี่ยังไม่เรียกเลยว่ะ”
ผมหันไปหาไอ้โด่งที่เพิ่งรวมกล่องข้าวส่งให้ข้างหน้าไป แต่ก็ไม่อยากบอกมันตรง ๆ ครับ เดี๋ยวมันด่าว่าไม่เตรียมพร้อม
“จะเข้าห้องน้ำ?”
“เออ”
พี่โด่งผู้แสนฉลาดมองผมเล็กน้อยก่อนจะส่ายหน้าเชิงเหนื่อยหน่ายใจให้ผมก่อนจะลุกเดินนำออกไป ผมก็ไม่รอช้ารีบลุกตามไปทันที

แต่มันก็ใช่ว่าลุกมาจะได้เข้าเลยครับ

“น้อง ๆ ตอนนี้ทางสภาไม่อนุญาตให้เข้าห้องน้ำแล้วนะ”

อ้าวเฮ้ย ไม่เหมือนที่คุยกันไว้นี่หว่า...

พอพวกผมเดินมาต่อแถวได้สักพักหนึ่งพี่จากข้างบนก็วิ่งลงมาครับ ราวกับฟ้าผ่าลงกลางใจ จะให้บอกอย่างไรดีล่ะ ที่จริงตอนนี้ผมก็พอจะกลั้นได้อยู่หรอก แต่พอพี่เขาบอกว่าต้องรอจนเสร็จพิธีผมก็เริ่มเป็นห่วงคนที่จะมาทำความสะอาดขึ้นมาเลยครับ ถึงแม้ว่าพวกพี่จะพยายามพูดเพื่อให้พวกผมรู้สึกสำนึกว่าพวกผมควรจะกลับเข้าไปนั่งข้างในแต่สุดท้ายแล้วผมก็ต้องงัดไม้ตายสุดท้ายออกมาใช้ ยืนบิดไปบิดมาสักพักพี่ก็ให้ลงไป แต่ก็เข้านานไม่ได้ครับเพราะผู้หญิงกับผู้ชายต้องเข้าห้องน้ำเดียวกัน แอบสงสารพี่เขานะครับที่อะไร ๆ มันดูวุ่นวายแบบนี้

ถึงอย่างนั้นในความวุ่นวายก็ยังมีความโชคดีอยู่ครับ พอพวกผมเดินขึ้นมาก็เจอกับพี่เคนพอดี วันนี้พี่เคนอยู่ในชุดพิธีการจัดผมเรียบร้อย พอดูกับแว่นกรอบโตนั่นยิ่งดูคงแก่เรียนครับ แต่ท่าทางเวลาพี่เขารีบ ๆ แบบนั้นก็ทำให้พี่เขาดูเหมือนกระต่ายไม่มีผิดเลยล่ะ จากที่กึ่งหลับกึ่งตื่นก็ตื่นเต็มตาเลยครับ
“นั่นพี่เคนหนิ” ไอ้โด่งที่เห็นผมยืนมองพี่เขาอยู่ทักขึ้น
“ก็เออดิ”
“แล้วมึงจะยืนอยู่ตรงนี้ต่อเหรอวะ”
“...”
“นี่กูเป็นเพื่อนหรือเป็นพ่อมึงวะ”
พูดจบไอ้โด่งก็ส่ายหัวตามแบบของมันให้ผมก่อนจะดึงแขนผมแล้วเดินดุ่ม ๆ เข้าไปหาพี่เคนที่ยืนคุยกับรุ่นพี่อีกคนอยู่
เฮ้ย ใจเย็น ๆ นะเพื่อน

