จดหมายที่ถูกลืม [ Forgotten Letters ]
ฉันจรดปลายปากกาลงบนกระดาษที่ว่างเปล่าแผ่นหนึ่งอย่างตั้งใจ บรรยายถึงความรู้สึกคิดถึง ห่วงหาอาทร เล่าความเป็นมาเป็นไปของชีวิต และสอบถามสารทุกข์สุกดิบของเพื่อนรักที่อยู่ห่างไกลกันเกือบเจ็ดร้อยกิโลเมตร ปิดผนึก แล้วจ่าหน้าซอง

แอน ธิติมา - หอหญิง4 ห้อง 221 – มหาวิทยาลัยเชียงใหม่
 
แล้วฉันก็หย่อนมันไว้ในลิ้นชักโต๊ะเขียนหนังสือ

.
 
ใกล้เวลานัดแล้ว ฉันเตรียมตัวออกจากบ้านไปยังร้านอาหารที่นัดกับแอน เพื่อนรักที่เพิ่งกลับมาบ้านที่กรุงเทพช่วงมหาวิทยาลัยปิดเทอม ขณะที่กำลังจะก้าวขึ้นรถ ฉันก็นึกได้ว่าจดหมายที่เขียนให้แอนเมื่อสามเดือนที่แล้วยังไม่ได้ส่งเลย ว่าแล้วก็เดินกลับไปหยิบจดหมายฉบับนั้นที่ถูกวางแช่ไว้ในลิ้นชัก จะได้ส่งให้ถึงมือเพื่อนด้วยตัวเอง 

.
 
ถ้าเป็นสมัยนี้เรื่องแบบนี้คงจะไม่ใช่ปัญหาสำหรับฉันแน่ๆ ทั้งอีเมล ไลน์ เฟสบุ๊ค ไอจี การสื่อสารออนไลน์ทุกรูปแบบ ที่รวดเร็วทันใจเพียงปลายนิ้วสัมผัส ... แต่สมัยโน้น โทรศัพท์มือถือยังเป็นแท่งสี่เหลี่ยมขนาดใหญ่กว่าแก้วกาแฟสตาร์บัคขนาดกรานเดซะอีก แถมน้อยคนนักที่จะมีไว้ในครอบครอง

.

ฉันยอมรับว่ามันคือนิสัยเสียของฉันเอง ก็ไม่รู้ว่ามันเป็นความขี้หลงขี้ลืม หรือสติที่ไม่ค่อยอยู่กับเนื้อกับตัว ไม่ว่าจะเป็นจดหมาย โพสคาร์ด กระดาษโน้ทต่างๆ ข้อความที่ฉันตั้งใจเขียนลงไปด้วยความรู้สึกจากใจล้วนๆ กลับไม่เคยได้ส่งให้ถึงมือผู้รับปลายทาง ทุกอย่างมันลงไปกองรวมกันในลิ้นชัก และ ถูกลืม

.

จนเมื่อฉันไปเรียนต่อที่อเมริกา วันหนึ่งฉันก็ได้รับจดหมายจากเพื่อนสนิทที่ไปเรียนที่อเมริกาเหมือนกันแต่เราอยู่กันคนละรัฐ ในจดหมายฉบับนั้นเขียนได้ใจความสั้นๆว่า

"ท็อปเหงาจัง เขียนจดหมาย หรือโทรศัพท์มาหาท็อปบ้างนะ อยากมาหา" 
 
ท็อป เพื่อนบ้าๆบอๆคนหนึ่งที่ฉันรู้จักที่มหาวิทยาลัยที่ไทย ไม่รู้ว่ามาเริ่มสนิทกันตอนไหน แต่พอรู้ตัว ฉันก็เห็นไอ้ท็อปชอบขอตามมานั่งเล่นที่บ้าน มาช่วยเลี้ยงหมาบ้าง ฉันมีธุระจะไปบ้านญาติซึ่งมันไม่รู้จักเขาเลย มันก็ขอตามไปด้วย ท็อปไม่ได้มาพิศวาสอะไรฉันหรอก มันคงไม่รู้ว่าจะไปไหนมากกว่า แต่ฉันก็ไม่ได้นึกว่ามันจะเป็นเด็กมีปัญหา หรือเป็นคนขี้เหงาขนาดนั้น

ฉันอ่านจดหมายท็อปเสร็จแล้วก็ทิ้งมันไว้ในลิ้นชักตามเดิม ฉันไม่ได้คิดอะไรมาก เพราะพวกเราเพิ่งไปเรียนกันได้ไม่กี่เดือน ทั้งฉันและท็อปก็คงยังต้องปรับสภาพเรียนรู้สิ่งแวดล้อมและวัฒนธรรมที่แตกต่างจากบ้านเรา  การเหงาและคิดถึงบ้านมันเป็นอาการที่ปรกติมากของคนไกลบ้าน ฉันใช้นิสัยและความรู้สึกตัวเอง คิดและตัดสินแทนท็อป

.

