อย่ากลัวว่าจะไม่มีคนอ่าน ให้กลัวอย่างเดียวว่าจะไม่มีคนเขียน
เพื่อนคนนึงถามว่า “คิดยังไงกับเรื่องที่ว่า คนจะไม่อ่านหนังสือแล้ว แต่จะไปอ่านออนไลน์แทน”

เรื่องนี้ผมได้ยินมาหลายปี และได้ยินหลายคนแสดงความคิดเห็นกัน แต่ก็จำได้ว่าเคยตอบคำถามนี้ให้กับนักเขียนหน้าใหม่หลายคน และหลายครั้งก็ต้องตอบแบบเดิมทุกครั้ง T_T ผมเลยคิดว่าน่าจะเล่าเรื่องนี้ให้ทุกคนฟังทีเดียว

หลายปีที่แล้ว นักเขียน K เป็นนักเขียนหนุ่มที่เพิ่งออกหนังสือเล่มแรกกับสำนักพิมพ์ DMG และเขากำลังจะมีงานใหม่ออกกับสำนักพิมพ์หนึ่งในบริษัทผม

เราเจอกันเพราะบรรณาธิการของ K เป็นรุ่นพี่ที่ผมสนิทด้วย ผมชอบไปนั่งเล่นโต๊ะรุ่นพี่คนดังกล่าว เพราะโล่งและสะอาดตา(เธอเป็นเพอร์เฟ็คชั่นนิสต์) ตอนที่ต้นฉบับเล่ม 2 ของ K กำลังจะเป็นหนังสือ ผมมีโอกาสได้อ่านมันผ่านๆ ก่อนพูดจากใจจริงว่า “เขียนเก่งมาก...ตอนอายุเท่าเขา ผมยังไม่รู้อะไรเท่านี้เลย”

หลังจากนั้นเราจึงได้เจอกัน และเขาก็ถามคำถามนี้กับผมว่า “คิดยังไงกับเรื่องที่คนจะเลิกอ่านหนังสือ แล้วไปอ่านออนไลน์แทน” 
ผมตอบเขาว่า จริงๆ แล้วคำถามนี้ไม่ได้เพิ่งถูกถามหรอกนะ ก่อนหน้านี้ก็เคยมีคนถามมาแล้วตั้งแต่ช่วงที่มีอินเตอร์เน็ตใหม่ๆ ในช่วงปี 1990 ว่าคนจะเลิกอ่านหนังสือ แล้วไปอ่านบนคอมพิวเตอร์แทน

เรื่องนี้ใหญ่ขนาดที่สตีเฟน คิงส์เอานิยายส่วนหนึ่งของเขาไปให้คนอ่านบนคอมพิวเตอร์ เพราะกลัวว่าคนจะเลิกอ่านหนังสือกัน เมื่อคนใช้อินเทอร์เน็ตเพิ่มขึ้น(ก่อนฟองสบู่ดอทคอมจะแตก) แนวโน้มที่คนจะเลิกอ่านหนังสือจึงดูจะเป็นจริง ความไม่แน่ใจนั้นก่อตัวอยู่หลายปี สนพ.ต่างๆ เริ่มคิดว่าอาจต้องลดการพิมพ์หนังสือ แล้วไปขายบนออนไลน์แทน เพราะทุกคนหวาดกลัวอนาคต

แต่เรื่องนี้จบไงรู้ไหม ผมถามเขา
“ไม่รู้ครับ” เขาตอบง่ายๆ 
ที่อังกฤษมีหนังสือเล่มหนึ่งออกมา แล้วคนก็ไปเข้าแถวรอซื้อกันยาวกว่าคนรอซื้อไอโฟน 4 อีก หนังสือเล่มนี้แหละที่ทำให้ความหวาดกลัวนั้นหายไป เพราะแม้ในอินเทอร์เน็ตจะมีเรื่องให้อ่านมากเท่าไร แต่ทุกครั้งที่วรรณกรรมเล่มนี้วางแผง คนก็จะไปต่อแถวซื้อมันยาวเหยียดเหมือนเดิม แม้หนังสือเล่มนี้จะหนา 400-500 หน้า แต่คนก็พร้อมจะปิดคอมและใช้เวลาจมอยู่กับมันทั้งวันทั้งคืน

“รู้แล้วใช่ไหมว่าหนังสือเล่มนั้นชื่ออะไร” ผมถามเขา
“รู้ครับ” เขาตอบ “ แฮรี่ พอตเตอร์”
ใช่เลย แฮรรี่ พอตเตอร์นี่แหละ ที่ทำให้คนทั้งโลกกลับมาอ่านหนังสือเล่มและรักการอ่านอีกครั้ง แต่นี่ก็ไม่ใช่ครั้งเดียวในอดีตหรอกนะที่มีคำถามว่า คนจะเลิกอ่านหนังสือไหม

เพราะตอนที่มี TV เกิดขึ้นครั้งแรก ก็มีคนถามว่าคนจะเลิกอ่านหนังสือไหม?
ตอนที่มีวิทยุ และเทปคาสเซ็ตครั้งแรก ก็มีคำถามว่า วัยรุ่นจะเลิกอ่านหนังสือและหันไปฟังเพลงกันหมดไหม แต่เอาเข้าจริง หนังสือ Pocketbooks ก็ผ่านความเปลี่ยนแปลงมาได้ทุกยุคสมัย