“พี่เคนสวัสดีครับ”
เมื่อเดินมาถึงไอ้โด่งก็ทักพี่เขาทันทีเหมือนกับว่ามันคิดมาก่อนแล้ว ส่วนพี่เคนที่โดนเรียกก็หันมานิ่ง ๆ ครู่หนึ่งก่อนจะร้องอ๋อขึ้นมา
“น้องโด่ง น้องดัง เป็นไงมั่ง”
ก็ยังดีนะครับที่พี่ยังจำพวกผมได้อยู่
“ก็ดีครับพี่ แต่ผมอยากมีเรื่องจะขอหน่อยน่ะครับ”
บอกได้เลยครับว่าไอ้ที่คุยอยู่ไม่ใช่ผมหรอกครับ เป็นไอ้โด่งเอง แต่อย่างมันเนี่ยนะครับมีอะไรจะขอพี่เขา ให้อมมาทั้งโบสถ์ก็ไม่เชื่อครับ
“หืม ขออะไรเหรอ”
“คือเพื่อนผมน่ะครับ เขาบอกว่าอยากได้เบอร์พี่”
หืม?
“เอาไปทำไมล่ะ”
นั่นสิ
“ผมไม่รู้เหมือนกันครับ แต่เหมือนเขาจะอยู่เอกเดียวกับพี่นะ”
เดี๋ยวนะไอ้โด่ง...กูว่ามันแปลก ๆ ละ
“อ๋อ อย่างนั้นเหรอ อื้ม ได้สิ”
ผมก็ไม่เข้าใจเท่าไรครับว่าไอ้โด่งมันกำลังพูดถึงอะไร เพราะตั้งแต่เจอหน้ากันมันก็ไม่เห็นพูดอะไรเลย...หรือเพราะผมหลับ ไม่หรอกครับ อย่างน้อยมันก็น่าจะเล่าให้ผมฟังนะ แล้วนี่อะไรของมันเนี่ย แถมพี่เคนยังตอบตกลงอีก รู้สึกหมาขึ้นมาเลยครับ
“ดัง กูไม่ได้เอาโทรศัพท์มาว่ะยืมของมึงหน่อยดิ”

ดูสิครับ ดูมัน ขอไปให้ใครก็ไม่รู้ยังมายืมเครื่องผมอีก

แต่ผมเป็นคนดีครับ เพื่อนขอผมก็ให้ยืม

ผมอิดออดเล็กน้อยพอให้มันเห็นก่อนจะหยิบโทรศัพท์ในกระเป๋ากางเกงส่งให้มันไป พอมันรับไปแล้วก็ส่งให้พี่เคนไป พี่เขารับไปกดอยู่พักหนึ่งก็ส่งคืนกลับมา ไอ้โด่งก็ไม่ได้ดูอะไรนะครับ กดล็อกหน้าจอแล้วส่งคืนผมเลย

ถึงอย่างนั้นผมก็ยังเคืองมันอยู่ดีครับ


“เดี๋ยวนะมึง ทำไมกูไม่เห็นรู้เรื่องเพื่อนมึงอะไรนี่เลยวะ”
ทันทีที่มาถึงที่นั่งผมก็ไม่ทนอัดอั้นตันใจอีกต่อไปครับ พอเห็นว่านั่งกันเรียบร้อยปุ๊บผมก็ตัดสินใจถามมันไป แต่ดูมันสิครับ พอผมถามมันก็มองผมตาขวางเชียว เพิ่มเติมมีส่ายหน้าให้อีก
“มึงตอบกูทีว่ามึงจบจากโรงเรียนดังขนาดนั้นได้ไงวะ”
“เกี่ยวอะไรกันวะ”
“เอาโทรศัพท์มึงขึ้นมา”
“อ่าหะ” ผมทำตามมันอย่างว่าง่าย
“เปิดรายชื่อ” มันเว้นช่วงให้ผมได้ทำตามที่มันสั่ง “เห็นเบอร์พี่เคนมั้ย”
“เห็น”
“แล้วทีนี้มึงเปิดไลน์”
“ทำไมวะ” ผมไปในขณะที่มือก็กดเปิดโปรแกรมแชทสีเขียวที่คุ้นเคยขึ้นมา
“เห็นอะไรนั่นมั้ย”
ไอ้โด่งชี้ไปที่มุมขวาของจอที่ขึ้นแจ้งเตือนสีแดงอยู่ พอผมกดตามเข้าไปเท่านั้นแหละครับก็เข้าใจทันทีเลยว่าไอ้โด่งมันหมายถึงอะไร

โคตรรักเพื่อนเลยครับ



‘KENTA was added’




“มึงหยุดยิ้มซะทีเถอะดัง กูสยอง”
โด่งที่เดินอยู่ข้าง ๆ ผมทักขึ้นขณะที่พวกเรากำลังเดินกลับหอกัน บอกเลยครับว่าช่วงบ่ายที่มีการบายศรีสู่ขวัญกันนั้นผมแทบจะไม่มีสมาธิอยู่กับพิธีเลยแม้แต่น้อย จับใจความได้แค่เขาพูดถึงที่มาของการบายศรี นอกจากนั้นเหรอครับ...
“มึงมองโทรศัพท์แบบนี้มานานแล้วนะ ถ้ามึงไม่คิดจะทำอะไรมึงก็เก็บเถอะ”
แล้วก็เป็นไอ้โด่งอีกเช่นเคยที่ทนไม่ไหว เนื่องจากผมนั่งมองจอโทรศัพท์มืด ๆ ของตัวเองมาร่วมชั่วโมงแล้ว ถ้าถามมันตอนนี้มันคงตอบว่าผมบ้าครับ เอาแต่นั่งมองจอโทรศัพท์แล้วยิ้มอยู่คนเดียว

