Homesick
ไม่คิดไม่ฝันว่าตัวเองจะรู้สึก Homesick มาก่อน...ย้อนกลับไปเมื่อประมาณช่วงนี้ของปีที่แล้ว ตอนนั้นมหาลัยกำลังเปิดรับสมัครโครงการนักเรียนแลกเปลี่ยน ยอมรับเลยว่าฟังแล้วโคตรตื่นเต้นเพราะมันก็คงเป็นฝันของใครหลายๆคนรวมทั้งเราที่อยากจะมีโอกาสได้ไปลองใช้ชีวิตที่ต่างประเทศดู เราในตอนนั้นตัดสินใจเลือกมาที่ "ประเทศแคนาดา" ด้วยเหตุผลง่ายๆว่าเประเทศไทยมันร้อน เราเลยอยากจะมาลองใช้ชีวิตแบบ -30 องศาดูซักครั้งในชีวิต ระยะเวลาในการมาแลกเปลี่ยนของเราคือประมาณ 3 เดือนกว่าเกือบ 4 เดือน ก่อนเดินทางเราชอบคิดว่า 3 เดือนมันแปปเดียวเอง จะได้เที่ยวหมดหรอ จะใช้ชีวิตที่นั่นคุ้มมั้ย แต่พอเอาเข้าจริง ณ ตอนนี้เรากลับเป็นคนที่ตั้งคำถามกับตัวเองโง่ๆว่า 3 เดือนมันนานแค่ไหนกัน บางครั้งเวลาก็ดูผ่านไปเร็ว แต่บางครั้งเข็มนาฬิกามันกลับหมุนช้าจนน่าใจหาย เกือบ 1 เดือนที่เรามาอยู่ที่นี่ เราเองก็บอกไม่ถูกว่ามันนานมั้ย แต่ที่บอกได้แน่ๆคือมันเป็น 1 เดือนที่เราคิดถึงบ้านมากๆ คิดถึงเตียงนอน คิดถึงน่องไก่(ชื่อตุ๊กตา) คิดถึงผ้านวมผืนโปรด คิดถึงป๊า คิดถึงม๊า คิดถึงครอบครัว....

เอาเข้าจริงนี่ก็เป็นประสบการ์ณการมาใช้ชีวิตเองครั้งแรกของเรา ตั้งแต่เกิดมาก็ไม่เคยต้องอยู่หอต้องใช้ชีวิตเอง พอต้องมาอยู่คนเดียวครั้งแรกก็ดันมาอยู่ไกลถึงแคนาดา อะไรๆมันก็ไม่ค่อยเข้าทาง ยังปรับตัวไม่ค่อยได้ก็เลยเผลอคิดถึงบ้านบ่อยๆ หลายคนชอบบอกว่าเดี๋ยวนี้เทคโนโลยีทันสมัยแล้ว คิดถึงก็โทรหาสิ คอลไลน์ skype ต่างๆ มันก็จริงอย่างที่เค้าพูดกันนั่นแหละ แต่สำหรับเราของพวกนี้มันก็ช่วยแค่ชั่วคราว เราอยากทำมากกว่านั้น อยากเจอหน้า อยากลงมาจากห้องนอนแล้วได้เห็นพ่อแม่คุยกัน ได้เห็นอาม่าทำกับข้าว อยากกลับไปนั่งกินข้าวพร้อมกัน ดูทีวี พูดคุยเรื่องต่างๆในชีวิตอย่างที่ทำเป็นประจำ เราโคตรคิดถึงความอบอุ่นแบบนั้น ความอบอุ่นแบบที่มีแค่ที่บ้านเราที่เดียว

แต่ไหนแต่ไรมาเราไม่เคยคิดว่าตัวเองจะเกิดอาการ Homesick มาก่อน แต่ตอนนี้เรากลับอ่อนไหวและเซนซิทีฟกับคำว่าบ้านสุดๆ และมันก็ไม่ใช่แค่เราที่คิดถึงคนทางบ้านเพราะเราก็เชื่อว่าคนที่บ้านก็คิดถึงเราเหมือนกัน อย่างแม่ที่ปกติเป็นคนตื่นสายมากก็ตื่นตีห้ามาโทรศัพท์หาเรา พ่อที่ปกติไม่ค่อยเล่นไลน์ก็พิมพ์มาหาเรายาวมากทั้งๆที่ตัวเองพิมพ์ไม่ถนัด ยิ่งเห็นพ่อกับแม่ทำแบบนี้ เราก็ยิ่งอยากกลับไปหา ยิ่งคิดถึงบ้านมากขึ้นไปอีก มันอาจจะเป็นเวลาไม่นานที่เราได้ลองใช้ชีวิตอยู่คนเดียว แต่เรากลับเริ่มคิดที่จะเปลี่ยนแพลนต่างๆที่เคยคิดเคยฝันไว้ หันกลับมามองตัวเองให้มากขึ้นว่าอะไรคือสิ่งที่เราต้องการจริงๆ อะไรคือสิ่งที่มีความสำคัญกับเราที่สุด


*หวังว่าความรู้สึก Homesick จะอยู่ไม่นาน คิดถึงบ้านจังโว้ย
SHARE
Writer
spacebar
people
bkk,Thailand

Comments