ปัญญาประดิษฐ์ปกป้องชีวิตคน
เช้าวันหนึ่ง ... คุณตื่นขึ้นมาบนเตียงสภาพเก่าคร่ำครึ วันนี้คุณรู้สึกหดหู่จนไม่อยากไปทำงาน แฟนอุ้มลูกตัวน้อยหนีไปแล้ว เจ้านายกำลังจะไล่คุณออก ... หนี้บัตรเครดิต ค่าผ่อนบ้าน ผ่อนรถ ผ่อนฯลฯ กำลังโทรตามทวงเงินที่คุณหามาได้เพียงน้อยนิด ... คุณตัดสินใจเปิดหน้าต่างกว้าง ... นาทีนั้นเป็นห้วงแห่งความสุขเพียงน้อยนิดในชีวิตเหี้ย ๆ ที่หลงเหลืออยู่ คุณตัดสินใจจะหย่อนตัวลงเบื้องล่างไปเพื่อจะได้พบกับความสุขชั่วนิรันดร์ ...
.
คุณทิ้งตัวลงไปนอกหน้าต่าง สายลมร้องหวีดกรีดผิว ชาวบ้านตะโกนร้องเสียงดัง คุณสัมผัสความเย็นเยียบของพื้นถนน เลือดแดงฉานค่อย ๆ ไหลออกจากดวงตาที่เคยมีความมุ่งมั่น ... ทันใดนั้นเอง ... หน้าตาของลูกสาวตัวน้อยก็เข้ามาในห้วงสำนึก ... .
.
และแล้วคุณก็กลับมามีสติจากเสียงร้องเตือนของโทรศัพท์มือถือในมือที่คาดการณ์ไว้ล่วงหน้ากว่า 2 ปี ว่าคุณจะฆ่าตัวตาย ฉุกให้คุณมีสติขึ้นมาได้
.
จากสถิติของกรมสุขภาพจิตปี 2558 พบว่า คนไทยฆ่าตัวตายสำเร็จเดือนละ 350 คน หรือ ทุก ๆ 2 ชั่วโมงจะมีคนไทยฆ่าตัวตายสำเร็จ 1 คน และมีแนวโน้มที่จะเพิ่มมากขึ้นเรื่อย ๆ สอดคล้องกับแนวโน้มของโลกที่มีคนฆ่าตัวตายเพิ่มมากขึ้นเรื่อย ๆ ทุกปี ปีล่าสุดมีคนฆ่าตัวตายสำเร็จ 800,000 คน
.
ในเมื่ออัตราการฆ่าตัวตายเพิ่มสูงมากขึ้น บางคนก็ไม่รู้ตัว และไม่แสดงแนวโน้มมาก่อน คนส่วนมากไม่ได้เข้าพบจิตแพทย์ก่อนนำไปสู่การฆ่าตัวตาย ดังนั้นหากเราสามารถคาดเดาได้ว่าใครมีแนวโน้มที่จะนำไปสู่การฆ่าตัวตายได้ ก็อาจเป็นทางออกที่ทำให้เราลดความสูญเสียด้านนี้ลง
.
นักวิทยาศาสตร์การแพทย์ Walsh ได้ประดิษฐ์ AI ที่สามารถคาดเดาได้ว่าใครมีแนวโน้มจะฆ่าตัวตายบ้าง โดยสามารถคาดเดาแนวโน้มในการฆ่าตัวตายได้ล่วงหน้านานถึง 2 ปี มีความแม่นยำ 80-90% และมีความแม่นยำถึง 92% ที่จะคาดเดาได้ว่าใครมีแนวโน้มที่จะฆ่าตัวตายภายในอาทิตย์หน้า
.
การคาดเดานี้ใช้ข้อมูลจากการโรงพยาบาล เช่น ความถี่ของการเข้ารักษา อาการ ยาที่กิน อายุ เพศ ภาวะความเครียด ละแวกที่อยู่ อาการทางจิต ... ทีมงานของ Walsh ได้เก็บข้อมูลจากผู้เข้ารับการรักษาที่ มหาวิทยาลัยการแพทย์ Vanderbilt ที่เข้ารับการรักษาตัวและมีสัญญาณบ่งบอกว่ามีแนวโน้มจะทำร้ายตัวเองหรือฆ่าตัวตาย หลายพันรายเพื่อให้ AI ได้เรียนรู้รูปแบบของข้อมูลที่จะนำไปสู่การฆ่าตัวตายเพื่อให้การทำนายได้ผลออกมาแม่นยำที่สุด
.
งานวิจัยชิ้นนี้ได้รับการตีพิมพ์ลงในนิตยสารทางการแพทย์ Clinical Psychological Science ในเดือนเมษายนที่ผ่านมา อย่างไรก็ตามที่เป็นเพียงก้าวแรกของการทำงานเท่านั้น ข้อจำกัดที่สำคัญคือตัวข้อมูลที่นำมาใช้วิเคราะห์นั้นยังเป็นข้อมูลที่ต้องได้รับจากโรงพยาบาล ซึ่งเป็นอุปสรรคที่กั้นคนมีความเสี่ยงแต่ไม่เข้าระบบสาธารณสุขออกไป

