ขอบคุณที่มาทำให้ใจเราพองโตอีกครั้งนะ

                 ต่อจากบทความที่แล้ว 
         ตอนนั้น..เรากำลังรวบรวมความกล้า
           ตอนนี้..เราได้บอกคำนั้นไปแล้ว


จริงๆเรื่องนี้เหมือนบันทึกให้ตัวเองอ่าน
มันเป็นความทรงจำดีๆเรื่องนึงเลยแหละ
เราอยากจะเก็บมันไว้ 
เพราะกลัวตัวเองจะลืมเรื่องดีๆเรื่องนี้ไป 
แบบนั้นมันน่าเสียดาย..

หลังจากตอนนั้นที่เราตัดสินใจว่าจะบอกความในใจกับเขา ก่อนที่เขาจะต้องไปแลกเปลี่ยน มีโชคดีเกิดขึ้นกับเรา ก็คือ

เขาไม่ได้ไปเดือนหน้า ก็คือขยายเวลาไปอีกเดือนนึงนั่นเอง 

เราก็เลยมีเวลาทำใจอีกหน่อย จากตอนแรกที่ตั้งใจว่าจะบอกกับเขาตอนนั้นก็กลายเป็นว่าพับความตั้งใจไปก่อนแล้วเก็บเกี่ยวความสุขที่ได้จากการแอบมองเขาต่อไปอีกหลายอาทิตย์ 

เอาจริงๆตอนนั้นมันก็มีทั้งสุขและทุกข์เลยแหละ

เราคิดว่าเราเบรคตัวเองได้ระดับนึงแล้ว ความรู้สึกชอบเขามันอยู่ในระดับคงที่ แต่มันก็ยังมีมากอยู่ ก็เลยดำรงชีวิตเป็นคนที่ชอบเขาต่อไป

เราเห็นเขามาโรงเรียนเกือบๆสาย เราก็อยากมาสายบ้างเพราะอาจจะได้เดินเข้าโรงเรียนพร้อมกัน หรืออาจจะได้เห็นเขาใกล้ๆตอนเข้าแถว ซึ่งเราก็ได้เห็นแหละ แต่ก็มีวันที่เราไปสายแล้ววันนั้นเขาขึ้นหอประชุม สรุป สายฟรีจ้า

เราเดินผ่านห้องเขาบ่อยขึ้น มันเป็นประตูกระจกทั้งสองบาน เดินผ่านบานนึงเราก็ชะเง้อ อีกบานก็ชะเง้อ มองอย่างนั้นแหละแต่เขาก็ไม่เคยหันออกมาสบตาซักที จนวันนั้นเราชะเง้อเหมือนเคย เขาไม่อยู่ พอเรากลับหลังหัน เอ้า! ยืนอยู่ข้างหลังจ้า ซวยละ เมื่อกี้เขาจะเห็นว่าเราชะเง้อป่าววะ เชี่ยแล้ว เขาจะว่าเราโรคจิตไหม? แต่ไม่รู้คิดไปเองรึเปล่าแหละ เพราะหลังจากวันนั้นเวลาเราเดินผ่านห้องเขา เขาก็หันมาทางประตูเว้ย จังหวะสบตานี่ ใจกระตุกเลยจ้า เขาจะจำได้รึเปล่าว่าเรานี่แหละที่ชะเง้อวันนั้น นี่ลองเดินผ่านหลายๆรอบ เขาหันออกมาบ่อยกว่าตอนแรกๆอีก จนเราไม่กล้ามองเข้าไปเพราะกลัวสบตาแล้วเผลอยิ้มออกมาให้เขาเห็น ก็เลยทำเป็นมองนู่นมองนี่เก็กสวยเดินผ่านห้องเขาไป 

เพื่อนเราก็ช่วยเป็นหูเป็นตาให้เรามาก
ถ้าเพื่อนเราเจอเขาก็ถ่ายรูปส่งมาอวดว่าเจอนะ
เอาจริงเพื่อนบังเอิญเจอเขาบ่อยกว่าเราอีก ทั้งๆที่เรากับเขาเรียนชั้นเดียวกัน แต่ไม่ค่อยเจอแบบจะๆเลย

