The relationship not complete.
ถ้ามีคนถามว่าความสัมพันธ์ไหนที่เสียดายที่สุด ฉันนึกออกแค่คนเดียว เขาเป็นคนๆนึงที่ไม่เคยหายไปจากความทรงจำได้เลย ไม่ว่าจะคิดถึงตอนไหน เขาทำให้ฉันยิ้มได้เสมอ
 
ย้อนกลับไปเมื่อสิบกว่าปีก่อน 
ตอนนั้นฉันอยู่ม.1 การเป็นเด็กใหม่ก็ทำให้ไม่ค่อยคุ้นกับสถานที่และสังคมเป็นธรรมดา 
มีอยู่วันหนึ่ง ตารางเรียนมีเรียนวิชาสังคม ซึ่งทั้งชั้นเรียนของตึกนั้นจะสอนวิชาสังคมทั้งหมด 
จะมีห้องข้างๆกัน ซึ่งเป็นเด็กรุ่นเดียวกัน เรียนวิชาเดียวกัน บังเอิญมีเพื่อนในห้องคนนึง รู้จักกับเพื่อนห้องข้างๆ มีการทักทายและแนะนำตัวกัน ตามประสาเด็กใหม่ 
ในจังหวะนั้นเอง"เขา"คนนั้นเดินผ่านหน้าห้องฉันในขณะที่ฉันกำลังยืนคุยกับเพื่อนอยู่ตรงประตูหลังห้อง เขาหันหน้ามาและมองมาทางฉัน ฉันหันหน้าออกไปและมองไปที่เขา 

โห...ทำไมน่ารักจัง

และเขาก็หยุด ... ตอนนั้นคิดในใจ ชิบหายแล้ว เขาหยุดทำไมวะ 
ปรากฏว่าเพื่อนเขาเป็นเพื่อนกับเพื่อนฉัน ซึ่งเรียนห้องข้างๆกัน 
และนั่นคือจุดเริ่มต้นที่ทำให้ฉันและเขารู้จักกัน
หลังจากนั้นเราสองคนเริ่มพูดคุยทักทายกัน 
จนมาวันหนึ่งเขาวิชาสังคมวิชาเดิม ห้องเดิมนั้น 
เขาเดินมาที่ประตูหลังห้อง เดินตรงมาที่ฉันในขณะที่ฉันกำลังนั่งจดอะไรบางอย่างอยู่ 

เขาพูดว่า "ขอตารางเรียนหน่อยสิ" และเขาก็ยิ้ม
ยิ้มของเขามันสดใสมาก สดใสจนตอนนั้นฉันเองก็เผลอตะลึงไปกับรอยยิ้มและสิ่งที่ได้ยิน
เราสองคนนัดแลกตารางเรียนกันที่ห้องเรียนวิชาสังคม จริงๆก็ไม่ใช่การนัดหรอก แต่เราสองคนมักจะมีคาบเรียนที่ตรงกับอยู่หลายวิชา ทำให้เราต่างพอจะรู้ว่าวันไหนเราจะได้เจอกัน 

หลังจากนั้นเราเริ่มคุยกัน จริงๆมันเหมือนเราสองคนกำลังจีบกันมากกว่า ไม่ได้คุยกันในเชิงที่จะคบกันในอนาคต มันคือความรักวัยเด็กของเราทั้งคู่
สมัยนั้นก็มีแค่โทรศัพท์ขาวดำกับการส่ง sms ไปหากันเท่านั้น ในแต่ละวันเราต้องรอเวลาที่จะได้คุยกัน ช่วงที่เราสองคนใช้โปรโทรฟรีได้
เราจะได้เจอกันต่อเมื่อเรามีคาบเรียนตรงกัน หรือเราสองคนเดินผ่านกัน ความสัมพันธ์นี้ดำเนินมาเรื่อยๆ 
จนกระทั่งวันหนึ่งเขาหายไป ...
ในตอนนั้นฉันเป็นเด็กอายุสิบสามปี 
ฉันเกิดความสงสัยและว้าวุ่นใจ
ว่าทำไมเขาถึงเงียบหายไป ไม่โทรมา 
ไม่ตอบข้อความและเลี่ยงการคุยกับฉันนัก 
ผ่านไปหลายๆวันเข้าที่ฉันติดต่อไม่ได้ 
ฉันทนไม่ไหว เดินไปหาเพื่อนของเขา
ถามเขาว่า "เพื่อนแกเป็นอะไรรึเปล่า ช่วงนี้หายไปไม่คุยกับเราเลย ติดต่อไม่ได้"

เพื่อนเขาตอบมาว่า "เราไม่อยากบอกแกนะ แต่แกควรรู้ เพื่อนเรากำลังคุยกับรุ่นพี่คนนึงอยู่ ก็เลยหายไปไม่มาคุยกับแก"

