The B door

'คุณไม่จำเป็นต้องลืมเธอคนแรก
แค่มีฉันเพิ่มไว้ในกล่องลิ้นชักของความทรงจำก็พอ'


ฉันไล่เขียนข้อความลายมือแกมตวัดด้วยปากกาลูกลื่นสีดำสนิทลงบนโปสการ์ด ถึงคนที่ฉันตกหลุมรักครั้งแรกและคิดว่าคงเป็นคนสุดท้าย

มีคำถามเกิดขึ้นซ้ำๆ อยู่หลายครั้ง
ในช่วงเวลาของชีวิตหนึ่ง
คนเราจะสามารถตกหลุมรักได้สักกี่ครั้ง?

...ครั้งเดียว...
นี่คือคำตอบของฉัน แต่เกรงว่าคงไม่ใช่ทุกคนที่มีคำตอบแบบเดียวกัน

การตกหลุมรักเป็นเรื่องที่ซับซ้อน ฉันอาจจะตกหลุมรักหลายครั้งก็ได้ หากเปิดใจและพังทลายกำแพงที่สร้างขึ้นเหตุเพราะกลัวการผิดหวังออกไป 

แต่น่าเศร้า... ที่ฉันกลับยินดีที่จะอยู่ภายใต้กำแพงสูงชันเพื่อกันระยะห่างและความสัมพันธ์กับคนอื่นๆ ที่พยายามเข้ามา และภายใต้กำแพงนั้น ฉันกลับเก็บคุณไว้แค่คนเดียว 

แต่เหตุใดคุณถึงสามารถตกหลุมรักคนสองคนได้ในเวลาเดียวกัน เสมือนว่าคุณเต็มใจเปิดประตูสองบานต้อนรับคนเข้าบ้านยังไงยังงั้น และบังเอิญว่าฉันดันเดินเข้าประตูบานที่สองและเข้าไปทีหลังผู้หญิงอีกคน

หลายครั้งที่ความสัมพันธ์ของเรากำลังไปได้สวย แต่กลับรู้สึกถึงความไม่มั่นคง เธอเดินออกจากประตูบ้านของคุณไปแล้ว และในวันที่เธอกลับมา คุณกลับเปิดประตูรับเธอเข้ามาอีกครั้ง ภาพชายและหญิงที่กำลังโผกอดกันในอ้อมแขนอบอุ่น ไม่แน่ใจว่าระหว่างภาพตรงหน้ากับบรรยากาศของฤดูร้อนในตอนนี้อะไรจะอบอุ่นกว่ากัน ฉันได้แต่ยืนดูและนึกอิจฉาความสุขของทั้งคู่จนกระทั่งคุณปิดประตูกระแทกใส่หน้ากันฉันออกไปจากชีวิต ฉันยืนร้องไห้อยู่ตรงหน้าประตู และยังคงยืนอยู่อย่างนั้น... ฉันแค่หวังว่าหากสักวันเราได้พบกัน ฉันจะยิ้มให้คุณ และหวังว่าคุณจะยิ้มกลับมา...


ฤดูร้อน และฤดูใบไม้ร่วงผ่านไป จนกระทั่งก้าวย่างสู่ฤดูหนาว... หิมะกำลังตกและทวีความรุนแรงขึ้นอย่างไม่ขาดสาย 
สองเท้าของฉันกำลังยืนอยู่ที่เดิมไม่แม้แต่ขยับเขยื่อนสักวินาทีเดียว ความหนาวเย็นและความเจ็บปวดเข้าปะทะร่างกาย บรรยากาศปกคลุมด้วยสีเทาและความเย็นชา ฉันเริ่มตระหนักได้ว่าใจของคุณคงเย็นชามากกว่า แต่กระนั้นฉันกลับยินดียอมรับความเจ็บปวดเข้ามาเอง คุณไม่ผิดหรอก อันที่จริงฉันมีโอกาสสาวเท้าก้าวออกไปจากหน้าประตูเพื่อหนีไปหลบลมหนาวภายใต้ชายคาของบ้านสักหลังหนึ่ง แต่ฉันกลับไม่ทำ บางทีอาจเป็นเพราะหวงว่าใครจะมาขโมยประตูของฉันไป

และในวันนั้น ฉันตัดสินใจสอดข้อความลอดใต้ช่องประตู 


'สบายดีไหมคะ
คุณยังต้องการโปสการ์ดที่ฉันสัญญาไว้ว่าจะส่งให้คุณหรือเปล่า?'


เศษกระดาษที่หาได้ตามข้างถนนถูกนำมาเขียนอย่างพยายามบรรจง ฉันพยายามเขียนให้สวยที่สุด แต่ความพยายามกลับล้มเหลว มือที่แข็งเพราะอากาศหนาวทำให้ลายมือดูสั่นเทาแย่ยิ่งกว่าลายมือครั้งยังตอนเป็นเด็กอนุบาล

เศษกระดาษแผ่นเดิมถูกส่งกลับมา ด้วยลายมือดูสั่นแย่ไม่แพ้กัน 

'ครับ แน่นอน'


แค่ได้เห็นข้อความตอบกลับมา ก็ทำเอาฉันอมยิ้มได้ง่ายดาย ฉันรู้ดีเรื่องศีลธรรมความผิดชอบชั่วดี หากคุณและเธอปลงใจคบหากันแล้ว ฉันจะเป็นคนที่เดินออกไปเอง แต่ความจริงกลับไม่ได้เป็นเช่นนั้น ฉันเริ่มผิดสังเกตได้จากลายมือของคุณ มันไม่ใช่ลายมือของคนที่มีความสุขดีเลย 


'คุณกับเธอมีความสุขดีใช่ไหมคะ?'


'ไม่เลย ผมทำแย่ใส่คุณ เธอทำแย่กับผม ตอนนี้เธอไปแล้ว เธอเดินออกจากประตูไปแล้ว'


ไม่แปลกใจ หลายครั้งที่ฉันคาดเดาอะไร มันกลับเกิดขึ้นจริงอย่างน่ากลัว เราเริ่มกลับมาคุยกันมากขึ้นด้วยวิธีเขียนข้อความลงบนกระดาษและสอดใต้บานประตู และฉันคงทำได้เพียงเท่านี้...
จนวันที่คุณปลดล็อคและเปิดบานประตู

...ไม่ดีใจเลยสักนิด... 
เพราะฉันกลับอดคิดไม่ได้ หากสักวันเธอกลับมาและคุณปิดประตูกันฉันออกไปเหมือนที่เคยทำ...                            แต่ไม่ว่าคุณจะกระแทกประตูปิดใส่หน้าฉัน อีกสักกี่ครั้ง ฉันก็จะยืนรอไม่ไปไหนเธอไปนานแล้ว และคุณยังเหลียวมองไปที่ประตูบานนั้น... ประตูของเธอ

I know, its not easy to forget the memory 

'จะเป็นไรไหมถ้าผมจะขอเก็บประตูนั้นไว้?'


'ได้สิ...
'คุณไม่จำเป็นต้องลืมเธอหรอก :)'







SHARE

Comments

letmeStayLATE
14 days ago
ชอบมากค่ะ กินใจ
Reply
Skittylise
14 days ago
ขอบคุณมากค่ะที่ชอบ ^^