โอ้รักเรา
มองดูผิวเผิน คงไม่มีใครนึกออกว่า ฉันผู้ซึ่งเป็นคนละเอียดอ่อนกับความรัก ฉันผู้ซึ่งเป็นผู้บูชาความรักคนนี้ จะเพิ่งบอกเลิกคนที่ฉันรักมาเป็นปีมาเมื่อกว่าเจ็ดชั่วโมงก่อน

แต่จน ณ เวลาเช้ามืดของรุ่งอีกวัน ซึ่งก็คือตอนนี้ ฉันยังคงไม่มีน้ำตาให้เห็นสักหยด
เช้าที่ไม่มีฝนพรำมา ความเงียบเหงาปนหยาดน้ำตา วันเวลาที่ดีกำลังจะจากฉันไปเช้านี้มันแตกต่างจากเช้าอื่น มันแตกต่างกันไปจริงๆโดยสิ้นเชิง มันเป็นเช้ามืดอันแสนเงียบกริบของวันเสาร์ ไม่มีทั้งเสียงลม เสียงฝน และเสียงนก ที่สำคัญที่สุดคือเช้านี้จะเป็นเช้าเริ่มต้นที่ฉันจะไม่มีเธออีกแล้ว

สำหรับเธอ เช้านี้คงเป็นเช้าแบบเดียวกับฉัน เป็นเช้าที่เธอไม่มีฉันอีกแล้ว แต่ในฐานะผู้ถูกกระทำอย่างเธอ ฉันไม่แน่ใจว่าเธอจะร้องไห้ให้เรื่องของเราหรือเปล่า หรือตื่นมาเธอจะรู้สึกเหงาบ้างไหม เมื่อไม่มีเสียงโทรศัพท์ปลุกเหมือนเช้าก่อนๆ

แต่ที่แน่ๆ เช้านี้เป็นเช้าที่ทั้งฉันและเธอจะรู้ดีว่าเรื่องดีๆที่ผ่านมาตลอดปีครึ่งกำลังจะผ่านไป จะไม่มีเรื่องดีๆเรื่องใหม่ระหว่างเราเกิดขึ้นอีก อย่างน้อยในฐานะคนรัก
ทั้งๆที่รู้ว่าไม่มีทาง แต่เราพากเพียรกันไปทำไม สิ่งที่เรารู้ต้องลงเอยด้วยความเสียใจ ....รักของเรา
เธอกับฉันต่างระลึกและรับรู้ดีว่าความสัมพันธ์นั้นเกิดขึ้นท่ามกลางความไม่เห็นด้วยของหลายฝ่าย ตั้งแต่ครอบครัวไปจนถึงหมอดู คนรู้จักกันไปจนถึงคนไม่รู้จักกัน แต่เราก็ยังดิ้นรนฝ่าฝืน ทั้งกฎความจริงและโชคชะตาเรื่องเหนือธรรมชาติ เลื่อนกระชับความสัมพันธ์ให้แนบชิดสนิทสนมขึ้นมาทุกวัน จนเราเองต่างแยกตัวออกมาไม่ได้

เราวางอนาคตที่ไกลเกินความสามารถ จนดูเหมือนเป็นการขายฝันให้กัน ซึ่งแม้จะเป็นการขายฝันจริงๆ เราเองก็แทบไม่มีปัญญาซื้อมันมาฝันเลย

ก่อนคบกันฉันจึงทราบดีว่าเราคงไปกันไม่ได้ไกลเท่าที่เราวางไว้หรอก แต่มันก็ดี อยู่เป็นกำลังใจแก่กันและกัน ดีกว่าต่างคนต่างเผชิญปัญหาคนเดียว เมื่อทะเลาะกันฉันจึงไม่เคยเป็นฝ่ายออกปากขอแยกทาง

ตรงข้ามกับเธอที่บอกเลิกกันถึงสามครั้งสามครา แต่เราก็กลับมาหากันเองในที่สุด

แค่มันไม่จะไม่มีครั้งที่สี่อีก
จากนี้ไป ต้องฝืนอีกเท่าไหร่สำหรับฉันช่วงเดือนสุดท้ายเป็นเดือนที่ฉันกลืนไม่เข้าคายไม่ออก และมันคงเป็นช่วงที่ทำให้เธอเจ็บปวดเช่นกัน

เมื่อฉันและเธอเริ่มชีวิตทำงาน ด้วยสันชาตญาณความเป็นชายของเธอและสัญชาตญาณความเป็นหญิงของฉัน มันทำให้ฉันตระหนักเรื่องอนาคตของเรามากกว่าเธอเท่าทวีตรีคูณ บวกกับการบีบบังคับจากครอบครัวที่ไม่เคยเห็นด้วยกับการคบหากับเธอเลย ทำให้ฉันรู้สึกอึดอัด ไม่สามารถมองหน้าเธอได้อย่างเต็มตา และบอกรักเธอได้เต็มปากอย่างเคย

เหนือสิ่งอื่นใด การทำให้ครอบครัวยอมรับในความสัมพันธ์ของเราว่ายากแล้ว การสร้างอนาคตร่วมกัน ดูเป็นเรื่องยากกว่า เพราะแม้แต่จะสร้างเนื้อสร้างตัวกันเอง เรายังไม่สามารถทำได้เลย

ฉันกดดันเธอในช่วงแรกๆที่เธอเรียนจบว่าให้เธอทำงาน แต่ด้วยปัญหาและความคิดของเธอตอนนั้นทำให้เธอชะล่าใจ สุดท้ายกลายเป็นว่าเธอไม่เริ่มทำอะไรเสียที รู้ตัวอีกทีเราก็อยู่ในฐานะการงานที่เสมอกันแล้ว แทนที่เธอจะนำฉันไปก่อน