ปกติเขากินข้าวที่โรงอาหาร ส่วนเราจะกินหน้าห้องเรียน ก่อนหน้านี้ตอนที่เรากินข้าวก็จะเป็นจังหวะที่เขาเดินเข้าห้องเรียนพอดี ซึ่งเราเนี่ยก็เก็บอาการเขินไม่ค่อยอยู่ ต้องมีอาการผิดปกติเล็กน้อยเวลาเขาเดินผ่าน เช่นเผลอยิ้มบ้าง เพื่อนแซวบ้าง หลังๆมาก็ย้ายไปกินโรงอาหาร แต่ก็ไม่เคยกินพร้อมเขาเลยซักครั้งเดียว

และแล้วก็มีโชคดีเกิดขึ้นกับเราอีกครั้งนึง
ก็คือ
เราได้สอบกลางภาคห้องเดียวกับเขา!!
มันบังเอิญหรือยังไงก็ไม่รู้แหละ แต่ก่อนหน้านี้เราคิดเล่นๆว่าถ้าได้สอบห้องเดียวกันจะเป็นยังไงนะ สรุปห้องเดียวกันจริงๆจ้า

เพื่อนก็ถามนะว่า มึงจะมีสมาธิทำข้อสอบมั้ยเนี่ย
เราก็บอก ต้องทำได้ดิวะ เขาจะได้เห็นไงว่าเอ้อ พี่คนนี้ทำข้อสอบหน้าจริงจังดีอะ เรียนเก่งแน่เลย แต่จริงๆคือไม่ ฮ่าๆๆๆ

ตอนจะส่งข้อสอบเราดันเก้าอี้ไปข้างหลังแล้วมันชนกับกีต้าร์ที่พิงผนังไว้พอดี ก็เลย โครม!! เขาหันมาจ้า นี่ก็ทำหน้าไม่ถูก เขาหันมาก็ดีใจนิดๆนะ แต่แบบทำไมต้องเป็นตอนที่เราทำตัวเด๋อๆวะ อายเว้ย

เอ้อ ช่วงสอบนี่คือเราก็ตั้งใจจะสารภาพกับเขาด้วยนะ แต่ถึงสอบห้องเดียวกันก็ไม่มีจังหวะดีๆที่เพื่อนน้อยๆเลย เขาอยู่กับเพื่อนตลอด เขาสอบเสร็จก่อนด้วย แต่วันสุดท้ายเราสอบเสร็จก่อน แต่ก็มีอุปสรรคอยู่ดี คือเราไม่สบายเว้ย ผมก็ไม่ได้สระ หน้าก็โทรม ใส่แมสนี่เขาก็คงจำไม่ได้ละว่าเป็นใคร ก็เลยตั้งใจจะบอกตอนเปิดเรียนอีกที

เปิดเรียนมาวันจันทร์ วันนี้แหละที่ตั้งใจจะบอก
แต่ไม่มีจังหวะดีๆเลยเช่นกัน แต่เจอตอนเลิกเรียน เห็นเขากับแม่ก็เข้าใจเลยว่ามาทำเรื่องที่ไปแลกเปลี่ยนแน่ๆ ก็เลยได้สติว่า เห้ย มันใกล้เขามาอีกแล้วนะ ถึงเวลาแล้วนะเว้ย ทำใจมานานแล้วนะ รวบรวมความกล้ามานานขนาดนี้แล้วนะ พร้อมยัง

อ้อ เรามีบทพูดที่จะพูดตอนสารภาพกับเขาด้วยนะ
เราซ้อมพูดหลายรอบมาก ซ้อมมาตลอดเลย เป็นร้อยๆรอบอะ หน้ากระจกเอย ห้องน้ำเอย ไม่ได้กลัวจำไม่ได้หรอก แต่กลัวว่าตอนบอกจริงๆหัวมันจะโล่ง พูดตะกุกตะกักแบบเด๋อๆไปอีก ไม่ดีๆ

ต่อๆ คือเรากระชากสติตัวเองกลับมาได้แล้ว
รู้สึกอะดรีนาลีนพลุ่งพล่าน เอาวะ บอกก็บอก เป็นไงเป็นกัน บอกไปแล้วคือจบเลยเว้ย ไม่ต้องคอยห่วงว่าวันต่อไปจะมีจังหวะได้บอกอีกไหม บอกไปเล้ย แค่บอกเอง