ฉันมัวแต่วุ่นวายกับการเรียนและการใช้ชิวิตกับเพื่อนใหม่ จนลืมจดหมายฉบับนั้นของท็อปไปเลย จนกระทั้งวันที่ฉันได้ยินข่าวจากเพื่อนๆที่ไทยว่า ท็อปเสียแล้ว เกิดเหตุไฟไหม้ในรถที่ท็อปนั่ง ฉันไม่รู้รายละเอียดอะไรมากมายไปกว่านั้น รู้แค่ตำรวจสรุปว่ามันเป็นอุบัติเหตุ

.

ฉันทั้งอึ้ง จุก และเสียใจ กับข่าวร้ายของท็อป ฉันเฝ้าถามตัวเองตลอดเวลาว่าเรื่องที่เกิดกับท็อปมันอาจจะไม่ลงเอยแบบที่มันเป็น ถ้าฉันเพียงแค่ตอบจดหมายหรือโทรศัพท์กลับไปหามัน

.

จวบจนทุกวันนี้ เรื่องนี้มันเป็นบทเรียนที่มีค่ากับฉันมาก ถึงจดหมายฉบับนั้นจะหายไปแล้วจากการย้ายบ้านเป็นสิบครั้งของฉัน แต่ฉันยังจำข้อความในกระดาษแผ่นนั้นกับไอ้เพื่อนท็อปไม่เคยลืม อยู่ๆบางคืนฉันก็ฝันถึงท็อปขึ้นมา ทุกครั้งที่คิดถึงท็อป ฉันก็ยังคงถามตัวเองด้วยคำถามเดิม กับความรู้สึกผิดและเสียใจ
  
ถ้าฉันติดต่อท็อปกลับไปในตอนนั้น วันนี้มันก็คงยังอยู่เป็นเพื่อนที่ดี ที่คอยกดไลค์ คอยเมนท์โพสท์ คอยตามเฝ้าดูเรื่องราวของกันและกัน คอยหาอะไรบ้าบอคอแตกทำด้วยกัน หรือมันอาจจะยังอยู่ที่อเมริกากับฉันเลยด้วยซ้ำ ใครจะรู้ 
.

บทเรียนที่ฉันได้เรียนรู้คือ ฉันควรจะใส่ใจกับคำพูดและความรู้สึกของคนรอบข้างมากกว่าเดิม ใครทักใครถามอะไรมา ฉันก็จะพยายามตอบกลับไปเร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้ พยายามไม่ใช้ความรู้สึกและตัวตนของฉันตัดสินคนอื่น เพราะทุกคนมีความรู้สึกนึกคิด มีที่มาที่ไป มีสถานการณ์ในชีวิตที่แตกต่างกัน 

และที่สำคัญที่สุด ใครที่ฉันควรบอกรัก ขอบคุณ หรือขอโทษ ฉันก็จะรีบบอกให้พวกเขารู้ทันที ก่อนที่จะสายไป เพราะไม่มีใครรู้หรอกว่าคนเหล่านั้นหรือแม้แต่ตัวฉันเองจะมีโอกาสได้บอกหรือรับรู้ข้อความเหล่านั้นหรือไม่ 

ถึงเวลามันจะผ่านมานานมากแล้ว แต่ฉันก็ยังจำทุกข้อความของจดหมายทุกฉบับที่ไม่เคยส่งหรือตอบกลับ ฉันคงเก็บมันไว้ในลิ้นชักแห่งความทรงจำ ซึ่งนานๆทีฉันก็หยิบมันขึ้นมาอ่านอีกครั้ง ทั้งน้ำตาและรอยยิ้ม 



.
เขียนลงเฟสครั้งแรกวันที่ 01/08/2017 แล้วนำมาแก้ไขลง storylog
เครดิตรูป photo by Elena Ferrer 
SHARE
Writer
WriteOutLoud
ก็แค่อยากเขียน
ก็แค่คนคนหนึ่ง ที่มีความสุขในสิ่งที่อยากทำ และใช้เวลานอกเหนือจากการเลี้ยงลูก เพื่อตามฝันตัวเอง https://www.facebook.com/justwriteoutloud/

Comments

niji
11 days ago
เป็นกำลังใจให้นะคะ
Reply
WriteOutLoud
10 days ago
ขอบคุณค่ะ :)
Aquatanamos_Neo
9 days ago
เป็นบทความเตือนสติที่ดีมากเลยครับ // เป็นกำลังใจให้นะครับ
Reply
WriteOutLoud
9 days ago
ขอบคุณค่ะ ดีใจที่มีประโยชน์กับผู้อ่านค่ะ :)
Ipadcha
7 days ago
ขอบคุณสำหรับบทความดีดีนะคะ
อ่านแล้วก็คิดถึงเพื่อนเลย
Reply
WriteOutLoud
6 days ago
คิดถึงใคร ถ้าเค้ายังอยู่ ทักไปเลยค่ะ :)
themommycoach
6 days ago
ขอบคุณสำหรับเรื่องดีๆนะคะ
Reply
WriteOutLoud
6 days ago
ขอบคุณค่ะ :)