ก็จะให้ทำอย่างไรล่ะครับในในเมื่อผมไม่รู้จะทักอะไรพี่เขาไปนี่
“มึงจะให้กูทักอะไรไปล่ะ ไม่ได้สนิทกับพี่เขาขนาดนั้นนะเว้ย”
“ตามใจ เชิญมึงมองจอมืด ๆ ของมึงไปเถอะ คราวนี้กูไม่ช่วยมึงแล้วนะ”
ว่าจบไอ้โด่งก็ยักไหล่แล้วเดินนำออกไปโดยที่ทิ้งผมไว้ข้างหลังจนต้องวิ่งตามมันไป ผมว่านะครับ ในสายตามันผมคงโง่น่าดู...

เดินไม่นานพวกผมก็เดินกลับมาถึงบริเวณหอพักของพวกเรา บรรยากาศรอบ ๆ ตัวดูวุ่นวายดีครับ มีทั้งจักรยาน รถจักรยานยนต์ อีกทั้งยังรถยนต์วิ่งกันให้เต็มไปหมด บางที่ผมก็กลัวนะครับว่าจะเกิดอุบัติเหตุ เพราะรถบางคันก็ใช้ความเร็วที่มากเกินกว่าที่ควรจะใช้วิ่งภายในสถานศึกษาเสียอีก ก็ได้แต่เป็นห่วงแหละครับ ทำอะไรไม่ได้

พอเดินไปอีกสักพักผมก็เห็นเต็นท์ผ้าใบสีขาวเรียงรายกันอยู่เป็นแนวยาวตามทางเดินไปจนถึงยังหน้าหอสิบ เดินอ่านตามป้ายดี ๆ ก็รู้ว่าเป็นเต็นท์สำหรับจัดแสดงของชมรมต่าง ๆ ดู ๆ แล้วชมรมที่นี่จะมีกีฬาหลากหลายเลยทีเดียว ดูจะมีมากกว่าชมรมวิชาการเสียอีก ก็ดูเหมาะสำหรับคนชอบเล่นกีฬาอย่างผมเหมือนกันครับ เดินตามทางมาเรื่อย ๆ จนถึงบริเวณที่เป็นลานกว้างก็มีการตั้งเวทีอยู่ ผมได้ยินเขาบอกกันมาว่าในวันพรุ่งนี้จะมีการแสดงการแสดงดนตรีสดของวงมหา’ลัยครับ แล้วยังได้ยินมาอีกด้วยว่าแสตมป์ อภิวัชร์มาร่วมด้วย ส่วนตัวผมว่ามันน่าสนใจที่สุดในตารางงานทั้งหมดแล้วล่ะ



แล้วเวลาที่ผมรอคอยก็มาถึงครับ เวลาที่ผมจะได้เข้านอนสักที ถ้าคืนนี้ผมอดนอนอีกผมคงอยู่ไม่จบงานค่ายอัตลักษณ์นี้แน่ ๆ แถมพรุ่งนี้ยังพี่ยังนัดสายกว่าเดิมหน่อยทำให้มีเวลาพักเพิ่มขึ้นอีกหน่อย ถือว่าชดเชยของคืนที่ผ่านมาไปครับ

พอกลับมาถึงห้องก็เห็นไอ้ตี๋ที่กำลังจะนอนเช่นกัน ตอนแรกก็สงสัยครับว่ามันจะรีบนอนไปทำไมทั้ง ๆ ที่เมื่อคืนมันก็นอนเร็ว ถามไปถามมาถึงได้รู้ว่าวิศวะเขานัดกันตีห้าครึ่งครับ เช้ามาก ผมล่ะนับถือพวกเด็กวิศวะจริง ๆ

คุยกันได้พักเดียวมันก็ขอตัวนอน ส่วนตัวผมก็แยกออกมาอาบน้ำ โชคดีหน่อยครับที่ห้องน้ำว่างพอดี ใช้เวลาไม่นานผมก็จัดการธุระของตัวเองเสร็จ แต่มันก็ใช่ว่าผมจะนอนหลับสบายได้อย่างที่วางแผนไว้นะครับ ทั้งหมดมันเป็นเพราะไอ้พี่ยักษ์คนเดียวเลย

