อยากระบายเฉยๆ
เมื่อก่อนเรารู้สึกว่าเราโตกว่านี้ 
ตอนเด็กๆเหมือนตัวเองผ่านอะไรมาเยอะ ผ่านเรื่องหนักๆที่เกินกว่าเด็กคนหนึ่งจะรับไหว แต่ตัวเองสามารถผ่านสิ่งเหล่่านั้นมาได้ด้วยกำลังใจจากตัวเอง และเป็นกำลังใจที่สร้างขึ้นมาเอง เพื่อตัวเอง...
ตั้งแต่จำความได้น่ะ ตอนประถม ป.5 ป.6 ถึงขนาดเคยร้องไห้กับเพื่อน คือตอนนั้นเหมือนตัวเองจะคิดว่าตัวเองขาดความอบอุ่น ซึ่งเป็นเรื่องที่รู้สึกไปเองหรือเป็นความจริงก็ไม่รู้เหมือนกัน (คือถ้าไม่จริงจะรู้สึกได้ยังไงว่ะ) ตัวเองตอนนั้นคืออ่อนแอมาก จนมาม.ต้น เจอปัญหาเยอะแยะ ทั้งเพิ่อน ทั้งเรียนแต่เรียนไม่ค่อยมีปัญหา จะหนักหน่อยก็ช่วงม.3 ตอนนั้นมีความสับสนมาก แล้วไม่รู้จะปรึกษาใคร และไม่มีใครให้ปรึกษา(ยิ่งตัวเองเป็นคนชอบเก็บความรู้สึกตัวเองสะด้วย) ก็ร้องไห้หนักมากเหมือนกัน...
แต่ไม่รู้ทำไม พอมาถึงตอนนี้ ตอนขึ้นมหาลัย มันรู้สึกชอบตัวเองในตอนนั้นจังเลย รู้สึกว่าตัวเองในตอนนั้นทำอะไรต่างๆได้ดี รู้สึกว่าตัวเองในตอนนั้นดูมีความมั่นใจมากกว่าตอนนี้มาก มีความเป็นผู้นำ พูดต่อหน้าคนเยอะๆก็รู้สึกกล้ากว่าตอนนี้มากๆ ทำไมกันน่ะ เพราะอะไรกัน 
ดูอย่างตอนนี้สิ ถึงแม้ว่าจะพยายามคิดว่าตัวเองทำได้อยู่แล้ว แต่พอเอาเข้าจริงๆ เราทำงานอะไรไม่ค่อยได้เรื่องเลยสักอย่าง โดยเฉพาะการที่ต้องทำงานกับคนอื่น การต้องอยู่ร่วมกันกับคนอื่น บางครั้งมันก็สนุกน่ะ ไม่เหงา มีความสุข แต่บางทีมันรู้สึกอึดอัดมากๆ มากถึงมากที่สุด มากจนปวดหัวจี๊ดๆ เหมือนกับว่า เราฝืนตัวเองว่ามีความสุข ทั้งๆที่จริงๆแล้วนั่นมันไม่ใช่ตัวเอง แต่ถ้าถามว่าแล้วตัวเองเป็นยังไงกันแน่ แบบนี้หรือแบบแต่ก่อน เรารู้สึกว่าแบบนี้มันสนุกมันมีความสุขน่ะ แต่มันอึดอัดจนทรมาน จนรู้สึกไม่ชอบอ่ะแบบนี้ แต่ส่วนที่ดี สิ่งใหม่ๆที่ดีมากๆก็มีเยอะ ส่วนแบบแต่ก่อนรู้สึกชอบตัวเองมนตอนนั้น เพราะดูเข้มแข็ง ดูคุมตัวเองได้ ดูทำอะไรได้ดีหลายๆอย่างในส่วนที่เป็นการทำงานร่วมกับคนอื่น แต่สัมผัสได้ถึงความสุขไหม ตอบได้เลยว่า ไม่เลย รู้สึกว่าตัวเอง คูลมาก มีกำแพงที่แข็งแรง และเข้ากับทุกคนได้ รู้สึกไม่เหนื่อยกับการใช้ชีววิต
ซึ่งแน่นอนมันตรงกันข้ามมากกับตอนนี้ 
...สารภาพว่าเคยดุอาจากอัลลอฮ.น่ะ ว่าอยากให้ชีวิตมหาลัยไม่ใช่แบบประถมหรือมัธยม และตอนนี้จึงคิดว่า หรืออาจจะเป็นเพราะอัลลอฮฺตอบรับ...
