ไต้หวันของฉันเเละเธอ ตอน2 พี่คะหนูไม่ใช่คนร้าย
 ขอบคุณทุกคนมากนะคะที่มาอ่านเรื่องของเรา หลังจากลงไปเเล้ว2บทความ เราหมดความเขินเเล้ว ต่อไปนี้ภาษาที่เขียนก็จะเป็นตัวของตัวเองขึ้นไปอีกเรื่อยๆ  

   เอาตรงๆนะ ไต้หวันเป็นประเทศที่มีเสน่ห์ เสน่ห์อย่างงงๆของมัน เป็นการเที่ยวคนเดียวที่เรารู้สึกว่า เราสามารถมีเพื่อนได้ทุกตารางเมตรในไต้หวันถ้าเราอยากจะมี เเละวันเวลาที่ใช้ที่ไต้หวันช่างผ่านไปไวเสียจริงๆ เรื่องที่เราจะเล่าก็คงไม่พ้นเรื่องคนไต้หวันนั่นเเหละ :) 

                                         
พี่คะหนูไม่ใช่คนร้าย  .....
ทำไมตั้งชื่อเรื่องเเบบนี้น่ะหรอ เพราะมันมีสตอรี่ที่ทำให้เราเสียวใจเล่นเเละเสียวชีวิตเล่นกิดขึ้นที่นี่น่ะสิ  ...... 
   
เรื่องนี้เกิดขึ้นตอนหลังจากที่เราได้เก็บสถานที่สำคัญๆครบเเล้ว เราก็เดินทอดน่องจากโรงเเรมไปเรื่อยๆ เเล้วก็ได้มาหยุดที่ "ทำเนียบประธานาธิบดี" หรือที่ทำการของผู้นำไต้หวันนั่นเอง ตามไสตล์นักท่องเที่ยวทั่วไปที่พึ่งมาเป็นครั้งเเรก ก็จะต้องถ่ายรูปสถานที่สำคัญเก็บเป็นที่ระลึกไว้ดูเล่นๆยามคิดถึง ใช่เเล้ว เราก็เป็นหนึ่งในนักท่องเที่ยวประเภทนั้นนั่นเเหละ การถ่ายรูปของเราก็ดำเนินไปอย่างที่ไม่ได้สนใจอะไรเลย ด้วยเพราะเหตุนี้มั้งจึงไม่รู้ว่าตอนนั้นพี่ทหารที่เฝ้ายามอยู่ประมาณ 3-4 คน เค้ากำลังวอร์กัน เรื่องเราถ่ายรูป .... 

จนกระทั่ง .....
พี่ทหาร : (เดินมาหา) *898-0__-*&*6*BCJBKBBL;F%$4%^ !!! 
เรา      :  ....... (เอาอีกละกู... ภาษาอะไรวะเนี่ย) 

ตอนนั้นคือเอาตรงๆเค้าพูดภาษาจีนใส่เราเช่นเดิม เเละเราก็ยังโง่เหมือนเดิม ซักพักเค้าเริ่มวอร์กันหนักขึ้น เราเริ่มรู้ตัวละว่า กูนี่เเหละเป้าหมายอะไรบางอย่าง  เพราะเเม่งวอร์กันจากต้นทางยันสิ้นสุดทางเดินตรงนั้น (ซึ่งก็ยาวไปอีก) ตอนนั้นด้วยความที่ดูหนังสมัยเด็กๆเเละอ่านข่าวการเมืองบ่อยๆ ก็เลยคิดในใจว่า "เเม่งต้องมีปืนซ่อนอยู่ซักที่เเน่ๆในมุมสูง เเละถ้าเค้าเห็นกูไปใกล้มากกว่านี้อีกนะ เค้าจะต้องสั่งการยิงมาจากมุมบนเเน่ๆ เเละวันต่อมาข่าวก็จะออกว่า นักท่องเที่ยวสาวเตือนเเล้วไม่ฟัง ตายอนาถ เนื่องจากเดินถ่ายรูปโนเเคร์โนสน โอ้ยยย กริ๊ดดด" หลังจากคิดได้อย่างงั้น เเละตามไสตล์ที่ทหารรักษาการณ์จะต้องถือปืนยาวทุกคน  ซักพักพี่ทหารคนนึงก็ได้เดินมาหาเราพอดี คราวนี้เค้าทำภาษามือใส่เรา ... 

พี่ทหาร : (เอามือชี้ๆที่โทรศัพท์เราอารมณ์อย่าถ่ายรูปตรงนี้ เเละชี้ไปที่อีกฟากถนนให้ไปตรงนั้น เเละบอกว่าอย่าเข้ามาใกล้ ให้ถอยห่างตรงนี้) 
เรา      :  .........