ถ้าจะให้เล่าคงต้องย้อนไปเมื่อตอนมื้อเย็นที่พวกผมตกลงกันว่าจะไปกินข้าวกันที่โรงอาหารครับ ในตอนที่เดินหาโต๊ะว่างอยู่พวกผมก็บังเอิญไปเจอกับพี่ยักษ์ที่เป็นพี่รหัสไอ้โด่งเข้า ถ้าดูปกติภายนอกเขาก็เหมือนไอ้โด่งนั่นแหละครับ ดูเป็นคนเงียบ ๆ ไม่ค่อยคุยกับใคร แต่มันไม่มีหรอกครับคนแบบนั้นในเอกผม พี่ยักษ์แกนี่ข้อมูลเต็มหมดครับ มีอะไรถามพี่แกเลย แน่นอนว่าผมเองก็เป็นหนึ่งคนที่ได้ข้อมูลมาจากพี่เขาเช่นกัน

‘เคนน่ะเหรอ...มันไม่คิดมากหรอกใจดีขนาดนั้น ทักไปเลย’

ครับ นั่นแหละ เพราะประโยคเดียวของไอ้พี่ยักษ์คนเดียวเลยครับผมถึงได้เอาแต่นอนกลิ้งไปกลิ้งมามองจอโทรศัพท์แบบนี้มาสักพักแล้ว พูดมันก็ง่ายหรอกครับ แต่ให้ทำมันยากกว่าตอนสอบของหลาย ๆ รอบรวมกันเสียอีก...

อ่า ดัง สู้หน่อยสิวะ

ผมจัดการสไลด์หน้าจอเพื่อปลดล็อกโทรศัพท์ก่อนจะกดเข้าโปรแกรมแชทสีเขียวที่ใช้อยู่เป็นประจำ เลื่อนหารายชื่อในรายการโปรด ชั่งใจครู่หนึ่งก่อนจะกดเข้าไปในหน้าต่างสนทนา


‘สวัสดีครับพี่เคน’


พิมพ์ข้อความค้างไว้แค่นั้น แล้วกดปิดหน้าจอไป...


ผ่านไปได้ครู่หนึ่งหน้าจอก็กลับมาสว่างอีกครั้ง ผมนั่งจ้องหน้าจอพร้อมกับหัวใจที่เต้นเร็วขึ้นตามระยะระหว่างนิ้วมือกับหน้าจอที่ค่อยๆ เหลือน้อยเข้าไปทุกที และเหมือนกับว่ามันได้หยุดเต้นไปในวินาทีที่ปลายนิ้วสัมผัสกับจอ



ผมจะลองเชื่อพี่ดูก็ได้ครับพี่ยักษ์




*อธิบายเล็กน้อย*
สวัสดีค่ะ ตอนนี้เป็นตอนที่สองแล้วนะคะสำหรับฟิครีวิวงานอัตลักษณ์ของมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒเมื่ออาทิตย์ที่ผ่านมา เมื่อตอนแรกตื่นเต้นนิดหน่อยค่ะเลยไม่ได้เขียนอธิบายไว้เลย สำหรับตัวละครในเรื่องนี้มาจากยูนิตjbj ซึ่งประกอบด้วยแทฮยอน ซังกยุน ยงกุก เคนตะ แทดง ฮยอนบิน และดงฮันค่ะ โดยที่ดังก็คือดงฮัน โด่งคือแทดง พี่เคนของเราคือพี่เคนตะค่ะ ส่วนตี๋นี่ไม่ต้องสงสัยเลย ฮยอนบินนั่นเองงง ส่วนพี่ยักษ์ที่โผล่มาในตอนนี้คือพี่ยงกุกเองค่ะ หวังว่าทุกคนจะสนุกกับการอ่านนะคะ ถ้าชอบก็สามารถกดrecommendหรือกดแชร์ในแฟนเพจเฟสบุ๊ค พี่มศวพาน้องสอบ เพื่อเป็นกำลังใจได้นะคะ สามารถติดตามผลงานอื่น ๆ ได้ทางทวิตเตอร์ค่ะ ขอบคุณทุกคนมากนะคะ> <
SHARE
Written in this book
มันก็จะค่อย ๆ เปลี่ยนไป :)
เมื่อเราต้องย้ายไปที่ใหม่ๆ ก็ต้องมีการปรับตัวเป็นเรื่องปกติ...แต่ยังต้องปรับใจอีกนี่สิ แบบนี้เหนื่อยล่วงหน้าเลยได้มั้ย
Writer
My_Mint
writer
Twitter: @OwOey

Comments