ตอนนั้นเราไม่ได้คิดเลยว่าบอกไปแล้วเขาจะมีปฏิกิริยายังไง ไม่ได้คิดด้วยว่าเค้าจะแสดงออกดีหรือไม่ดี หรือหลังจากนั้นเราจะเสียใจ คือไม่ได้คิดเลย คิดแค่จะบอกอย่างเดียว

วันนั้นเป็นวันอังคารที่ 8-8-60
เราไปโรงเรียนเร็วกว่าปกติ เผื่อจะได้เห็นจังหวะที่เขาเดินอยู่คนเดียว แล้วเราจะเข้าไปบอกตอนนั้นแหละ!!
และแล้วเราก็เห็นเขาเดินเขาโรงเรียนหลังจากเราไม่นาน (อ่าว ไม่ได้มาสายขนาดนั้นนี่หว่า รู้งี้มาโรงเรียนเร็วๆได้เห็นเขานานกว่าตอนมาสายอีก เอ้า!!) 

ตอนเห็นเขาเดินคนเดียวคือแบบในหัวสั่งมาว่าเดินสิๆ เดินดิวะ เขาจะถึงเพื่อนแล้วนะเว้ย วิ่งเข้าไปตัดหน้าเลย ไปดิว้าา สมองสั่งมา แต่ขาไม่เดิน โอเค งั้นตอนเที่ยงละกัน

เรากินข้าวบนห้อง รอจังหวะเขาเดินผ่านแล้วเข้าไปดักบอกเลย ปล.ต้องเป็นจังหวะที่เพื่อนน้อยด้วยนะ ไม่งั้นเขิน รอไปได้แปปนึง น้องเค้าเดินผ่านจ้า เอ้า ผ่านไปแล้ว ลุกไม่ทัน งั้นเดี๋ยวไว้บอกตอนเดินกลับมาอีกรอบละกัน (สัมผัสได้ถึงความผัดวันประกันพรุ่งไหมคะ ฮ่าาาา) แต่รอแล้วรอเล่า เขาก็ไม่ขึ้นมาจ้า เดินผ่านหน้าห้องเขาหลายต่อหลายรอบก็ไม่เห็นเขาเลย หายไปไหนว้า โรงเรียนก็มีไม่กี่ที่ที่เวลาว่างจะไปได้ ทำไมหาไม่เจออะ เซ็ง วันนี้ก็พลาดอีกแล้วเหรอวะ ถ้าบอกตั้งแต่เมื่อเช้าป่านนี้ก็โล่งใจแล้วมั้ย ผิดหวังในตัวเองจนไม่มีอารมณ์ทำอะไรอะ ดูหนังก็ไม่สนุก อยากกลับบ้าน แต่ก็กลับไม่ได้จ้าโรงเรียนยังไม่เลิก

ตอนเกือบๆห้าโมง
เลยเวลาโรงเรียนเลิกมาสักพักแล้ว
แต่เรากับเพื่อนยังนั่งอยู่หน้าตึกเรียน
นั่งรออะไรก็ไม่รู้เหมือนกัน
เราก็นั่งจมกับความรู้สึกแย่ๆเซ็งๆกับตัวเองไป
เขาคงกลับบ้านไปแล้วแหละ พรุ่งนี้แล้วกัน
แต่!!! หลังจากนั้นเราก็เห็นเขาลงบันไดมาจ้า โอ้โหหห ภาพตอนนั้นคือสโลว์โมชันนิดๆ ดีใจเว้ย แต่แปปนะ เมื่อกี้เศร้าอยู่ ปรับอารมณ์ไม่ทัน หันไปหาเพืื่อน เห้ยมึงง เขายังไม่กลับอะ เห้ย โอ้ย กูต้องบอกตอนนี้เลยใช่ไหม เดินกับเพื่อนแค่สองคนด้วย คนน้อย อายน้อย จังหวะดีแล้ว แต่เชี่ย ขอทำใจแปป ในขณะที่เขาก็เดินไปเรื่อยๆ

แต่!! โชคดีอีกครั้งที่เขาลืมของไว้บนห้องจ้า ต้องกลับไปเอา นั่นคือเรามีเวลาทำใจต่ออีกนิสส