เธอไม่ผิดที่เธอจะเลือกอย่างนี้เพราะนั่นคือชีวิตเธอ และฉันก็รู้ว่าฉันไม่ผิดเช่นเดียวกัน คงไม่มีผู้หญิงคนใดอยากเป็นผู้นำครอบครัวหากเลือกได้

และเพราะอย่างนั้น ความเชื่อมั่นในตัวเธอสำหรับฉันจึงลดลง รู้ตัวอีกทีก็แทบไม่เหลือ

ฝันที่เธอขายให้กัน ยิ่งดูยิ่งรู้แก่ใจว่าไม่มีทางเป็นจริง
แค่รู้ตอนนี้ฉันมีเธออยู่ และช่างอบอุ่นใจ และหากวันนี้เป็นวันสุดท้าย ขอให้เป็นคืนวันที่ดีของเราเรายังคงคบกับต่อไป โดยที่ฉันเป็นฝ่ายทิ้งเรื่องอนาคตที่ดูแล้วคงจะเป็นไปได้ยาก เพื่อให้ความสำคัญกับเธอในปัจจุบันมากกว่า


ฉันรู้ว่าฉันทำมันออกมาได้ไม่ดีเท่าไหร่ เมื่อฉันผู้ซึ่งอยากมีอนาคตที่ดีกับใครสักคน กลับเป็นฝ่ายต้องขยำความปรารถนาทิ้งลงถังขยะเสียเอง แต่ฉันอยากให้รู้ว่าฉันพยายามดีกับเธอเหมือนเดิม พยายามทำให้เธอมีความสุข อบอุ่นเหมือนเดิม ฉันพยายามจริงๆ จนรู้สึกสูญเสียความเป็นตัวเองไปเหมือนกัน แต่ไม่เป็นไร ถ้านั่นทำให้เธอมีความสุข ฉันเองก็จะมีความสุข

แต่อะไรที่เป็นการเสแสร้งแกล้งทำ มักไม่แนบเนียน ยิ่งเป็นเรื่องของความรู้สึก เธอจึงบอกว่าฉันเปลี่ยนไป เธอรู้สึกได้ 

ตอนแรกฉันบอกเธอว่าไม่มีอะไร ฉันเป็นคนเดิม แต่สุดท้ายฉันก็ทำไม่ได้ ฉันทรยศเธอต่อไปไม่ได้ มากกว่านั้นฉันทรยศความรู้สึกตัวเองไม่ได้อีกต่อไปแล้ว


สุดท้ายฉันจึงเลือกที่จะปล่อยเธอไปจริงๆ
โอ้รักเรามันจบไปแล้วเมื่อคืน
แต่กลับไม่มีน้ำตาจากฉันสักหยด

ฟังดูอาจใจร้ายกับเธอ แต่ก็อาจเป็นสิ่งที่เธออยากฟังก็ได้ เธอคงไม่อยากรู้ว่าฉันร้องไห้เหมือนที่ฉันไม่อยากรู้ว่าเธอร้องไห้

ฉันกลับรู้สึกแย่ที่จริงๆตัวเองไม่ร้องไห้หรือไม่รู้สึกเสียใจเท่าที่ควร แม้ลึกๆรู้ดีว่าที่ไม่ร้องเพราะฉันเคยได้ร้องมาแล้ว ตอนทะเลาะกับเธอ ตอนเธอเคยบอกเลิก หรือจะเป็นตอนที่ฉันเคยโลเลกับเธอในช่วงหนึ่งเดือนให้หลัง จนตัดสินใจปล่อยเธอไปครั้งแรกเมื่อสองสัปดาห์ก่อน ฉันจำได้ว่าวันนั้นฉันร้องไห้เป็นวักเป็นเวร และขอร้องไห้แทนเธอดีกว่าให้เธอต้องรู้สึกแย่ที่ถูกบอกเลิกและต้องร้องไห้อีก

เช้าวันนี้รักเราจบแล้วจริงๆ ไม่มีน้ำตา ไม่มีการรั้งรอ เราต่างคนต่างเดินไปตามทางของเราเอง ฉันไม่ต้องคาดหวัง เธอไม่ต้องมาเติมเต็มความฝันให้ใครอีก ไม่ต้องเจ็บปวด เพราะมันคงไม่มีอะไรแย่และเจ็บปวดเท่าการเลิกรากัน และดีกว่าฝืนอยู่ต่อไปและทำให้เธอเจ็บซ้ำๆจากการที่ฉันหลอกตัวเองอีกต่อไปแล้ว

และทุกจุดจบคือจุดเริ่มต้น ฉันคิดอย่างนั้นเสมอ

เครดิทเพลง
เพลง : ฝืน
เนื้อร้อง / ทำนอง : Greasy Cafe - Ruzzy (Tattoo Colour)
SHARE
Written in this book
Music Motivates
Stories inspired by melodies.

Comments

Nui_Napat
2 years ago
หรือเรากำลังทำให้คนรักเสียความเชื่อมั่นไปนะ...เกิดคำถามนี้ขึ้นเมื่ออ่านจบ
Reply
ponnatchaa
2 years ago
ใช่ค่ะ เดือนสุดท้ายก่อนเลิกกัน เพราะความลังเลของเรา ทำให้เขาเจ็บไม่น้อยเลย
เลยคิดว่านี่คงเป็นทางที่ดีที่สุด เขาจะได้ไม่ต้องเจ็บซ้ำๆอีก
ยังไงก็ขอบคุณที่แวะมาอ่านนะคะ ^^
Nui_Napat
2 years ago
:)

Reply