ในอนาคต Walsh พยายามจะทำให้ AI สามารถวิเคราะห์ข้อมูลแนวโน้มการฆ่าตัวตายได้จากการใช้อินเทอร์เน็ต
 ข้อมูลใน Social Media เป็นข้อมูลชั้นดีที่จะนำมาทำนายแนวโน้มการฆ่าตัวตายของบุคคลได้ ในอนาคตอุปกรณ์สื่อสารอาจทำหน้าที่ได้มากกว่าการสื่อสาร แต่ทำหน้าที่รักษาชีวิตได้ด้วย โดยการขึ้นสัญญาณเตือนว่าจากพฤติกรรมของผู้ใช้มีแนวโน้มที่จะนำไปสู่การฆ่าตัวตาย
.
อย่างไรก็ตาม มันเป็นเรื่องละเอียดอ่อนที่จะ “ประทับตรา” แก่ผู้คนว่าใครมีแนวโน้มจะฆ่าตัวตายบ้าง แต่จากสถิติการฆ่าตัวตายที่พุ่งสูงขึ้นในทุกปี การทำความเข้าใจต่อแนวโน้ม และ ระวังตัวไว้ก่อน อาจละมุนละม่อมกว่าการให้มนุษย์คนอื่นมาบอก แม้การฆ่าตัวตายจะไม่ใช่เรื่องผิดบาป แต่มนุษย์ก็ไม่ควรฆ่าตัวตายด้วยภาวะอารมณ์ที่ไม่ปกติ
.
.เพราะชีวิต เป็นสิ่งที่เรียกคืนไม่ได้.
.
ถ้าเทคโนโลยีนี้สำเร็จและสามารถใช้งานได้จริงขึ้นมาในอนาคต บางทีเทคโนโลยีนี้อาจสามารถปกป้องหรือเตือนสติคนที่คุณรักจากเหตุการณ์ที่ไม่คาดฝันก็อาจเป็นไปได้ แต่ตอนนี้ ในเมื่อเทคโนโลยีนี้ยังไม่ได้สำเร็จขึ้นมา ... 
ความรัก การรับฟัง และ ความเข้าใจอาจเป็นเครื่องป้องกันที่ดีที่สุดสำหรับเหตุการณ์ที่ไม่อยากให้เกิดขึ้นก็เป็นได้

.
Pui Pastel

ที่มา
https://qz.com/1001968/artificial-intelligence-can-now-predict-suicide-with-remarkable-accuracy/
.
http://www.dmh.go.th/report/suicide/
.
อ่านเพิ่มเติมได้ใน www.facebook.com/wethink
SHARE
Written in this book
We Think
รวมบทความที่เขียนลงในเพจ We Think

Comments