คราวนี้พอเขาลงมาเราก็เดินตามเลย แต่ก็เดินไปซักพักเริ่มรู้สึกลังเล ว่าจะเรียกเขายังไงดี ถ้าเขาหันมาจะทำหน้ายังไง บอกจบแล้วจะทำตัวยังไง ลังเลทีก็หันไปหาเพื่อนที ประมาณ4-5รอบ จนทิ้งห่างไปแล้ว เห้อ พรุ่งนี้ก็ได้ ㅠㅠ (สัมผัสได้ถึงความloserไหมคะ)

ไหนๆก็ทิ้งห่างแล้ว ขอเดินตามอีกนิด อยากรู้ว่าจะไปไหน แต่ก็โชคดีอีกครั้งค่ะ เหมือนว่าเพื่อนเขาจะจำผิดว่ารถไม่ได้จอดฝั่งนั้น ก็เลยต้องเดินกลับมาในโรงเรียนอีกเพื่อจะไปอีกฝั่ง

เห้ย ก็ดีใจที่กลับมาอีกรอบนะ แต่เมื่อกี้ถอดใจไปแล้วไง ต้องตั้งหลักใหม่อีกรอบใช่ไหมเนี่ย โอ้ย เพื่อนเราเดินตามมาแล้ว คราวนี้คือมันบอก ไม่ได้ พรุ่งนี้ไม่ได้ ไม่เอา เอาวันนี้แหละ 

และแล้วก็เดินตามอีกรอบ แต่รอบนี้เพื่อนลากไปจ้า จริงๆก็กึ่งเดินกึ่งวิ่งแหละเพราะรู้สึกว่ามันห่าง หรือว่าเขาจะรู้ตัวแล้วก็เลยสับขาเร็วๆวะ?
 ระหว่างทางแอบเห็นเขาคุยกับเพื่อนผู้หญิงก็แอบรู้สึกว่า โห คงเป็นที่รักของเพื่อนๆแน่เลย ฮือ ท้อนะแต่ก็ถอยไม่ได้แล้วแหละ

เรากับเพื่อนเดินตามเรื่อยๆ พอเห็นว่าอีกนิดจะเป็นระยะที่พอดีแล้วก็เลยวิ่ง แล้วเพื่อนเราก็เรียก น้องทาม น้องทาม

เอาจริงปะ เราเห็นนะว่าเขาได้ยินนะ แต่ทำไมไม่หยุดเดินอะ เห้ย เราก็แบบ หรือว่าน้องเขากลัวเราจริงๆอะ น้องเขาไม่ชอบหน้าเราแน่เลย ฮือ จะถอดใจอีกแล้ว แต่ก็ถอดไม่ได้ละไง อีกไม่กี่นาทีความในใจที่สั่งสมมานานก็จะได้พูดออกไปแล้ว ผลจะเป็นไงก็ไม่รู้แล้วเว้ย

เราก็เลยลั่นไปว่า หยุด!!!!!!!! อย่าเพิ่ง!!!! เดี๋ยวก่อน!!! 
เพื่อนน้องเขาที่เดินมาด้วยกันก็พูดขึ้นมาว่า
เรียกค่าไถ่ป่าววะ? นี่ก็เลยบอกว่า ไม่ใช่(เว้ย)!
ช่างเป็นการสารภาพที่ฮาร์ดคอร์จริงๆ ไม่ได้ตั้งใจให้เป็นแบบนี้เลย ฮ่าาาๆ

หลังจากได้ลั่นวาจาไป เราก็เหลือบไปเห็นเจ้าของร้านน้ำด้านขวามือกำลังนั่งมองเหตุการณ์อยู่ คิดได้ว่าถ้าเขาได้ยินคำพูดต่อไปนี้ เรานี่แหละที่อาย ก็เลยพูดกับน้องเขาว่า เดินไปอีกนิดก็ได้~ ด้วยน้ำเสียงที่ซอฟท์ลงดูเป็นคนน่ารักขึ้น 555555555