คือตอนนั้นกำลังตกใจมากมากันเต็มไปหมด ประกอบกับตรงทำเนียบมีรถถังด้วย นี่ก็คิดเป็นตุเป็นตะเต็มหัวชวนหลอน ซักพักเราก็ยังยืนนิ่งเพราะกำลังงง เเละตอนนั้นเองเราก็ได้พยายามสื่อสารเป็นภาษาอังกฤษเเล้ว ซึ่งก็อีกเช่นเคยเค้าตอบกลับมาจ้า ว่า "โนววววววววววววว" ตอนนั้นจึงได้เเต่ เอาไงกับชีวิตดีวะ ตอนนั้นไม่มีสติอย่างเเรง ก็เลยเดินตรงไปทางข้างหน้า ซึ่งหารู้ไม่ว่า สุดท้ายเเล้วตัวกูนั้นต้องเดินย้อนกลับไปทางเดิม อีกครั้ง!!!!!!!! 

เมื่อชะตาชีวิตทำให้ฉันต้องเดินย้อนกลับทางเดิม .....


"เอาวะ" (คิดในใจ) เดินอย่างผู้หญิงไม่เคยรู้เรื่องราวอะไรมาก่อน เเละทำหน้าราวกับว่า "อะไรหรอคะพี่คะ หืม"  คือใช่เเล้วจ้า ทหารพวกนั้นเห็นหน้าเราเเล้วพวกนางก็มองกันอีกเเล้ว ตอนนั้นคือกลัวสุดขีด เพราะเค้าก็มองกันอย่างกับพร้อมจับตัวเราเข้าทำเนียบรายงานความไม่สงบ 

สุดท้าย ......

ตอนจบน่ะหรอ เรารอดปลอดภัยดี ไม่งั้นก็คงเขียนมาเล่าไม่ได้  5555555  เเต่คติพจน์ประจำไต้หวันวันนั้นคือ "เมิงไปศึกษาเรื่องราวสถานที่เค้ามาก่อนก็จะดีนะ" ใช่เเล้วหลังจากเรา เกือบโดนจับ(?) เราก็หาข้อมูลสถานที่ เเล้วพบว่า เค้าห้ามถ่ายรูปใกล้บริเวณสถานที่ดังกล่าว เพราะเป็นสถานที่ส่วนตัวสุดๆ มีประท้วงกันบ่อยมากๆเค้าเลยต้องป้องกัน ถ้าจะถ่ายรูปเนี่ย ต้องข้ามถนนไปถ่ายจากอีกฝั่ง เเละห้ามเดินๆหยุดๆบริเวณดังกล่าว พูดง่ายๆ เมิงต้องรีบเดินให้เร็วที่สุดจากตรงบริเวณนั้นนั่นเอง พอไปอ่านมาเเล้ว คำพูดเเรกที่ออกมาจากปากที่โรงเเรมคือ "นี่กูรอดมาได้ไงวะเนี่ย ทำซะขนาดนี้ ไม่ว่าจะเดินเข้าไปใกล้เหลือเกิน ถ่ายรูปในมุมที่ไม่มีชาวโลกคนไหนเค้าได้ถ่ายกัน เเละที่สำคัญยังหยุดนิ่งไม่รีบเดินอีกเป็นนาที" พอคิดได้อย่างงั้นเเล้ว คืนนั้นของการนอนจึงได้เเต่ขอบคุณเเต้มบุญชีวิต เเละคิดอยากเรียนภาษาจีนทันที นอกจากนั้นก็ไม่ลืมที่จะมาเล่าต่อให้อีกหลากหลายฟังถึงประสบการณ์ดังกล่าว ซึ่งมันก็ตลกดี 


ปล. ในส่วนรูปที่ถ่าย ใช้ไม่ได้ซักรูป ไม่เลือนลางก็ถ่ายเเบบเบลอมากๆถึงมากที่สุด เเต่มันก็ดีนะ เพราะเราไม่มีวันลืมสถานที่นี้เเน่นอนอยู่ในใจเรานี่เเหละ เหตุการณ์ชวนหลอนซะขนาดนี้  






SHARE
Writer
onewayticket
Writer,Traveller
ผู้หญิงตลกผู้รักการท่องเที่ยวเเละการเขียน ฝันว่าซักวันหนึ่งเธอจะเหยียบบนเเผ่นดินมากกว่า 50 ประเทศในเวลา10ปี พร้อมกับการมีหนังสือซักเล่มในชีวิต

Comments