ปัจจุบันที่มีสมาร์ทโฟน จึงเป็นเรื่องธรรมดาที่คนจะถามว่า คนจะเลิกอ่านหนังสือไหม? ผมบอกนักเขียน K ว่า หนังสือก็เหมือนกาแฟสดนั่นแหละ ที่คนยังกินอยู่ แม้กาแฟสำเร็จรูป 3 in 1 จะสะดวกและรวดเร็วแค่ไหนก็ตาม เพราะว่าการอ่านและการซื้อหนังสือมาสะสม มันกลายเป็นวัฒนธรรมของคนกลุ่มหนึ่งไปแล้ว ในขณะที่คนรุ่นใหม่ก็พร้อมจะลอง

ดังนั้นไม่ต้องกลัวหรอกว่าจะไม่มีคนอ่าน เพราะคนอ่านรอหนังสือดีๆ อยู่แล้ว ที่สำคัญเขาพร้อมจะบอกต่อมันให้เพื่อนๆ ด้วย หากหนังสือเล่มนั้นเกิดประโยชน์กับเขาจริงๆ (ทั้งบันเทิง สนุก ประโยชน์ สาระ หรือไร้สาระ ฯลฯ)

อย่ากลัวว่าจะไม่มีคนอ่าน ให้กลัวอย่างเดียวว่าจะไม่มีคนเขียน!
 
---
หมายเหตุ – (ขึ้นฉากสีดำเหมือนตอนหนังจบ มีตัวหนังสือขึ้น) ปัจจุบันจากนักเขียนหน้าใหม่เมื่อ 4-5 ปีก่อน นักเขียน K มีผลงาน 5 เล่มกับสามสำนักพิมพ์ หนังสือแต่ละเล่มของเขาได้รับการตีพิมพ์ซ้ำมากกว่า 10 ครั้ง มียอดขายหนังสือรวมกว่า 1 แสนเล่มในช่วงที่อุตสาหกรรมสิ่งพิมพ์ไทยกำลังเผชิญหน้ากับความท้าทายและเปลี่ยนแปลง

SHARE
Writer
porglon
Editor, Writer
เรียนจบสถาปัตย์ แต่มาทำงานหนังสือ เป็นบรรณาธิการสำนักพิมพ์ springbooks / ผู้เขียนหนังสือ "ทดเวลาฝันเจ็บ" (2559) / บรรณาธิการหนังสือ เพราะเป็นวัยรุ่นจึงเจ็บปวด / ก่อนความฝันจะล่มสลาย / บ๊อบ แมวเตะฝันข้างถนน / จงหางานที่มีแต่คุณเท่านั้นที่ทำได้ / แด่วันพรุ่งนี้ แด่งานของฉัน / ไม่ว่าจะเจ็บปวดแค่ไหนเดี๋ยวมันก็ผ่านไป / ไม่มีความเจ็บปวดใดที่คุณเอาชนะไม่ได้ / ไม่เอาน่ะ อย่าคิดมาก / สิ่งที่เจ้านายไม่เคยบอก / โตขึ้นจึงรู้ว่า... ฯลฯ

Comments

DreamerGlint
2 months ago
wow...
Reply
porglon
2 months ago
ขอบคุณที่แวะมาอ่านคับ
Meepung
2 months ago
เห็นด้วยนะครับ เทคโนโลยี ยังไม่สามารถ ทดแทนธรรมชาติได้ทั้งหมด และหนึ่งในธรรมชาติของนักอ่าน ก็ยังคงเป็นเล่มหนังสือ แต่ก็น่าสนใจนะครับ กับประเด็นที่ว่า จะมีคนเขียนรึป่าว? ผมไม่มีข้อมูลแท้จริงว่าเป็นยังไง แต่ดูเหมือนจำนวนคนเขียนก็ดูมีมากขึ้น เพียงแต่ประเภทของรูปเล่มหนังสือ ดูเปลี่ยนไป จากแนวนิยาย เป็นลักษณะของคนดังเขียนหนังสือ ชีวประวัติผู้ประสบความสำเร็จทางการเงิน หนทางสู่ความสำเร็จ (ทางการเงิน) ... การเงิน ฯลฯ ดูเหมือนหนังสือประเภทสูตรลับหรือแนวทางความร่ำรวย จะถูดพบเห็นบนชั้นหนังสือถี่ขี้นเรื่อยๆ ฉะนั้น ในประเด็นที่ว่า จะมีคนเขียนมั้ย ผมคาดเดาว่า น่าจะพอมี เพียงแต่ประเภทของหนังสือ อาจจะปรับเปลี่ยนไปจากเดิม ตามความต้องการของตลาดผู้อ่านของแต่ละยุคสมัย นะครับ
Reply
porglon
2 months ago
เห็นด้วยครับ ว่าคนเขียนน่าจะมีเยอะ แต่ปัญหาน่าจะเป็นเรื่องที่นักเขียนเขียน กับความต้องการของคนอ่าน ที่อาจจะไม่ตรงกันครับ