โอเค ได้จังหวะแล้ว ตอนนี้แหละ


"น้อง คือว่า พี่ชอบน้องอะ
ชอบมาตั้งแต่เปิดเทอมแรกๆแล้ว"
(พูดเสร็จมีการหันไปยิ้มข้างหลัง และได้เห็นว่า มีคนมองเต็มเลย..แต่ต้องพูดให้จบเว้ย เอาวะ) 
"แต่ว่า  น้องไม่ต้องกลัวพี่นะ
พี่แค่อยากบอกน้องเฉยๆ"
(เอาจริงๆตอนนี้มองพื้นตลอดเลย แล้วได้สติว่าควรสบตาคนฟังบ้าง ก็เลยเงยหน้า.. โอ้โห พอได้มองตรงๆแล้วน่ารักสัส โหหห กรีดร้องในใจ)
"แล้วน้องจะไปนู่นวันที่เท่าไหร่อะ"
"21 ครับ"

(เอาจริงๆเรารู้อยู่แล้วว่าน้องไปวันไหน แต่อยากได้ยินเสียง อยากลองคุยดูบ้าง ฮี่ๆ)
"21 นี่หมายถึงไปนู่นเลยหรือไปกรุงเทพอะ?"
"ไปนู่นครับ ที่ไปกรุงเทพยังไม่ได้จองตั๋ว"
(เอาจริงป่ะ คือตอนแรกที่เราเตรียมบทพูดไว้ คิดว่าน้องเขาคงถามคำตอบคำอะ แต่คือเขาตอบกลับมาเป็นประโยคอะ เห้ย คือดีกว่าที่คิดอะ ตอบยาวอะ ประทับใจมาก ฮือ)
"อ๋อ งั้น ขอให้สนุกนะ"
"ครับ" 
แล้วน้องเขาก็ยกมือไหว้เราอะ เราก็บอกว่า ไม่ต้องไหว้ก็ได้ แล้วเราก็เดินมุดๆไปเลย ฮ่าาาา 

บอกไปแล้วโว้ยยยยยย
น้องเขาน่ารักจังวะ
น่ารักแบบนี้ไง มีคนมาชอบเยอะก็ไม่ต้องแปลกใจเลย 


พอได้บอกไปแล้วและได้เห็นว่าน้องเขาน่ารัก มันทำให้เรามีความสุขอะ ไม่คิดว่าบอกไปแล้วจะมีความสุขขนาดนี้ มันไม่ได้เป็นความสุขแบบได้สมหวัง แต่เป็นความสุขที่ได้เห็นความน่ารักของน้องเขาอะ 


ถ้ารู้ว่าบอกแล้วจะมีความสุขขนาดนี้เราจะมัวยืดเยื้ออยู่ทำไมให้นานวะ พอยิ่งนานก็ยิ่งบั่นทอน เวลาแห่งความทุกข์ก็เลยนานกว่าความสุขซะงั้น

สำหรับคนที่อยากสารภาพความในใจ เราขอบอกให้คุณสู้ๆค่ะ ตอนที่เราอัพบทความใน storylog ครั้งที่แล้วก็มีคนบอกให้เราสู้ๆค่ะ มีคนให้กำลังใจทั้งในนี้และในชีวิตจริงค่ะ เราขอบคุณทุกคนมากๆ ทุกคนเป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้เรื่องดีๆแบบนี้เกิดขึ้นกับเราค่ะ ขอบคุณมากนะคะ

ที่เราบอกว่าให้คุณสู้ๆ นั่นไม่ได้จะบอกว่าให้คุณไปสู้ ไปแย่ง ไปชนะใจกับใครค่ะ แค่ให้คุณสู้กับความกลัวในตัวคุณเอง สุดท้ายไม่ว่าผลจะเป็นยังไง ถ้าคุณกล้าที่จะบอกไป คุณก็ชนะใจตัวเองแล้วค่ะ :)



SHARE
Writer
wapch
keeper
Love is just beautiful for fools like me

Comments

FernisCherry
3 years ago
ยินดีด้วยค่ะ ลุ้นให้กำลังใจอยู่ตั้งนาน😊😊😊
Reply
wapch
3 years ago
แฮ่ๆ ขอบคุณนะคะ นี่เพิ่งสังเกตวันที่ที่ลงครั้งที่แล้วกับวันนี้ 2เดือนพอดีเลย 55555
Palmziibong
3 years ago
อ่านแล้วลุ้นแทนเลยค่ะ อยากทำได้แบบคุณบ้างจัง
Reply
wapch
3 years ago
สู้ๆนะคะ เอาใจช่วยย :)