ตอนนั้นฉันงงมาก ได้แต่ตอบไปว่า "อ๋อๆ โอเค น่าจะบอกกันนะ เราจะได้ไม่ต้องโทรหาบ่อยๆ"

หลังจากนั้นฉันติดต่อเขาได้ ถามเขาไปตรงๆว่า "เธอคุยกับรุ่นพี่อยู่เหรอ?"
เขาตอบว่า "ใช่ เราขอโทษที่ไม่ได้บอก เราแค่ไม่แน่ใจ"
ฉันตอบว่า "ไม่เป็นไร ทีหลังก็น่าจะบอกกันตรงๆนี่ เราจะได้ไม่ต้องโทรหาแกบ่อยๆแบบนี้"

หลังจากวันนั้นเราสองคนก็ห่างกันไป
ฉันเสียใจกับเรื่องนี้ไม่เท่าไหร่ 
คิดว่ามันไม่ได้แย่มาก อีกอย่างฉันยังไม่ได้รักเขา ก็แค่ชอบเขามากเท่านั้นเอง...

เราสองคนไม่ได้พูดคุยกันอีก เป็นเวลานานมาก
วันเวลาล่วงเลยมาจนฉันขึ้นม.2 ตอนนั้นเราสองคนเริ่มจะทักทายกันได้บ้าง สักระยะหนึ่งเราก็คุยกันได้อย่างเพื่อนทั่วไป 

หากเพียงแต่ว่า...เราสองคนไม่เคยเป็นเพื่อนกันจริงๆได้เลยต่างหาก

ในความสัมพันธ์เพื่อนนั้นทั้งเขาและฉัน 
ต่างไม่มีใครลืมเรื่องราวของเราสองคน
มันเหมือนเป็นความทรงจำดีๆ ที่เคยเกิดขึ้น
เรามักจะพูดคุยหยอกล้อกันเหมือนกันตอนที่เรากำลังจีบกันเหมือนปีก่อน แต่ตอนนี้แค่เราเป็นเพื่อนกัน เวลาเราเจอกัน เราสามารถทักทาย หยอกล้อ หยอดคำหวานใส่กัน แซวกัน ส่งมุกจีบกันไปมาอย่างสนุกสนาน ไม่เคยโทรหากัน ไม่เคยส่งข้อความหากัน เราจะคุยกันก็แค่ตอนที่เราเจอกัน
แม้ว่านั่นจะเป็นแค่เพื่อน ทุกครั้งที่ฉันกับเขาคุยกัน ฉันจะเขินและมีความสุขมาก จนนานวันฉันเริ่มชินกับความสัมพันธ์แบบเพื่อนของเขาและฉันที่เป็นแบบนี้ เริ่มรู้สึกว่ามันเป็นปกติ เริ่มรู้สึกแค่เพื่อน 
แม้ว่าฉันจะเอ็นดูและมองว่าเขาพิเศษกว่าเพื่อนทั่วไปนิดหน่อย แม้ว่าในช่วงเวลาเหล่านั้นเขาเองจะมีแฟนมาแล้วกี่คนก็ตาม เราก็ยังเป็นเพื่อนกันแบบนี้ 

3 ปีผ่านไปนับจากวันนั้น ฉันขึ้นม.4 ฉันได้ผ่านความรักเรียนรู้ความรักในวัยรุ่นในช่วง3ปีที่ผ่านมา เคยมีแฟน2คน แต่ก็เลิกลากันไป มันแค่ความรักวัยเด็ก ไม่หวือหวา ไม่มั่นคง ไม่รู้ด้วยซ้ำว่านั่นคือรักหรือเปล่า
เมื่อถึงตอนนั้นฉันก็ไม่มีใคร เขาเองก็ไม่มีใคร 
แต่เราสองคนก็ยังคุยกันแบบเดิม หยอดมุก ขี้เล่น ถามไถ่ หยอดคำหวาน ทั้งที่เราก็พูดจามึงกูอย่างเป็นกันเอง และบทสนทนาก็จบไปแบบทุกครั้ง ไม่ได้สานต่อความรู้สึก แค่พูดคุยกันให้ชื่นใจแล้วจากไป 

มันเป็นอย่างนั้นเรื่อยมา แต่เริ่มน่าแปลกใจมากขึ้น เมื่อเขามักเดินมาหาฉันและมาเล่นด้วยบ่อยๆ หรือบางทีก็ชอบแวะหยอกล้อฉัน ฉันเองตอนนั้นชักเริ่มจะหวั่นไหว ไม่แน่ใจว่าเขาทำเพราะเคยชินหรือคิดอะไร ฉันก็ไม่กล้าคิดไปไกล ได้แต่หวั่นไหวแบบนั้น กลัวจะผิดหวังแบบวันนั้นอีก 