ที่ดุอาไปแบบนั้นเพราะเรารู้เหนื่อยนั่นแหละ เหนื่อยกับความนำโด่งของตัวเอง และต้องต่อสู้กับความรู้สึกที่ควรดีใจกับสิ่งที่ตัวเองได้รับแต่กลับต้องอึดอัดและต้องเฉยๆกับมันเพื่อรักษาใจคนข้างๆที่ไม่ได้เท่าเรา คือเขาอาจจะไม่ได้คิดใลมากก็ได้ เพราะเราเป็นคนคิดมากอยู่แล้ว แต่บางครั้งมันรู้สึกแบบมันคือสิ่งที่เราอยากได้น่ะ แต่แบบเราคนเดียวอีกแล้วออ และพยายามห้ามไม่ให้ตัวเองหลงระเริงกับสิ่งนั้นเด็ดขาด สิ่งสำคัญมากๆ สิ่งที่รู้สึกดีมากๆคือ ตอนม.6 ละมั้ง เหมือนเพื่อนหรือคนรอบข้างเขารู้จักเราแล้ว เข้าใจเราแล้ว ยอมรับเราแล้ว เอาตรงๆคือ เขาชินในความเป็นเรา จนเรารู้สึกสบายใจมากๆ แต่ไม่ใช่ว่าไม่มีความไม่สบายใจเลยน่ะ แต่แบบ เราโอเคแล้วกับเพื่อนอย่าง6/1หรือไม่ก็7จอมพลนั่นแหละ 
พูดได้เต็มปากเลยว่ามันต่างกันคนละขั้วเลยชีวิตมัธยมกับมหาลัย ไม่คิดเลยว่ามันจะรู้สึกเหนื่อยทั้งกายและใจมากๆ ยิ่งกับคน คนต่างถิ่น ต่างแบบ แล้วต้องเจอกับคนอย่างเราที่เข้ากับคนไม่เก่งเลยหน้าหยิ่ง ขี้เกียจยิ้ม เสียงดัง ลำไย เอาแต่ใจ รักตัวเองสูงมาก จุกจิกจู้จี้กับคนที่ตัวเองใส่ใจมากถึงมากที่สุด จนรำคาญตัวเอง และยังคิดเล็กคิดน้อย คิดมากก ระบายให้ใครฟังไม่เป็น พุดไม่เก่ง ขี้อายในเรื่องสาระ กล้าบ้าบิ่นในเรื่องไร้สาระ ปากแข็ง ปากไม่ตรงกับใจ ขี้เหงา บางครั้งก็อยากอยู่คนเดียว คิดจะเงียบก็เงียบ พอมีเรื่องพูดก็จะพุดมากๆๆๆ ถ้าเรื่องงานก็ะไม่กล้าแสดงออก ถ้าเรืองส่วนตัวก็ไท่ชอบให้ใครมายุ่งเกินไป หวงของ เอาของตัวเองแล้วต้องแบบ เก็บไว้ให้เป็นที่ ไม่ชอบอยู่แบบรกๆ เหม็นๆ แต่ก้ไม่ได้เจ้าระเบียบขนาดนั้น อีกเยอะแยะตาแปะเลยละ 
และเพราะความเยอะของตัวเองด้วยละมั้ง ที่ทำให้ชีวิตมหาลัยแรกๆยังช่วงนี้ มันถึงได้แบบปวดหัว ไม่มีความสุขแบบนี้ มันไม่เชิงไม่มีความสุขหรอก มันแค่อึดอัด จนปวดหัว ชอบน่ะบางที แต่นั่นแหละ มันอึดอัดดดมากๆๆ อาจจะอยู่ในช่วงปรับตัวละมั้ง แต่มันอัดอัดจริงๆน่ะ ไม่รู้ทำไม ปวดหัวมากบางที
เฮ้อ....
พิมพ์เสร็จ 20:44  13\8\60
SHARE

Comments