สีของเธอคือสีอะไร

มีคนบอกว่ามนุษย์เรามีหน้ากากทั้งหมดสามใบ...
ใบแรก คุณโชว์ให้โลกเห็น

ใบสอง คุณโชว์เฉพาะครอบครัวและเพื่อนสนิท

ใบสาม คุณเท่านั้นที่รู้จักมัน
แต่ในความคิดแล้วฉันว่ามนุษย์เราเหมาะกับสีมากกว่า 

ทำไมถึงพูดแบบนี้เหรอ?

งั้นฉันจะเล่านิทานให้คุณฟังสักเรื่องละกัน แต่ออกตัวก่อนว่าฉันเล่าไม่เก่งเท่าไหร่หรอก...ก็เพราะมนุษย์นั้นเข้าใจยากเกินไป


พร้อมรึยัง...

ถ้าพร้อมแล้ว ขอเชิญพบกับนิทานยามราตรีจากปาติซิเย่ต้องสาปคนนี้ได้เลย

กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้วมีเด็กสาวคนหนึ่ง เธอเกิดมาพร้อมกับความโดดเด่นที่หลายๆคนอิจฉาไม่ว่าจะเป็นรูปร่าง หน้าตา ฐานะและมันสมองที่จัดได้ว่าค่อนข้างดี มีครอบครัวที่รักใคร่รวมทั้งเพื่อนฝูง ถ้าเปรียบเทียบคงเรียกได้ว่าเธอนั้นเหมือนสีทองที่สะกดทุกสายตาให้จ้องมาที่ตนผู้เดียว
จนกระทั่งวันที่น้องสาวเกิดมา...มันเป็นวันแรกที่ทำให้เธอรู้จักกับคำว่าอิจฉา ทุกคนพุ่งความสนใจไปยังน้องผู้เกิดใหม่ ใครๆก็ต่างให้ความสนใจ

ของทุกอย่างที่เคยมีก็ต้องถูกแบ่งให้น้อง...

พ่อแม่ก็เอาแต่สนใจน้องสาว...

น้องสะดุดล้ม น้องแย่งของเล่น น้องทำร้ายเธอแต่ทุกคนก็เอาแต่พูดว่า ทำไมเป็นพี่ไม่เสียสละ

แม้กระทั่งเพื่อนของเธอ ทุกคนต่างสนใจน้องชายของเธอไม่เลิก ญาติๆที่ไม่เคยแม้แต่จะเห็นหน้า ต่างก็พากันยินดีแล้วพูดว่า มีพี่น้องจะได้ไม่เหงา สารพัดคำพูดที่สร้างความเดือดดาลแต่เธอก็ยังปันหน้ายิ้ม

อ่า น่ารังเกียจชะมัดเลย คนพรรค์นี้ช่วยหายไปสักทีเถอะ ช่างน่ารังเกียจเสียจริง


เมื่อโตมา เธอถูกกลั่นแกล้งจากเพื่อนมัธยม เหตุผลคือเธอสนิทกับอาจาร์ยและเป็นที่รักของรุ่นพี่รุ่นน้อง มันเลวร้ายมากขึ้นเรื่อยๆจนถึงขั้นถูกตบหน้าตอนอยู่บนรถบัส ไม่มีใครยื่นมือเข้ามาช่วยเลยแม้แต่น้อย ทุกคนหัวเราะราวกับเป็นเรื่องขบขันรวมถึงตัวเธอเองที่แกล้งหัวเราะราวกับไม่ถือสา
งานอดิเรกในตอนนั้นก็นั่งดูหนังไปเรื่อยๆจนพบกับหนังเรื่องหนึ่งที่เปลี่ยนชีวิตไปตลอดกาล มันคือหนังสยองขวัญและฆาตกรรมที่โผล่ขึ้นมาในเพจ วินาทีที่เนื้อเรื่องเริ่มดำเนินก็มีสิ่งหนึ่งที่เธอไม่เคยประสบมาก่อน....ลมหายใจหอบถี่ เม็ดเหงื่อผุดตามไรผม ร่างกายสั่นสะท้าน รอยยิ้มปรากฏบนมุมปากพร้อมเสียงหัวเราะแผ่วเบาในลำคอ ความหฤหรรษ์พุ่งขึ้นมาราวกับร่างกายร้อนเป็นไฟตามด้วยเสียงครางแหลมหูที่ก้องในหัวราวกับสัตว์ป่าร้าย

สีแดง สีแห่งความตื่นเต้นมันมาหาเธอแล้ว


เมื่อย้ายโรงเรียน จุดเด่นตามธรรมชาติของสีทองย่อมดึงดูดผู้คนเข้ามาหา เหตุการณ์เดิมๆก็เกิดขึ้นแต่เรียกได้ว่าคราวนี้เธอชินกับมันเสียแล้ว เธอเริ่มเรียนรู้ที่จะทำตัวเป็น  สีขาว 

เป็นเด็กมีมารยาท อ่อนน้อม วาจาสุภาพพร้อมน้ำใจที่อาสาช่วยเพื่อนทุกคน อาศัยความหน้าตาดีใช้ผลประโยชน์จากผู้คนรอบข้างอย่างไม่มีใครรู้ตัว เพียงแค่แสดงท่าทางไร้เดียงสาหรืออาการเขินอายในแต่ละครั้ง ไม่ทำตัวผิดกฎระเบียบและให้ความร่วมมือในด้านต่างๆเป็นอย่างดี