มีอยู่วันหนึ่งเราสองคนมีเรียนพละคาบเดียวกัน ก็ต้องใช้สนามเดียวกัน ฉันเดินอยู่ขอบสนาม เขายืนอยู่ที่ขอยสนามเช่นกัน ฉันทักทายเขาอย่างปกติ เขาก็พูดจาหยอกล้อหยอดคำหวานให้หวั่นไหวอีกเหมือนเคย ฉันได้แต่ตบมุกเขากลับไปแบบเนียนๆ 
อยู่ๆเขาก็ถามขึ้นมาว่า "ถ้าเราจะกลับมาคุยกันแบบเดิมได้มั้ย ตอนนั้นเราขอโทษจริงๆ เราไม่น่าทำแบบนั้นกับแกเลย"

ฉันตกใจมาก ตอนนั้นทั้งดีใจทั้งกลัว ฉันคิดว่าเขาพูดเล่นแน่ๆ เขาไม่มีทางกลับมาหาฉันได้หรอก ก็เราเป็นเพื่อนกันนี่ และฉันเองก็กลัวจะผิดหวังอีก ในใจฉันสับสนและลังเลไปหมด
 
ฉันจึงตอบเขาไปว่า "โห...มาบอกตอนนี้ทำไมเนี่ย เรื่องมันก็ผ่านไปตั้งสองสามปีแล้วนะ เราจะกลับไปคุยกันได้ยังไง ไม่มีทางหรอก แกไม่ได้ชอบเราสักหน่อย"

เขาเงียบและตอบกลับมาว่า "ทำไมล่ะ ได้สิ ถ้าเราอยากกลับไป แกจะกลับมามั้ย?" เขามองตาฉัน

ฉันตอบว่า "ไม่ล่ะ เราไม่ได้ชอบแกแล้วแหละ ถ้าแกอยากกลับมาหาเราจริงๆ ทำไมแกไม่กลับมาตั้งแต่ตอนนั้น แกมาทำไมตอนนี้ ตอนที่ทุกอย่างมันจบไปแล้ว เราว่ามันไม่มีทางกลับไปได้หรอก" 
ฉันพูดด้วยน้ำเสียงราบเรียบแสนธรรมดาและยิ้มให้เขาอย่างธรรมชาติที่สุด เพื่อปกปิดความหวั่นไหวของตัวเอง ใจฉันแทบจะกระเด็นออกมาอยู่แล้ว ให้ตายเถอะ 

หลังจากวันนั้นเขาก็ไม่เคยถามเรื่องนี้อีกเลย จะมีก็เพื่อนของเขาที่มักชอบมาถามฉันว่า
"เป็นเพื่อนกันแบบนี้มาหลายปี ทำไมไม่คบกันไปเลย ทั้งๆที่ก็ชอบกันมาตั้งนาน เจอกันทีไรก็หวานกันทุกที ไม่คิดจะจริงจังเหรอ?"

ฉันก็คิดว่ามันก็แค่ขำๆแหละน่า ละมีอะไรมากกว่านั้น เขาก็แค่พูดจาแบบนั้นไปเอง ไม่มีอะไรมากหรอก ฉันไม่เคยคิดว่าเขาจะจริงจังกับพูดนั้นด้วยซ้ำ คิดเพียงว่ามันก็แค่คิดพูดหวานๆที่เขาชอบพูดเท่านั้นแหละ แต่นับวันการกระทำของเขายิ่งชัดเจนขึ้นเรื่อยๆ ชัดเจนจนฉันเองเริ่มประหลาดใจและไม่สามารถหยุดคิดไปเองได้ 

และวันที่ทำให้ฉันแน่ใจในความรู้สึกของตัวเองและยอมรับกับตัวเองได้ว่าฉันกำลังกลับไปชอบเขาอีกและครั้งนี้มันมากกว่าครั้งที่แล้ว...

ฉันห้ามใจตัวเองไม่ได้แล้วจริงๆ

SHARE
Written in this book
The relationship not complete.
เขาคือรูปภาพที่สวยงามแต่ไม่สมบรูณ์แบบ
Writer
Jeilittlemhei
writer
ฉันอยู่บนดวงจันทร์นะ.

Comments

llyyll
4 months ago
ชอบครับ 😀
Reply
Jeilittlemhei
4 months ago
ขอบคุณนะคะ แต่ยังเขียนไม่จบเลยย ✌
Kpipe
4 months ago
รอติดตามบทต่อไปนะครับ
Reply
Jeilittlemhei
4 months ago
เขียนไว้ครบ 3 ตอนแล้วนะคะ ลองเข้าไปดูใน book ได้ค่า 🙏
Kpipe
4 months ago
โอเครครับ
rittaparitt
4 months ago
อ่านแล้วคิดถึงรักแรกจังเลยค่ะ อยากให้เขามาพูดแบบนี้บ้างจังเลยค่ะ อิอิ 
Reply
Jeilittlemhei
4 months ago
ฮาาา คนนี้นี่ก็เรียกว่าเป็นรักแรกเราก็ได้ค่ะ 55 รักแรกมักไม่สมหวังเท่าไหร่
rittaparitt
4 months ago
😭😭😭