แม่   ฉัน   เก้าอี้


ฉันไม่อยากจะเชื่อเลยว่าแม่ไม่ได้อยู่กับฉันอีกต่อไปแล้ว แม่ไปแล้วจริงๆ แม่ไม่อยู่กับฉันแล้วจริงๆ


กลิ่นอายของแม่ยังไม่จางหายไปไหน บางทีแม่ก็มาหาฉันเป็นครั้งเป็นคราวแต่จำเพาะตอนที่ฉันหลับเสียเท่านั้น พอยามรุ่งสางที่ฉันต้องตื่นขึ้นจากสุบินฝัน แม่ก็จะกลับสู่ถิ่นที่ฉันไม่รู้จักไปตามเคย

พองานวันแม่หวนมาบรรจบทางโรงเรียนก็ได้จัดงานเหมือนอย่างทุกๆ ครั้ง แต่อาจจะต่างจากปีอื่นๆ บ้างสะหน่อยเพราะปีนี้ฉันไม่มีแม่ผู้ปังเกิดเกล้าให้มาร่วมงานได้เหมือนก่อน

แม่มากหน้าหลายตาต่างมาในงานวันนี้ บนเวทีที่มีป้ายโอฬาความว่า งานวันแม่ประจำปี เหล่านักเรียนที่ถือพวงมาลัยซึ่งไม่ต้องคิดต่อก็พึงรู้ได้ว่าจะนำไปให้ผู้ใด ฉันก็ไม่น้อยหน้าเช่นกันถือพวงมาลัยที่กอบไปด้วยดอกมะลิขาวและบานไม่รู้โรยม่วงแต่อาจจะต่างจากคนอื่นๆ ที่อีกมือไม่ได้ถูกจับด้วยมือของผู้เป็นแม่เหมือนใครอื่นเขา

เก้าอี้ที่ให้ผู้เป็นแม่นั่งเรียงรายกันจนสุดลูกตา เก้าอี้ของฉันอาจจะไม่เหมือนของใครเขาหน่อยที่ต้องมีแม่นั่งอยู่รอคอยการกราบไหว้ของลูกอันเป็นที่รัก แต่เก้าอี้ของฉันตรงหน้า มันว่างเปล่า มีเพียงพวงมาลัยที่ฉันนำมา ถูกวางนิ่งอยู่บนเก้าอี้

"กราบ" เสียงกล่าวของครูคนใดสักคนสั่ง เหล่านักเรียนพากันก้มกราบแทบเท้าของแม่ตัวเอง ฉันก้มลงกราบ กราบเก้าอี้ว่างเปล่า กราบเจ้าพวงมาลัย ก็ทราบไม่ มือที่ใช้พนมดอกบัวตูมเริ่มเปียกไปด้วยหยดน้ำ หยดน้ำ และหยดน้ำ(ตา) น้ำเริ่มไหลรินออกมาจากนัยน์ตาของฉัน ฉันสั่งห้าม แต่แลไม่เห็นผล เหล่ามวลน้ำพรั่งพรูกันไหลออกมาอย่างไม่หยุดหย่อน ฉันเสียใจหรือ ต้องใช่แน่ๆ ฉันเสียใจกำสรวลในความว่างเปล่าของเก้าอี้ที่ไร้ซึ่งผู้เป็นแม่เป็นแน่แท้

แต่ยังดีนะที่แม่ยังอยู่บนกายบางส่วนของฉันบ้าง
ฉันได้ปากของแม่
ฉันได้ใบหูของแม่
ฉันมีความคิดของแม่
ฉันมีนัยน์ตาเหมือนแม่
ฉันมีเส้นผมสลวยของแม่
ฉันได้ใบหน้าคลากับของแม่
แล้วอีกอย่างที่ฉันมีคือ ความทรงจำดีๆ อันแสนวิเศษร่วมกับแม่ของฉัน

ฉันช่างโชคดีเหลือเกิน
ฉันยิ่มร่าบนคราบน้ำตานั่น




เชิดคลิน 
SHARE
Written in this book
เรื่องสั้น
Writer
cherdklyn
lerner
ผูกพันกับความหมองเศร้าและความเหงาหงอย ชอบสีเบจ

Comments