สุนัขในสายตาก็คลานเข้ามาหาทันที
แต่พออยู่ที่บ้านเธอเลือกที่จะอยู่คนเดียวเพราะไม่ว่ายังไงครอบครัวของเธอเขาไม่สนใจเธอตั้งนานแล้ว เขาช็อคกับงานอดิเรกเพี้ยนๆหรือของสะสมที่ผิดจากผู้หญิง เกลียดเสื้อผ้าสีดำโทนพังค์ร็อคของเธอ เกลียดนิยายที่เธออ่านเพราะว่ามันเป็นแนวที่โหดร้ายในสายตาผู้ใหญ่ ไม่เข้าใจว่าเพลงร็อคมันดียังไงเพราะว่าอคติ

ไม่มีใครเข้าใจเธอเลย ไม่มีใครเข้าใจเธอเลย ไม่มีใครเข้าใจเธอเลย ไม่มีใครเข้าใจเธอเลย ไม่มีใครเข้าใจเธอเลย ไม่มีใครเข้าใจเธอเลย ไม่มีใครเข้าใจเธอเลย!!

กลางดึกคืนนั้น เธอเอาแต่กอดเข่าคุยกับตัวเองที่สะท้อนผ่านกระจกบานใหญ่ทั้งคืน...


แต่ยิ่งโตขึ้น เธอรู้แล้วว่าตอนนี้ที่ต้องทำก็แค่...เป็นสีเทา สีที่อธิบายได้ยากว่าเป็นยังไง เป็นสีที่อยู่ตรงกลางระหว่างขาวและดำ หัดทำตัวกลมกลืนไปกับมนุษย์ทั่วไปที่เอาแต่อิจฉาริษยาโดยมิยอมลงมือทำ ยิ่งคิดดูแล้วมันน่าสมเพชจริงๆ

เพราะอะไรเหรอ? เธอรู้จักเลือกใช้สีแล้วไงล่ะ สีแต่ละสีใช้งานไม่เหมือนกันและนั่นก็ทำให้ชีวิตที่เละเทะของเธอดำเนินไปอย่างสะดวกสบาย 

สีทองต้องใช้กับงานโดดเด่น เหยียบทุกคนให้สูงขึ้นไป
สีขาวต้องใช้กับผู้ใหญ่ให้เขาเอ็นดู
สีแดงสำหรับงานอดิเรกเพียงแค่เธอ
สีเทา ยามต้องไปต่างที่หรือสภาพแวดล้อมในตอนนั้นอันตราย



กาลเวลาผ่านไป จากเด็กสาวในตอนนั้นเติบโตเป็นสตรีที่เต็มไปด้วยความสวยงามและมั่นใจในตัวเอง แต่ทุกคนในสายตาของเธอก็เป็นได้แค่เพียงของเล่น

จนกระทั่งเธอพบกับผู้ชายคนหนึ่ง...เขาเป็นคนอ่อนโยน ใจดี ผมสีทองกับตาสีเขียวของเขาพร้อมวงแขนอ่อนโยนมักจะมาพร้อมกับรสจูบหวานๆที่ชวนให้ใจสั่น เขามักจะกอดเธอยามที่เหนื่อยหรือเป็นเพื่อนซับน้ำตายามเธอฝันร้าย

เขาสอนให้เธอรู้จักคำว่ารัก...สอนให้เธอรู้จักกับสีชมพู สีที่เต็มไปด้วยความอ่อนหวานราวกับน้ำตาล ความรักของเธอกับเขาเป็นไปอย่างมั่นคงและช้าๆ

จนกระทั่ง...เธอฉุกคิดว่าตอนนี้ตอนนี้เธอเป็นสีอะไรกันแน่

หล่อนผุดลุกขึ้นนั่งแล้วจ้ำไปยังกระจกบานใหญ่ สบตาตัวเองในกระจก ยกมือกัดเล็บแล้วถามด้วยน้ำเสียงตื่นตระหนก
"ช่วยบอกฉันที ว่าตอนนี้สีของฉันจริงๆแล้วมันคือสีอะไร""ชมพูเหรอ"...." ไม่ใช่

"สีแดงรึเปล่า...." ไม่ ไม่ใช่

"สีขาว..." เธอสกปรกเกินไป

"สีทองใช่ไหม เพราะว่าโดดเด่นกว่าใคร ต้องเป็นสีทองแน่ๆ!"

'น้ำหน้าอย่างหล่อนเหรอเป็นสีทอง' เสียงสะท้อนจากในหัวพร้อมเงาในกระจกที่แสยะยิ้มด้วยความสมเพช มันเอียงคอก่อนจะหัวเราะร่าท่ามกลางเสียงกรีดร้องของเธอผู้เคยมีสีเป็นของตน เธอผู้เสียความเป็นตัวเองไปอย่างไม่มีวันได้คืน

แต่เมื่อยามเช้ากลับคืนมา...วัฏจักรเดิมๆก็จะวนเวียนไปไม่มีที่สิ้นสุด

จบแล้วแหละ...เรื่องราวของเด็กสาวที่ตอนนี้สีในตัวเธอผสมปนเปกันไปหมดจนแยกไม่ได้

หืม...ตอนจบเหรอ?

ฉันคิดว่าสีที่เธอใช้ตอนนี้มันไหลรวมกันกลายเป็นสีดำแล้วสิ... 

คุณคิดว่ายังไงล่ะ ไม่แน่ตอนนี้คุณอาจจะเป็นเหมือนเธอก็ได้: )

                                                                                                ขนมหวานรสเลือด
SHARE

Comments

saraya
2 years ago
I am black 
Reply